แถลงจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติด 7 คดี ผู้ต้องหา 15 คน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียนติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. นำทีมแถลงกวาดล้างขบวนการยาเสพติด 7 คดี ของกลาง ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 201 กิโลกรัม, ยาบ้า 60,000 เม็ด,โคคาอีน 4,000 กรัม ,เคตามีน 100 กรัม, เอกซ์ตาซี่ 24,000 เม็ด ,เฮโรอีน 800 กรัม

คดีที่ 1 จับกุมนักค้ายาลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนไทย-พม่า สามารถจับกุมผู้ต้างหาได้ 3 รายพร้อมยาไอซ์ 200 กิโลกรัม บริเวณจุดสกัดบ้านโตก สภ.เมืองเพชรบูรณ์

คดีที่ 2 บก.ปส.๒ สืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญ สามารถจับกุมนายณรงค์ หรือ ตุ้ย พร้อมยาบ้า 856,000 เม็ดพร้อมกับแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท๑ เมทแอมเฟตามีหรือยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีที่ 3 ทำลายเครือข่ายนักค้ายาสพติดรายสำคัญสามารถจับกุมผูต้องหาได้ 4 คน พร้อมยาบ้า 60,000 เม็ด ยาไอซ์ 1,100 กรัม,เคตามีน100กรัม,กัญชา500 กรัม

คดีที่ 4 ผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 1คน สัญชาติอิวัวเรียน พร้อมของกลางโคคาอีน 72 ก้อน น้ำหนักประมาณ 1,600 กรัม โดยกลืนลงสู่ร่างกาย หลังเดินทางมาจากประเทศไนจีเรียมาต่อเครื่องที่เอธิโอเปีย เพื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย

คดีที่ 5 จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 1 คน สัญชาติเคนย่าเดินทางมาจากเอธิโอเปียเข้ามาในไทย ถูกตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ร่างกายพบโคคาอีน 100 ก้อน หนัก 1,400 กรัม จึงตรวจยึดและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 6 จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 1 คน สัญชาติเบนินดินทางมาจากเอธิโอเปียเข้ามาในไทย ถูกตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ร่างกายพบโคคาอีน 62 ก้อน หนัก 1,000 กรัมจึงตรวจยึดและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 7 ชุดสืบสวนทำการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมเอ็กซ์ตาซี่ 24,000 เม็ด ,ยาบ้า 100 เม็ด ,ยาไอซ์ 0.62 กรัม โดยสามารถตรวจจับพัสดุที่ส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม ซุกซ่อนในพัสดุไปรษณีย์ จึงขยายผลตามจับกุมตามชื่อที่แจ้งมาในพัสดุ จึงเข้าจับกุมพร้อมส่งดำเนินคดีต่อไป

ศาลสั่งประหาร นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.เพื่อไทย คดีจ้างฆ่าปลัด อบจ.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชี้พยานหลักฐานชัดมัดตัว เป็นผู้ว่าจ้างบุคคลให้ก่อเหตุดังกล่าวจริง
  • ทนายเร่งทำเรื่องขอประกันตัว และยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ
  • คำตัดสินไม่มีผลต่อสถานะ ส.ส. เพราะคดียังไม่สิ้นสุด
  • นวัธ ตาะเจริญสุข คือ ส.ส.เพื่อไทยที่ร้ายเพื่อน ส.ส.พรรคเดียวกันที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.ขอนแก่น ศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการ จ.ขอนแก่น ได้ยื่นฟ้อง นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในคดีให้ผู้อื่นกระทำความผิด จากกรณีจ้างวานให้บุคคลทั้ง 4 รายสังหาร นายสุชาติ โคตรทุม อดีต ปลัด อบจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 56

โดยจากการพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้ว ศาลได้มีคำสั่งลงโทษประหารชีวิตนายนวัธ เตาะเจริญสุข รวมทั้งชดใช้ค่าปลงศพ และค่าเลี้ยงดูบุตรของอดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น จำนวน 300,000 บาท

เนื่องจากมีหลักฐานสำคัญต่างๆ ทั้งพยานบุคคลคือผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ที่สารภาพก่อนหน้านี้ รวมทั้งหลักฐานการโทรศัพท์ระหว่างนายนวัธกับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงได้ตัดสินออกมาในวันนี้

คำตัดสินนี้ไม่มีผลต่อสถานะ ส.ส. เพราะถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด

ด้านนายนวัธ กล่าวว่า เรื่องของคดีความได้ชี้แจงไปแล้ว และในชั้นศาลก็มีทั้งการสอบฝ่ายจำเลย-ฝ่ายโจทก์ ซึ่งส่วนตัวปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว

แต่เมื่อมีคำตัดสินเช่นนี้ก็ต้องยอมรับ เบื้องต้นจะประกันตัวและต่อสู้คดีจนครบสามชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ปรึกษากับทีมกฎหมายว่าคดีจะส่งผลกระทบต่อสถานะ ส.ส. หรือไม่

ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า นายนวัธ ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อไปได้ และสถานะความเป็น ส.ส. ยังคงอยู่ แม้ว่าจะถูกตัดสินประหารชีวิต เพราะว่าคดียังไม่ถึงที่สุด เป็นเพียงศาลชั้นต้นเท่านั้น

สำหรับ นายนวัธ เตาะเจริญสุข เคยเป็นข่าวโด่งดังในหน้าหนังสือพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ หลังจากพาพวกเข้าไปล็อกตัวนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จากพรรคเดียวกันก่อนจะทำร้ายร่างกายด้วยการตบไปที่ศีรษะ

เนื่องจากไม่พอใจที่เกิดการปะทะคารมกันระหว่างประชุมสภา หลังมีความเห็นไม่ตรงกันในการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) ทางด่วน ทางด่วนและบีทีเอส ก่อนที่เวลาต่อมา เขาจะออกมาชี้แจงว่า เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีที่ถูก ส.ส. คู่กรณีหยามเกียรติ จึงได้กระทำดังกล่าวลงไป

โอ๊ค พานทองแท้ ซัด 14 ส.ส.เพื่อไทย จ่อย้ายขั้ว ซบพลังประชารัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีกระแสข่าวออกมาว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 14 คน จ่อย้ายขั้ว ซบพลังประชารัฐ
  • โอ๊ค พานทองแท้ ติงเป็นสามัญสำนึกไม่ควรทำ

นายพานทอง ชินวัตร อายุ 39 ปี บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 14 คน ขอนัดทานข้าวกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมย้ายขั้วไปอยู่ฝั่งรัฐบาล ว่า

ที่ผ่านมาตนเองไม่ค่อยสนใจข่าวการเมืองเพราะต้องเอาเวลามาอ่านเอกสารคดีของตนเอง ที่มีจำนานมากเพราะคดีมีระยะเวลานานกว่า 10 ปี และตนเองก็ไม่เคยได้เข้าพรรคเพื่อไทยเลย ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านอ่านหนังสือ เพราะเอกสารเยอะ

แต่เมื่อถามย้ำว่า หาก ส.ส.ทั้ง 14 คน จะไปร่วมอุดมการณ์กับ พลังประชารัฐจริงๆ เห็นว่าด้วยสามัญสำนึกก็ไม่ควรทำอยู่แล้ว

แต่ถ้าเขามีเหตุจำเป็นบางอย่างที่ต้องทำตนเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพราะบางคนอาจโดนเรื่องอะไรมาหรือไม่ แต่ตามมรรยาทและกติกาการเมืองแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ส่วนที่มีกระแสข่าวกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยตลอดเวลาตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้ปรับโครงสร้างองค์กร มีผู้นำพรรคคนใหม่ ก็ยิ่งมีภาพและข่าวของความขัดแย้งออกมา โดยเฉพาะข่าว ส.ส.จะย้ายพรรคอยู่เรื่อยมา และทุกๆ ครั้งทีมีข่าวออกไปตนเองอยากให้สื่อมวลชนสอบถามข้อเท็จจริงจากตนเองและคนในพรรคก่อน แล้วค่อยนำเสนอข่าวอยากให้กลั่นกรองข่าว เพราะพวกนี้อาจจะโยนหินถามทางหรือเปล่าตนก็ไม่แน่ใจ