จับแล้ว โจ๋แก๊งพิราบดำทำร้ายนักศึกษา ขณะจอดเวสป้าหน้าร้านสะดวกซื้อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการแกะรอยคนร้ายจากภาพวงจรปิด
  • ผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นเยาวชนเชื้อสายไทยใหญ่
  • เล็งคุมตัวแถลงข่าว 27 ก.ย.

จากกรณีปรากฏคลิปนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งถูกวัยรุ่น 4 รายเข้าทำร้ายด้วยการแตะ และต่อยไปหลายครั้ง หลังเจ้าตัวขี่รถเวสป้ามาจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่ สาขาสันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จนทำได้รับบาดเจ็บ ก่อนทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือนายอภิมุข แสงตุ้ย อายุ 22 ปี

ล่าสุดทางผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สันทราย ได้แกะรอยกลุ่มคนร้ายจากกล้องวงจรปิด และติดตามเฟซบุ๊ก “ไบค์ พันธ์ลาย” ที่ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งกลุ่มที่ร่วมกันก่อเหตุ

จนสามารถจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุได้ครบทั้ง 4 คน ในหอพักในอำเภอสันทราย , อำเภอเมืองเชียงใหม่ และ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พร้อมของกลางทั้งรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อผ้า อาวุธมีด และ สนับมือ ที่ใช้ในวันก่อเหตุ ทั้งหมดเป็นเยาวชนเชื้อชาติไทยใหญ่ ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.สันทราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของการสอบสวน ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ ( 27 ก.ย.) จะมีการแถลงข่าวการจับกุมต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนและป้องปรามไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นออกมาก่อเหตุป่วนเมืองลักษณะนี้อีก

มีรายงานด้วยว่าเหตุการณ์ที่้เกิดขึ้นเพจ ” ต่อต้านแก๊งหัวรุนแรงในจังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งเป็นเพจที่มีการต่อต้านแก๊งวัยรุ่นป่วนเมือง ได้นำข้อมูลแก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้ออกมาเผยแพร่ เพื่อเตือนภัยชาวเชียงใหม่ให้ระมัดระวังอันตรายโดยเฉพาะการเดินทางในทางเปลี่ยวยามค่ำคืน

สมเด็จพระสังฆราช ประทาน 1 ล้านบาทช่วยน้ำท่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • พร้อมประทานกำลังใจให้ผู้ประสบภัย มีสรรพกำลังเข้มแข็งขึ้นเร็ววัน
  • ทรงอนุโมทนากุศลจริยา คณะสงฆ์และผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

วันที่ 26 ก.ย. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) ประทานโอกาสให้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)

ในฐานะประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมส. เข้าเฝ้ารับประทานกัปปิยภัณฑ์ (ของใช้ที่ควรแก่ภิกษุ) เท่าจำนวน 1 ล้านบาท แก่คณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของ มส. เพื่อนำไปเป็นทุนตั้งต้น สำหรับฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบเหตุอุทกภัย

ในโอกาสนี้ โปรดให้เชิญรับสั่งประทานกำลังใจให้ผู้ประสบภัย มีสรรพกำลังเข้มแข็งขึ้นเร็ววัน อีกทั้งทรงอนุโมทนากุศลจริยา ซึ่งคณะสงฆ์ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วน ได้ทุ่มเทอุทิศตนอย่างเข้มแข็งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เผชิญความทุกข์ยากด้วยพรหมวิหารธรรม

รมว.คลัง เผย รัฐบาลช่วยค่าน้ำ-ไฟ ผู้มีรายได้น้อยอีก 1 ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชี้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ
  • นอกจากช่วยค่าน้ำ-ไฟ ยังช่วยะค่าก๊าซหุงต้มต่ออีก 3 เดือนด้วย
  • สิทธิดังกล่าวเฉพาะผู้ลงทะเบียนร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม

ได้มีมติเห็นชอบในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นมาตรการเพิ่มเติมต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ประกอบด้วย

  • 1.ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า เดือนละ 230 บาทต่อครัวเรือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.62- ก.ย.63 ระยะเวลา 11 เดือน
  • 2.ช่วยเหลือค่าน้ำประปา เดือนละ 100 บาทต่อครัวเรือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.62- ก.ย.63 ระยะเวลา 11 เดือน
  • 3.คืนภาษี VAT ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5% โดยรัฐจะเก็บภาษี VAT จากผู้มีรายได้น้อยเพียง 2% ตั้งแต่เดือน พ.ย.62-ก.ย. 63 ระยะเวลา 10 เดือน

สำหรับเป้าหมายความช่วยเหลือเพิ่มเติมผู้มีรายได้น้อยนี้ จะครอบคลุมประชาชนทั้งหมด 14.6 ล้านคน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการของกระทรวงพลังงาน โดย ปตท. ที่จะลดภาระค่าก๊าซหุงต้ม ครัวเรือนละ 100 บาท จำนวน 100,000 ครัวเรือน โดยแบ่งเป็นในส่วนของผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 88,000 ครัวเรือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.62 ระยะเวลา 3 เดือน

สาเหตุการยืดเวลาช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟ เพราะเป็นประโยชน์ และช่วยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้มาตรการเพิ่มเติมดังกล่าว คณะกรรมการฯได้พิจารณาจากการประเมินผลการดำเนินการของโครงการช่วงที่ผ่านมา พบว่า เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และส่งผลดีต่อการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ จึงได้ดำเนินการต่อเนื่อง

“สวัสดิการประชารัฐ” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่รัฐบาลจะต้องดูแลสวัสดิการที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือให้เขาสามารถเข้มแข็งขึ้นมาได้ และช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้สังคมตั้งแต่ระดับฐานราก

สำหรับผู้ที่เป็นกังวลว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้คนไทยอ่อนแอลง เนื่องจากพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐมากเกินไปนั้น ผมขอเรียนว่า รัฐมีมาตรการอีกด้านเดินควบคู่กัน คือ มาตรการสร้างอาชีพ ทักษะ และองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือยืนได้ด้วยตัวเองในที่สุดด้วย

ทั้งนี้รัฐบาลต้องการที่จะช่วยเหลือหรือบรรเทาภาระค่าครองชีพ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสในการพัฒนาตัวเอง ให้เขาสามารถประกอบอาชีพ พร้อมกับจะมีการพิจารณาปรับเกณฑ์ในการลงทะเบียนครั้งใหม่ ให้เหมาะสมกับผู้ที่ควรจะได้รับสิทธิในโครงการนี้อย่างแท้จริงอย่างต่อเนื่อง