‘มงคลกิตติ์’ ลุยหัวหิน ชาวบ้านแจ้งมีการขุดถนนถมดินที่เชิงเขาวัดเขาตะเกียบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวบ้านร้องเรียน ให้ตรวจสอบพื้นที่ชายเขาติดชายทะเลบริเวณร้านอาหารดัง บริเวณเชิงเขาวัดเขาตะเกียบ หลงพบมาการขุดถนน ทางยาวจากร้านอาหารไปจุดชมวิวด้านพระยืน
  • ทั้งนี้ชาวบ้านหวั่นการดำเนินการดังกล่าว อาจกระทบสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ที่สวยงาม
  • ด้าน ‘มงคลกิตติ์’ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เตรียมลงพื้นที่วันนี้ ติดตามปัญหาดังกล่าว

วานนี้ (1 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีชาวบ้านใน เขตพื้นที่เทศบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แจ้งเรื่องร้องเรียกมา โดยมีข้อความระบุว่า

พรุ่งนี้ ทีมเฉพาะกิจพรรคไทยศรีวิไลย์ ลงพื้นที่ทราบปัญหาจาก สท.หัวหิน พร้อมพี่น้องประชาชน กรณีขอให้ ตรวจสอบพื้นที่ชายเขาติดชายทะเลบริเวณร้านอาหารลาแม บริเวณเชิงเขาวัดเขาตะเกียบ ชุมชนตะเกียบ เขตเทศบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ขุดถนน ถมดินลูกรังสร้าง เส้นทางยาวจากร้านอาหารไปจุดชมวิวด้านพระยืน ริมหาดหัวหิน เกรงจะกระทบกับสภาพสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ที่สวยงาม

โดยพบว่าที่ผ่านมา มีบริษัทเอกชนเช่าใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ 32 ไร่ อนุญาตเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ขณะที่สมาชิกสภาเทศบาลหัวหินเสียงส่วนใหญ่มีมติไม่เห็นด้วยกับการเช่าพื้นที่นั้น จึงเรียนเพื่อทราบ ส่วนอังคารที่ 3 กันยายน 2562 เยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ร้อยเอ็ด

“ห้องเรียนกาแฟ” เพื่อน้อง ๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมมือกับบริษัทซีพี รีเทลลิงค์ ผู้ให้บริการร้านกาแฟมวลชน เดินหน้าสานต่อโครงการเพื่อเยาวชน จัดกิจกรรม “ห้องเรียนกาแฟ” หลักสูตรเสริมความรู้อาชีพบาริสต้าให้แก่กลุ่มเยาวชนที่บกพร่องทางการได้ยิน นำร่อง 3 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่มีความสนใจได้มีทักษะวิชาชีพบาริสต้าและมีทางเลือกในการประกอบวิชาชีพที่หลากหลาย นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

โครงการ “ห้องเรียนกาแฟ” ได้เริ่มนำร่องที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษ 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร, โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม และอีกหนึ่งที่ที่จะจัดขึ้นเร็ว ๆ นี้ คือ  โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร โดยการฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ การเรียนรู้ภาคทฤษฎี และการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ ซึ่งจะให้ความรู้แก่น้อง ๆ นักเรียนตั้งแต่ทำความเข้าใจสายพันธุ์กาแฟ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์  อุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนได้ฝึกปฏิบัติจริงทั้งการชงเครื่องดื่มร้อน–เย็นแต่ละเมนู การทำลาเต้อาร์ต ตกแต่งฟองนม เป็นต้น โดยในแต่ละฐานมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้อย่างใกล้ชิด และมีคุณครูประจำฐานทำหน้าที่เป็นล่ามภาษามือ

ตลอดกิจกรรมการอบรมเราได้เห็นภาพความมุ่งมั่นตั้งใจของน้อง ๆ ทุกคนผ่านผลงานที่ปรากฎอยู่บนแก้วกาแฟในแต่ละแก้วอย่างสวยงาม ซึ่งหากไม่บอกว่าเป็นฝีมือของน้อง ๆ ที่เพิ่งลงมือทำครั้งแรก เราก็คงจะเหมารวมไปแล้วว่าเป็นฝีมือของบาริสต้าระดับมืออาชีพเลยทีเดียว

นางสาวภัทราภร ประทุเกษรจูเราะห์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่าถึงความรู้สึกว่า ตอนแรกกังวลว่าจะไม่สามารถทำตามพี่ ๆ ที่มาอบรมให้ได้ แต่พอได้เรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ และลงมือชงกาแฟ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและอยากลงมือทำมากขึ้น เนื่องจากตนเองมีความฝันว่าอยากเปิดร้านกาแฟมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคิดว่าหลังจากอบรม “ห้องเรียนกาแฟ” แล้ว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และต่อยอดเปิดร้านกาแฟของตัวเองให้ได้

อีกเสียงของนายชยากร สาครเสถียร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่าต่อว่า การได้ฝึกอบรมครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองอย่างมาก มองว่าบาริสต้าก็เป็นอาชีพหนึ่งที่เด็กหูหนวกอย่างผมสามารถทำได้ในอนาคต ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ จะติดตัวพวกผมและเพื่อนไปอย่างแน่นอน หากมีโอกาสถ่ายทอดต่อยอดผมก็จะทำ เพราะสิ่งที่ได้รับมีประโยชน์และเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าที่ ซีพี ออลล์ ส่งมอบโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเรา

ทั้งนี้นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย เผยว่า ซีพี ออลล์ ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 24 ปี สำหรับโครงการ “ห้องเรียนกาแฟ” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะวิชาชีพบาริสต้า และมีทางเลือกในการประกอบวิชาชีพมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ด้านนางอุนาวรรณ มั่นใจ รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า โครงการอบรม “ห้องเรียนกาแฟ” ที่บริษัท ซีพี ออลล์ และบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จัดขึ้น ถือเป็นโครงการที่ดีมาก สอดคล้องกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ในการส่งเสริมโอกาสแห่งการเรียนรู้ ด้วยการเพิ่มทักษะตามความสามารถและความสนใจของนักเรียนกลุ่มพิเศษ เพราะจะช่วยทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นคุณค่าของตัวเอง เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จนไปสู่การประกอบอาชีพตามความชื่นชอบ ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนเช่นเด็กทั่วไป

ซีพี ออลล์ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน จึงจัดทำโครงการ “ห้องเรียนกาแฟ” ขึ้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาอาชีพเยาวชนทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม ตามปณิธานอันมุ่งมั่นขององค์กรที่ต้องการ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับ มุน แจ-อิน เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรี ต้อนรับ มุน แจ-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
  • การเดินทางครั้งนี้ นายมุน แจ-อินมาในฐานะแขกของรัฐบาลไทย
  • หนึ่งในหัวข้อของการพบกันในครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงนโยบาย NSP ของเกาหลีใต้ และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทย

วันนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ และ นางคิม จอง ซุก ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยการมาเยือนประเทศไทย ของ นายมุน แจ อิน ในครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือ ระหว่างไทยและเกาหลี ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี ซึ่งการมาเยือนในครั่งนี้ นับว่าเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ นายมุน แจ อิน ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และถือเป็นการเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จะร่วมหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์ ก่อนลงนามความตกลง ในหลาย ๆ ด้าน ก่อนร่วมกันแถลงข่าว ก่อนที่จะมีงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเกาหลีใต้

ทั้งนี้ การมาเยือนไทยของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีสำหรับทั้งสองประเทศ ในการเปิดศักราชความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้ เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย NSP ของเกาหลีใต้ และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทย ต่อยอดจากพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และพัฒนาความร่วมมือให้มีผลเป็นรูปธรรม ทั้งในกรอบทวิภาคี อนุภูมิภาค และภูมิภาค ที่จะมีการลงนามในข้อตกลง และบันทึกความเข้าใจ ที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะเป็นสักขีพยานทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับการเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ โดยคณะเดินทางประกอบด้วย นักธุรกิจระดับสูงกว่า 100 บริษัทชั้นนำ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนเกาหลี