“อนุทิน” ลั่น!! พร้อมใช้งบส่วนตัว 200 ล้าน จ่ายค่ารื้อโฮปเวล

ประเด็นน่าสนใจ

  • โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท
  • มีประเด็นเรื่องการทุบเสาโฮปเวลล์เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้าง ค่าดำเนินการ 200 ล้านบาท ว่า ใครต้องเป็นผู้ทุบเสาโฮปเวลล์ระหว่าง รฟท.และ CPH
  • ด้าน ‘อนุทิน’ ย้ำพร้อมจ่ายเงินส่วนตัว 200 ล้านบาท เป็นค่ารื้อให้

จากกรณีโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท ติดปัญหาการเจรจาสัญญาโครงการฯ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)และกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งจำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เพราะมีประเด็นเรื่องการทุบเสาโฮปเวลล์เพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้าง โดยต้องหาผู้รับผิดชอบจ่ายค่าดำเนินการ 200 ล้านบาท ว่า ใครต้องเป็นผู้ทุบเสาโฮปเวลล์ระหว่าง รฟท.และ CPH

ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะจ่ายเงินส่วนตัว 200 ล้านบาท ดังกล่าว

ล่าสุด นายอนุทิน เปิดเผยว่า โครงการนี้ มีมูลค่างานกว่าแสนล้าน และช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศไทยอีกมหาศาล แต่จะมาชะงักด้วยเรื่องเงิน 200 ล้านบาท ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม ที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบ ก็จะจ่ายให้เอง โครงการจะได้เดินหน้าต่อไปได้

5 สัญญาณเตือน! เสี่ยงฆ่าตัวตายในโลกโซเชียล

ประเด็นน่าสนใจ

  • ความเสี่ยงอยากฆ่าตัวตาย อาจมีการการส่งสัญญาณเตือน ผ่านการเขียนระบายในรูปแบบของข้อความหรือการโพสต์ลงสื่อโซเชียล
  • แนะคนใกล้ชิด ครอบครัว หรือคนรอบข้าง ให้ช่วยกันสังเกต

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวดารานักแสดงชายจบชีวิตตัวเอง ภายในที่พักแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และในข่าวระบุว่า ก่อนเสียชีวิต ดารานักแสดงชายได้มีการโพสต์ข้อความเป็นลางบอกเหตุในโลกโซเชียลนั้น

ทางกรมสุขภาพจิต แนะนำให้คนใกล้ชิด ครอบครัว หรือคนรอบข้าง ช่วยกันสังเกต บุคคลที่มีความเสี่ยงอยากฆ่าตัวตาย โดยการส่งสัญญาณเตือนผ่านการเขียนระบายในรูปแบบของข้อความหรือการโพสต์ลงในสื่อโซเชียล

5 สัญญาณเตือน การเสี่ยงฆ่าตัวตายในโลกโซเชียล เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายในสังคมไทย มีดังนี้

  • การโพสต์ข้อความสั่งเสียเป็นนัยๆ เช่น ขอบคุณ ขอโทษ ลาก่อน
  • โพสต์ข้อความพูดถึงความตาย หรือไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว
  • โพสต์ข้อความว่า ตนเองรู้สึกผิด รู้สึกตนเองล้มเหลว รู้สึกหมดหวังในชีวิต
  • โพสต์ข้อความ พูดถึงความเจ็บปวด
  • โพสต์ข้อความว่า ตนเองเป็นภาระของผู้อื่น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า การส่งสัญญาณเตือนเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ดังนั้น เมื่อเห็นสัญญาณเตือนเหล่านั้น สิ่งที่เราทุกคนควรปฏิบัติ คือ

1. แสดงความเต็มใจช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำอย่างจริงใจ

2. ยอมรับว่า สิ่งที่โพสต์นั้นเป็นปัญหาของเขาจริงๆ

3. ให้กำลังใจ สร้างความหวัง ให้เห็นว่า ปัญหาสามารถแก้ไขและผ่านไปได้

4. พิมพ์ข้อความให้คำปรึกษา ปลอบใจให้มีสติค่อยๆ คิดหาทางแก้ไขปัญหา

5. ชักชวนให้ออกมาทำกิจกรรมข้างนอก อย่าให้อยู่ลำพังคนเดียว

6. ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว ให้บอกญาติเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด

7. แนะนำช่องทางในการให้คำปรึกษา เช่น สายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือคลินิกให้คำปรึกษา

8. ติดต่อหาแหล่งช่วยเหลือในพื้นที่เท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ สำหรับวิธีการป้องกันการฆ่าตัวตายโดยทั่วไป ขอให้คอยสังเกตสัญญาณเตือนคนรอบข้าง หากพบว่า มีอาการเศร้า หดหู่ เบื่อ เซ็ง แยกตัว คิดวนเวียน นอนไม่หลับ มองโลกในแง่ลบ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ มีความคิดอยากตาย หมดหวังในชีวิต

ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกของโรคซึมเศร้าและเป็นสัญญาณเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ให้รีบเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือพร้อมรับฟัง เพียงแค่เรารับฟังกันและกันอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน ให้ได้พูดคุยระบายความรู้สึกคลายความทุกข์ในใจ จะทำให้เกิดกำลังใจ ความสบายใจ สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เพราะการรับฟังนั้นเป็นพลังที่ดีที่สุด อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ยายร้องกองปราบฯ ลูกชายถูกยิงตายมา 8 เดือน แต่คดีไม่คืบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยายวัย 84 ปี ร้องกองปราบ ลูกชายถูกยิงเสียชีวิ มา 8 เดือน แต่คดีไม่คืบหน้า
  • โดยนำภาพถ่ายลูกชายที่เสียชีวิต และพยานบุคคลมามอบให้กองปราบดำเนินการต่อ

ที่กองบังคับการปราบปราม ถ.พหลโยธิน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนางสายหยุด ปรีชา อายุ 84 ปี ชาวจังหวัดพังงา เข้าร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยติดตามหาคนร้ายที่ยิงลูกชายเสียชีวิต หลังคดีผ่านมา 8 เดือน ไม่มีความคืบหน้า โดยนำภาพถ่ายลูกชายที่เสียชีวิต และพยานบุคคลมามอบให้กองปราบดำเนินการต่อ

โดยนางสายหยุด ปรีชา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุลูกสะใภ้มาตามให้ไปช่วยหาลูกชายตนจึงได้บนบานว่าขอให้พบศพ และก็เจอศพลูกตายอยู่หลังบ้านใบหน้าถูกยิง คอถูกยิง และนิ้วมือขาดไปหนึ่งนิ้ว ตนพยายามเอาผ้าปิดหน้าแต่ตำรวจไม่ให้แตะต้อง ด้านลูกสะใภ้บอกว่าได้ยิงเสียงปืนใกล้ๆแต่ไม่กล้าไปดูเพราะกลัวถูกยิง

ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบเลยว่าคนร้ายเป็นใครเพราะไม่เคยไปไหนหรือรู้จักใครอยู่แต่บ้าน จนวันนี้ตำรวจทำอะไรไม่ได้ไม่มีหลักฐาน หลักฐานในที่เกิดเหตุถูกเก็บไปหมดจนไม่มีหลักฐานเหลือจึงทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ที่ให้ทนายมาช่วยเพราะอยากให้จับคนร้ายให้ได้ ไม่อยากให้ไปทำกับใครอีก