เปิดภาพความเสียหาย หลังเกิดเหตุปะทะในฮ่องกง

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์การประท้วงในเกาะฮ่องกง ซึ่งเดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 17 แล้ว
  • จุดเริ่มต้นของเหตุประท้วง เริ่มจากการต้องการให้ฮ่องกงถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้านข้ามแดนไปยังจีน
  • ล่าสุดจุดประสงค์หลักของการประท้วงในฮ่องกง มีการเรียกร้องให้ ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงลาออกและการเรียกร้องประชิปไตยในฮ่องกง

นับเป็นสัปดาห์ที่ 17 แล้วสำหรับเหตุการณ์ผุ้ชุมนุมเดินขบวนประท้วงในฮ่องกงช่วง ล่าสุดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อเกิดขึ้นตั้งแต่ สุดสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา ในย่านธุรกิจ ทั้งยังเป็นวันต่อต้านเผด็จการโลกในวันที่ 29 ก.ย. และในวันพรุ่งนี้ คือ 1 ต.ค. จีนจัดพิธีฉลองครบรอบ 70 ปี การก่อตั้งสาะรณรัฐ

โดยการปะทะกันเกิดขึ้นในย่าน “คอสเวย์ เบย์” หลังผู้ชุมนุมไม่พอใจที่ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นผู้เข้าร่วมการประท้วงและจับกุมตัวผู้ประท้วงไปหลายคน ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเคลื่อนที่เข้าปิดล้อมเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ตำรวจตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม

ทั้งนี้เหตุการณ์ความไม่สงบ ลุกลาม จนเกิดการปะทะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง และยิ่งลุกลามเนื่องจากในโอกาส “วันต่อต้านเผด็จการโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ก.ย. ของทุกปี ผู้ชุมนุมฮ่องกงนัดกันให้เดินทางไปยังย่าน คอสเวย์ เบย์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ จนเหตุการณ์เริ่มตึงเครียด ตำรวจใช้ทั้งกระสุนแก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย และเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อปราบปรามผู้ชุมนุมบางส่วนที่ขว้างปาก้อนหินและระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่จนกลายเป็นจลาจล ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุม ได้นัดรวมตัวงประท้วงครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม วันชาติจีน

ขณะที่อีกด้าน กลุ่มผู้สนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่หลายร้อยคนรวมตัวชุมนุมในฮ่องกงเพื่อแสดงพลังสนับสนุนจีนและต่อต้านการประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อมาเป็นเดือนที่ 4 แล้ว

ผู้ชุมนุมพากันร้องเพลงชาติและโบกธงชาติธงจีนโดยกลุ่มชุมนุมสนับสนุน รัฐบาลจีน บอกว่ากิจกรรมในวันนี้ มีขึ้นเพื่อสนับสนุนอธิปไตยและเรียกร้องให้มีการเฉลิมฉลองวันชาติอย่างสันติในฮ่องกงด้วย

“บิ๊กป้อม” ชี้กรณีรถกระบะคว่ำ 13 ศพ เพราะยังมีคนต้านนโยบายนั่งท้ายกระบะ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เหตุการณ์สุดสลด รถกระบะชนเสาไฟฟ้า หลังกลับจากงานเลี้ยงฉลองฝึกงานแล้วเสร็จ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย
  • ’บิ๊กป้อม’ เผยเตรียมหามาตรการดูแลความปลอดภัย
  • ชี้ ประชาชนเป็นคนขอร้องว่าให้ช่วยอนุโลมเรื่องการนั่งท้ายกระบะ เผย “หากคนไม่โดนเองก็ต่อต้านอยู่นั่นละ”

จากกรณีเหตุการณ์สุดสลด นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้า หลังกลับจากงานเลี้ยงฉลองฝึกงานแล้วเสร็จ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 12 คน และเสียชีวิตที่ รพ. อีก 1 คน

ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ย.62) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตราการควบคุมการนั่งท้ายระบะ ภายหลังเกิดเหตุมาศึกษาเทคนิคฯศรีสะเกษ ทำให้เสียชีวิต 13 รายว่า จะให้ทำอย่างไรเมื่อประชาชนเป็นคนขอร้องว่าให้ช่วยอนุโลม ส่วน มาตรการในการดูแล เราก็ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย

ซึ่งการห้ามนั่งท้ายกระบะนั้นก็มีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว เพราะว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งก็จะเกิดความสูญเสีย ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีการพิจารณา ในเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัย “หากคนไม่โดนเองก็ต่อต้านอยู่นั่นละ”

แม่ไอแอล อ้างลูกไม่หายใจ ซ่อนร่างในตู้เสื้อผ้า กดดันหนักจึงเอาศพมาทิ้งไว้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ขอความช่วยเหลือตามหาน้องไอแอล ทารกวัย 18 วัน หลังหายไปจากบ้านอย่างเป็นปริศนา
  • เมื่อช่วงเช้าวันนี้ คุณตาพบร่างของน้องไอแอล เป็นศพเสียชีวิตอยู่หลังห้องน้ำ
  • แม่ของเด็กระบุว่า ลูกไม่หายใจจึงนำร่างไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า แต่ถูกสังคมกดดันหนัก จึงนำร่างมาทิ้งไว้ในจุดที่ตาของเด็กไปพบ

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความ ขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยตามหาน้องไอแอล ทารกวัย 18 วัน ที่หายออกไปจากบ้านเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา โดยป้าของน้องไอแอล เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังไปรับลูกสาวที่โรงเรียนและได้ไปตลาดต่อ น้องสาว ซึ่งเป็นแม่ของน้องไอแอลได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่าลูกหายไป ด้วยความตกใจจึงรีบกลับมาบ้าน แต่ไม่เจอหลาน พบเพียงมุ้งครอบที่นอนเด็ก โดยมีขวดนมหนึ่งขวดที่หายไปพร้อมกับเด็ก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านนี้ไม่มีวี่แววว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เจ้าตัว ญาติ ๆ และเพื่อนบ้าน ได้ออกตามหาและสอบถามเพื่อนบ้านในละแวกนั้นแต่ก็ไม่มีใครพบคนที่มาอุ้มน้องไอแอลไปเลย

หลังจากนั้นในช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ย. 2562) เจ้าหน้าที่ได้พบกับร่างของน้องไอแอล บริเวณห้องน้ำในบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ลักษณะของศพ เหมือนมีการเคลื่อนย้ายจากที่อื่น ก่อนจะนำมาวางทิ้งไว้  โดยคุณตาของน้องไอแอล เป็นผู้พบร่างของน้องไอแอล ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น.

อย่างไรก็ตาม แม่ของน้องไอแอล ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้า ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ทั้งนี้จากสภาพร่างของน้องไอแอล ทำให้มีชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยว่าอาจโดนของแข็งทุบบริเวณศีรษะ เพราะมีรอยช้ำจนเห็นได้ชัด นอกจากนี้สภาพศพของน้องไอแอลนั้นอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย จึงคาดว่าน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกที่หายไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนแม่ของน้องไอแอลอย่างหนัก จนกระทั่งเจ้าตัวได้สารภาพว่า น้องไอแอลไม่หายใจ จึงนำร่างของน้องไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า และล็อคกุญแจไว้ ซึ่งหลังจากข่าวการหายตัวไปของน้อง เป็นข่าวโด่งดัง เจ้าตัวจึงทนรับแรงกดดันไม่ไหว เมื่อเวลาประมาณตี 3 ที่ผ่านมา จึงได้เปิดตู้เสื้อผ้า และนำศพมาวางไว้ ตรงที่ตาไปพบศพเมื่อเช้านี้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยู่ระหว่างการขยายผล โดยแม่น้องไอแอลอ้างว่า วันที่บอกว่าลูกหายไปนั้น เพราะลูกไม่หายใจ และคิดว่าลูกเสียชีวิต จึงเอาไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าในห้องนอน ซึ่งคำให้การนี้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำศพ ของน้องไอแอลส่งไปชันสูตรเบื้องต้น ที่ ร.พ. ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยแพทย์กับพนักงานสอบสวนจะร่วมพิสูจน์ เบื้องต้นเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งต่อไปชันสูตรหาสาเหตุ อย่างละเอียด ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก หากผลยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตต่อไป