การท่าอากาศยานฯ แจงอาคารผู้โดยสารหลังคารั่ว-ฝุ่นเกาะกระจก

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาเหตุอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิหลังคารั่ว มาจากซิลิโคลนที่เชื่อมต่อเสื่อมสภาพ
  • เบื้องต้นแก้ปัญหาด้วยการซ่อมจุดที่รั่ว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูภายในอาคารหากมีฝนตก
  • ส่วนฝุ่นเกาะกระจกเยอะเป็นเพราะฝนตก และยังไม่ถึงรอบคำความสะอาด

จากกรณีที่ปรากฏภาพอาคารผู้โดยสารภายในสนามบินสุวรรณภูมิ มีน้ำรั่วไหลมาจากหลังคา ส่งผลทำให้มีน้ำเจิงนองบริเวณดังกล่าว ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะนำถังมารองไว้ และติดตั้งป้ายระวังลื่นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันผู้โดยสารได้รับอันตรายจากเหตุที่เกิดขึ้นนั้น

ภาพจาก Chieh Sen Tan

ทาง น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่หลังคาอาคารผู้โดยสารรั่วในครั้งนี้ ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างของอาคารเป็นกระจกวางตัวบนโครงเหล็กทำให้เกิดมีรอยต่อจำนวนมากมาก จากนั้นเมื่อซิลิโคนที่เชื่อมรอยดังกล่าวเสื่อมสภาพ จึงทำให้น้ำรั่วไหลเข้ามาในอาคารได้

ทั้งนี้ทาง ทอท. ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการ ได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด ด้วยการจัดพนักงานขึ้นไปตรวจสอบจุดที่น้ำรั่ว จากนั้นได้อัดซิลิโคลนเข้าไปใหม่เพื่อทดแทนอันเก่าที่เสื่อมสภาพ และหากขณะนั้นเกิดฝนตกจะให้พนักงานเตรียมพร้อมและสำรวจพื้นที่ด้านในอาคารทันที

การทำความสะอาดกระจกรอบอาคารผู้โดยสารสนามบินต้องทำตามรอบเวลา เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ น.ท.สุธีรวัฒน์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏภาพฝุ่นเกาะกระจกภายในอาคารผู้โดยสารนั้น บริเวณที่พบฝุ่นเป็นส่วนกระจกด้านนอก ซึ่งทางท่าอาการสุวรรณภูมิได้มีการทำความสะอาดตามรอบอยู่แล้ว ซึ่งเหตุที่พบมากเป็นพิเศษดังกล่าวเพราะช่วงนี้เกิดฝนตกบ่อย และยังไม่ถึงรอบทำความสะอาดจึงทำให้เกิดภาพดังกล่าวขึ้น

อีกทั้งการทำความสะอาดแต่ละรอบต้องทำในช่วงที่ไม่มีผู้โดยสารหนาแน่น ไม่มีเครื่องบินเข้าจอด โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและผู้ปฎิบัติงาน ทั้งนี้ ทสภ. ยินดีรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการ และจะเร่งดำเนินการแก้ไขกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งมุ่งมั่นพัฒนาระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้น จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

ธุรกิจเจ๊งเดือนสิงหาคมพุ่ง 10%

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตัวเลขธุรกิจเลิกกิจการในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 10%
  • ธุรกิจที่เลิกกิจการมากที่สุดคือธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนในสิงหาคมมีทั้งหมด 1,755 ราย หากเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,594 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้น 10%

สำหรับประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 155 ราย หรือ 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 97 ราย หรือ 6% และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 58 ราย หรือ 3%

โดยธุรกิจเลิกสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง สิงหาคม อยู่ที่ 10,016 ราย เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9,717 ราย ขณะที่มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจเลิกสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง สิงหาคม 2562 มีจำนวน 59,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,782 ล้านบาท คิดเป็น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 55,766 ล้านบาท

ปตท.-โตโยต้า เสนอรับ ‘น้องต๊อด’ ฝึกงาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • “น้องต๊อด” โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ว่าตนเองมีความพิการทางร่างกายมีเพียงครึ่งท่อน และอยากขอโอกาสหาสถานที่ฝึกงาน
  • บริษัท Toyota ได้เสนอให้ฝึกงานในแผนกช่างยนต์ในตัวเมืองเชียงใหม่
  • ส่วนบริษัท ปตท. เสนอให้ฝึกงานที่แผนกศูนย์บริการในเมืองเชียงใหม่เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ประสานความช่วยเหลือนักศึกษาพิการครึ่งท่อน จังหวัดเชียงใหม่ที่โพสต์เฟซบุ๊กหาที่ฝึกงาน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการหยาดฝน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมองค์กรภาคธุรกิจ เข้าหารือพูดคุยกับ “น้องต๊อด” นายชาตรี กรวัชรธาดา อายุ 22 ปี นักศึกษา ปวช. 2 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ เบื้องต้นมีบริษัทเอกชน 2 แห่ง เสนอแจ้งความประสงค์ให้น้องต๊อดเข้าฝึกงาน เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้ตรงตามความถนัดและเพิ่มทักษะการทำงาน

ทั้งนี้ บริษัท Toyota ได้เสนอให้ฝึกงานในแผนกช่างยนต์ในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนบริษัท ปตท. เสนอให้ฝึกงานที่แผนกศูนย์บริการในเมืองเชียงใหม่เช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกสถานที่ฝึกงาน