เปิดตำรา!! ธรรมนูญสุขภาพ สานพลังท้องถิ่นสางปัญหาขยะท่วม ต.อ่าวนาง อย่างยั่งยืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ต.อ่าวนางมีขยะเฉลี่ยวันละ 65-70 ตัน หรือ กว่า 50% ของขยะทั้งหมดในกระบี่
  • ชาวบ้านร่วมตั้ง ธรรมนูญสุขภาพ วางเป้าหมายร่วมกันในการจัดการขยะตามถนัด
  • ธรรมนูญสุขภาพ ประสบผลสำเร็จอย่างสวยงาม ในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอย

เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราคงได้เห็นกระแสของ มาเรียม น้องพยูนตัวน้อยน่ารักขวัญใจคนไทย ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าจากอาการช็อก โดยพบต้นเหตุมาจากเศษพลาสติกอุดตันขวางลำไส้ จนติดเชื้อในกระแสเลือด จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากฝีมือของมนุษย์อย่างเราๆ นั่นคือ การทิ้งขยะลงสู่ทะเล

‘ขยะ’ นับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ปัจจุบันทุกฝ่ายจะตื่นตัวและหันมาใส่ใจกับการลดปริมาณขยะและพลาสติกมากขึ้น แม้ปัญหาเหล่านี้จะยังไม่หมดไป แต่เชื่อว่าหากทุกคนร่วมมืออย่างจริงจัง โลกเราก็จะน่าอยู่มากขึ้น และการเสียชีวิตของมาเรียมในครั้งนี้จะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

ชาวอ่าวนาง
จังหวัดกระบี่
เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของจัดการขยะที่ดี พวกเขาผนึกกำลังกันสร้าง
ธรรมนูญสุขภาพอ่าวนาง หลายคนอาจฟังดูแล้วรู้สึกแปลกๆ หรือไม่คุ้นชินกัน แต่
“ธรรมนูญสุขภาพ” นี่แหละ คือเครื่องมือสร้างกติกาหนุนเสริมการทำงานของท้องถิ่นเพื่อสางปัญหา
ขยะท่วมตำบลอ่าวนาง ได้อย่างยั่งยืน

5 ปีก่อนกับปัญหาขยะท่วม.อ่าวนาง

หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วก่อนจะเกิด ธรรมนูญสุขภาพฯ ตำบลอ่าวนางมีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละ 65- 70 ตัน คิดเป็นกว่า 50% ของขยะทั้งหมดในจังหวัดกระบี่ โดยระหว่างปี 2558 – 2560 อบต.อ่าวนาง ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการไม่ต่ำกว่าปีละ 28 ล้านบาท เพราะต้นทางของขยะ มาจากคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก

ภาพของตำบลอ่าวนางจะเต็มไปด้วยความสกปรกเลอะเทอะ ขยะเต็มสองข้างทาง บางครั้งก็มีการเผาขยะริมถนน ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หากจะสรุปปัญหาของตำบลอ่าวนาง พบว่ามี 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ ทิ้งขยะไม่เป็นเวลา ทิ้งขยะเรี่ยราด และปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล อบต.อ่าวนาง จึงพยายามรณรงค์ให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ จัดทำโครงการแลกขยะกับเครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ตลอดจนสร้างสถานีขยะเป็นจุดทิ้งขยะขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาเบาบางลง

ที่ผ่านมา อบต.อ่าวนาง ทำงานอย่างจริงจังมาก แต่ชาวบ้านไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปัญหาขยะจึงคงอยู่มาเป็นสิบปี จนกระทั่งเกิดสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่และมีการนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุย ก่อนจะเกิดการผลักดันให้ตำบลจัดทำธรรมนูญสุขภาพขึ้นมา ในช่วงแรก ชาวบ้านยังไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แต่เมื่อผู้นำชุมชนได้เอ่ยปากชักชวนต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีคนมาเข้าร่วมมากขึ้น ทั้งกรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยราชการ โรงเรียน ผู้นำศาสนา ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ชมรมสามล้อ กลุ่มเรือหางยาว ฯลฯ เมื่อคนเข้าร่วมมากขึ้นก็เริ่มมองเห็นปัญหาร่วมกัน สุดท้ายก็พร้อมใจกันปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญสุขภาพฯ

สู่ธรรมนูญสุขภาพที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ผู้ที่เข้าร่วมในกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพฯ เริ่มตระหนักรู้และได้กลับไปดำเนินการตามบทบาทและความถนัดของตัวเอง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการจัดการขยะตามถนัดในแต่ละอาชีพ และยังมาตรการในการจัดการของกลุ่มตัวเอง เช่น กลุ่มเรือหางยาวจะเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวให้นำขยะกลับมาทิ้งบนฝั่ง หรืออย่างผู้ประกอบการก็มีการจัดการ เรื่องการคัดแยกขยะ การจัดการน้ำเสีย เป็นต้น รวมถึงต่อยอดการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม Big Cleaning Day ประจำเดือน จะใช้ทุกวิถีทางในการแก้ไขปัญหา ทั้งการออกเทศบัญญัติหรือกฎกติกาต่างๆ แต่ด้วยสิ่งเหล่านั้นถูกกำหนดมาจากภาครัฐหรือท้องถิ่น จึงแตกต่างกับธรรมนูญสุขภาพฯ ที่มีลักษณะเป็นกฎกติกาเหมือนกันแต่เกิดจากทุกคนในชุมชนมาตกลงร่วมกัน ดังนั้นธรรมนูญสุขภาพจึงนับเป็นอำนาจอ่อนของชุมชนที่ทุกคนมองเห็นปัญหาร่วมกัน เมื่อเกิดข้อตกลงร่วมจนเป็นกติกาสังคมขึ้นมาแล้ว ท้องถิ่นก็ได้นำกติกาสังคมนั้นไปยกระดับเป็นเทศบัญญัติที่ทุกคนยอมรับ ซึ่งเท่ากับอำนาจอ่อนและอำนาจแข็งได้เคลื่อนพร้อมกัน ตรงนี้ก็จึงนำมาสู่ผลิตผล นั่นคือรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา

ยกตัวอย่าง ธรรมนูญสุขภาพ

ธรรมนูญสุขภาพหมู่ที่ 5 บ้านทุ่งตำบลอ่าวนาง ประกาศใช้เมื่อวันที่
21 พฤศจิกายน 2560 แบ่งออกเป็น 7 หมวด รวมทั้งสิ้น 34 ข้อ
โดยมีข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อาทิ

ข้อที่ 3 ประชาชน/สถานประกอบการต้องมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดเรียบร้อย
และห้ามทิ้งขยะลงบนถนน ไหล่ทาง ที่สาธารณะ หากไม่ปฏิบัติตามต้องยินยอมเสียค่าปรับ
ครั้งละ 2,000 บาท
และเทศกิจหรือผู้ที่สามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดและสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้
จะได้รับเงินรางวัลส่วนแบ่งจากค่าปรับ จำนวน 1,000 บาท

ข้อ 4 ครัวเรือนและสถานประกอบการทุกแห่งต้องนำขยะมูลฝอยบรรจุใส่ถุงดำและผูกปากถุงให้มิดชิด
และนำมาวางหน้าบ้านตนเองริมเส้นทางจราจร หรือจุดที่กำหนด ระหว่างเวลา 19.00 – 24.00 น.

ข้อ 15 ครัวเรือนและสถานประกอบการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะมูลฝอย ณ
แหล่งกำเนิด โดยลดปริมาณการใช้ มีการคัดแยกขยะในครัวเรือนของตนเอง
และส่งเสริมให้มีการนำขยะไปเพิ่มมูลค่า เป็นต้น

ธรรมนูญสุขภาพ แก้ปัญหาขยะได้อย่างไร

จากที่ ธรรมนูญสุขภาพภายใต้ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เข้ามาสนับสนุนการทำงาน โดยทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าปัญหาขยะและน้ำเสีย คือสิ่งที่ทุกคนอยากให้แก้ไข ในธรรมนูญสุขภาพจึงมีข้อบัญญัติถึงกติกาและแนวปฏิบัติเพื่อจัดการขยะร่วมกัน

อบต.อ่าวนาง ได้เก็บถังขยะกลับมาทั้งหมด และทดลองเปลี่ยนมาใช้ถุงดำแทน โดยธรรมนูญสุขภาพได้บัญญัติให้ครัวเรือนและสถานประกอบการทุกแห่งต้องนำขยะบรรจุใส่ถุงดำ ผูกปากถุงให้มิดชิด และนำมาวางในจุดที่กำหนดระหว่างเวลา 19.00 – 24.00 น. จากนั้นทาง อบต.อ่าวนาง ก็จะส่งรถขยะออกไปจัดเก็บ

นอกจากนี้ อบต.อ่าวนาง ยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จึงรณรงค์ให้ครัวเรือนและผู้ประกอบการคัดแยกขยะ เนื่องจากขยะในตำบลอ่าวนางมีจำนวนมาก ทำให้เป็นที่หมายปองของซาเล้งเก็บของเก่าทั้งในและนอกพื้นที่ เราจึงได้จัดทำ โครงการสายตรวจซาเล้ง” คือเปิดให้กลุ่มซาเล้งมาขึ้นทะเบียน กรอกประวัติ และรับเสื้อกั๊กอย่างถูกต้อง สุดท้ายคนกลุ่มนี้จะช่วยคัดแยกขยะ สามารถนำไปขายสร้างรายได้ และยังช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสความไม่ชอบมาพากลให้กับเจ้าหน้าที่อีกแรงหนึ่ง โดยประเด็นการคัดแยกขยะก็ถูกบรรจุอยู่ในธรรมนูญสุขภาพด้วยเช่นกัน

ทุกวันนี้มี สายตรวจซาเล้ง ลงทะเบียนอยู่ 52 คัน ถ้าแต่ละคันสามารถแยกขยะออกไปขายได้วันละ 100 กิโลกรัม ก็เท่ากับช่วยกำจัดขยะออกไปจากระบบมากถึงกว่าวันละ 5 ตัน ส่วนตัวคิดว่ากลุ่มซาเล้งก็มีส่วนสำคัญในการลดขยะ และหากทุกครัวเรือนรู้จักแยกขยะไปขายเองได้ นอกจากจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังจะช่วยลดจำนวนขยะในอ่าวนางได้อีกมาก

ผลลัพธ์จาก ธรรมนูญสุขภาพ

โดย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดกิจกรรม ธรรมนูญเขยื้อนขยะสร้างสุขภาวะคนอ่าวนาง เพื่อติดตามผลจากการใช้เครื่องมือธรรมนูญสุขภาพระดับตำบลหนุนเสริมการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง ในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ที่เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

เหล่านี้
เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการตระหนักและขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง
หากเราเริ่มด้วยตัวเอง ทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทาง ลด ละ เลิกการใช้พลาสติกและช่วยกันคนละไม้ละมือ
เพียงเท่านี้ เราก็น่าจะเป็นพลังเล็กๆ ที่ช่วยสร้างโลกทั้งใบให้น่าอยู่ได้

#มาเรียม #ปัญหาขยะ #ธรรมนูญสุขภาพ #สช #สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

อุตุฯ ขอชี้แจง ข่าวลืออากาศหนาวหลงฤดู อุณหภูมิลดฮวบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุตุฯ ยันไม่จริงลดอุณหภูมิเหนือ อีสาน กทม. ลดต่ำเหลือ 8-12 องศา
  • 24-26 ก.ย. จะมีอุณหภูมิต่่าสุด 19-25 องศาเซลเซียส
  • วอนอย่าเชื่อข่าวลือ และให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาชี้แจงถึง กรณีมีการเผยแพร่ประกาศเตือนภัยหนาวหลงฤดูที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ หลังระบุว่า ภาคเหนือ-อีสาน จะมีอุณหภูมิลดลง 10-12 °c กรุงเทพ 8-10 °c มากสุดในรอบ 14 ปี โดยมีผลตั้งแต่ 24.00 น. (25 ก.ย.) เป็นต้นไป นั้น ว่า

ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นมิได้มีแหล่งที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา และไม่เป็นความจริง กล่าวคือ ในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2562 บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงจากวันนี้อีก 2- 4 องศาเซลเซียสเท่านั้น (อุณหภูมิต่่าสุด 19-25 องศาเซลเซียส)

ขณะที่ นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “อากาศเย็นหลงฤดู” เกิดขึ้นในไทยไม่บ่อยนัก ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนในเดือน มี.ค.ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูร้อน แต่ครั้งนี้จะไม่รุนแรงและไม่ใช่ฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึง โดยเมื่อผ่านช่วงระยะเวลาที่เกิดอากาศเย็นหลงฤดูแล้ว ประเทศไทยจะกลับมามีฝนตกตามปกติ

ขอให้ติดตามข้อมูลการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่สายด่วน 1182 และโทรศัพท์ 0 2399 4012-3 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th

ติ๊ก เจษฏาภรณ์ ไม่ทน ทวิตร้องสิทธิบนทางเท้า หลังหวิดถูก จยย.รับจ้างชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง คนขี่ จยย.บนทางเท้า
  • หากไม่ทำการพัฒนาพลเมืองในอนาคตถือเป็นเรื่องยาก
  • โอดโลกไปไกลมาก แต่คนไทยยังเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่

ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี พระเอกชื่อดังของเมืองไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว เพื่อเรียกร้องสิทธิ หลังจากเขาเกือบถูกคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างชนระหว่างที่เดินอยู่บนทางเท้า

โดยพระเอกคนดังได้มีข้อความระบุว่า ทำนองว่า การเรียกร้องครั้งนี้เป็นความต้องการที่อยากให้ผู้นำ และผู้รับผิดชอบ เอาผิดกับผู้กระทำผิดในลักษณะนี้จริงๆ เสียที ไม่อย่างนั้นการพัฒนาพลเมืองไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หากเราไม่มีพื้นฐานที่ดีพอ

วันนี้ผมเกือบโดนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างชน…

ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนท้องถนนอาจจะเป็นไปได้ว่าไม่ใครถูกก็ใครผิด แต่มันเกิดขึ้นบน #ทางเท้า เรื่องแบบนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งกรณีในอีกหลายๆ กรณีของวินัยจราจรและเป็นปัญหาเกิดขึ้นกับบ้านเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เราแค่ต้องการมาตรฐานพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม แน่นอนว่าจิตสำนึกกับการรณรงค์นั้นต้องมี แต่เราต้องการผู้นำกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแบบทำจริงๆ ซะที ไม่เช่นนั้น เราจะพัฒนาพลเมืองให้ดีต่อไปไม่ได้หากเราไม่มีพื้นฐานที่ดีพอ

ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าโลกไปไกลมาก แต่เรายังคงต้องมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานกันอยู่เลย #วินัยจราจรสะท้อนวินัยชาติ #สวัสดิภาพดีๆ

ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เจ้าป่าเข้าเมือง