เร่งอพยพผู้คนหนีน้ำท่วมหนักกัมพูชา

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดน้ำท่วมรุนแรงทางตอนเหนือของกัมพูชา
  • เจ้าหน้าที่อพยพผู้คนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

วานนี้ สถานีโทรทัศน์ PNN ของกัมพูชา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ช่วยเหลืออพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงทางตอนเหนือของประเทศ

PNN เผยแพร่ภาพขณะตำรวจในเมืองปอยเปต ซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนไทย ลงพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองปอยเปต ซึ่งถูกน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการถึงจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบในเมืองปอยเปต

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า โฆษกคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัมพูชา หรือ NCDM ระบุว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงในแม่น้ำโขงและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของกัมพูชา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย โดยเหตุน้ำท่วมรุนแรงสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ใน 8 จังหวัดของกัมพูชา

รายงานข่าวระบุว่า มีครอบครัวได้รับผลกระทบ 89,722 ครอบครัว และ 14,583 ครอบครัวในจำนวนนี้ ถูกอพยพไปยังพื้นที่สูงอย่างปลอดภัยแล้ว

มีบ้านเรือน 68,780 หลัง ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย รวมถึงนาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอื่นราว 3.7 แสนไร่ ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม กัมพูชามักเกิดเหตุน้ำท่วมในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม โดยปีที่แล้ว เหตุน้ำท่วมฉับพลันคร่าชีวิตผู้คนไปทั้งหมด 63 ราย

วธ. ผุดแนวคิด 4 DNA สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบ ภายใต้ “โครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม” ปี 2562

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการฯ ขึ้น เพื่อเป็นการนำกระบวนสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยมาพัฒนาศิลปวัฒนธรรมที่มีในชุมชน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการอนุรักษ์รักษาศิลปะวัฒนธรรม ไปพร้อมกับพัฒนาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างมากมายให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชน

โดยใช้การค้นหาและถอดรหัสอัตลักษณ์ของแนวคิดศาสตร์ 4 DNA ซึ่งเป็นการคิดรอบด้านมีหลักสำคัญคือค้นหาตัวตนของแต่ละชุมชนจากมิติต่างๆ นำมาศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาสินค้า และบริการทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ตราสินค้า โลโก้ โทนสี ลวดลายผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบตกแต่งภายใน ฯลฯ

ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นจะมีความทันสมัยและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งเสริมเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในชุมชนในให้เติบโต โดยโครงการฯ ดังกล่าว จัดทำขึ้นภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และประชาชนในแต่ละจังหวัด เสริมสร้างความสัมพันธ์ของประชาชนในทุกภาคส่วน

โดยในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการฯ ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัด พิษณุโลก ระยอง สมุทรสงคราม และนครศรีธรรมราช รวมทั้งสิ้น 43 อำเภอ ทำให้ได้ผลงานการออกแบบที่โดดเด่น มีการเผยแพร่องค์ความรู้ และการพัฒนาต่อยอดไต้อย่างเป็นรูปธรรม นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่จังหวัด อาทิ

การออกแบบผลิตภัณฑ์และสินค้า การตกแต่งภายใน โล่รางวัล และอื่น ๆ สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2562 มี 4 จังหวัดที่เข้าร่วม ได้แก่ สมุทรสาคร นครราชสีมา เชียงราย และเพชรบุรี รวม 61 อำเภอ

ซึ่งเป็นผลงานต้นแบบที่ได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ยังได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในการให้ความรู้แก่ชุมชนเพื่อจะได้เข้าใจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงได้มีการทำข้อตกลงโอนลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้กับจังหวัดพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบ ซึ่งผลงานที่ได้รับนั้นจะได้นำไปใช้สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ด้าน นส.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวว่า “สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจโดยตรง ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการให้ความรู้กับประชาชนหรือชุมชน ที่จะพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมด้วยงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และถอดรหัส ด้วยศาสตร์ 4DNA

ซึ่งโครงการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยเพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม นับเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยใช้มิติทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นต้นน้ำ นำมาต่อยอดสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ ไปสู่การออกแบบในหลากหลายมิติ

เป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานด้านศิลปวัฒนธรรม ที่มุ่งหวังให้เป็นแนวทางในการพัฒนามรดกทางวัฒนธรรม เป็นการประยุกต์ใช้อัตลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคนในสังคมในทุกภาคส่วน ได้เกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเองด้วย”

ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง อดีตคณบดีคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้คิดค้นแนวคิดศาสตร์ 4 DNA กล่าวว่า “โลกกำลังเข้าสู่ยุค City Branding หากเราไม่เริ่มสำรวจอัตลักษณ์ประจำเมือง ก็จะถูกเมืองที่มีศักยภาพสูงหรือมีการลงทุนมากกว่า กลืนกินในไม่ช้า

ซึ่งแนวคิดศาสตร์ 4 DNA เป็นการสำรวจและวิจัยตั้งแต่พฤติกรรมของคนจนถึงระดับวัฒนธรรม และได้แปลงข้อมูลทั้งหมดให้กลายเป็นคอนเซ็ปท์ของแต่ละชุมชน จนทำให้เกิดอัตลักษณ์ประจำถิ่น ที่สามารถประยุกต์ใช้สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจในหลากหลายมิติ มีเรื่องราวให้คนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจ

หรืออาจกล่าวได้ว่า 4 DNA คือการระดมความคิดจากทุกภาคส่วนในการกำหนดอัตลักษณ์ อาทิ ภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ สังคม เศรษฐกิจ จากนั้นนำไปสู่การออกแบบรอบทิศ ได้แนวทางศาสตร์ 4 DNA เฉพาะแต่ละชุมชนในการไปใช้ประโยชน์รอบด้าน”

ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว ทางกระทรวงวัฒนธรรม ได้มีการผลักดันให้เกิดประโยชน์ในระดับมหภาคมากยิ่งขึ้น โดยกำลังร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงพาณิชย์, การท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงมหาดไทย ในการนำผลงานการออกแบบนำไปต่อยอดด้านเศรษฐกิจให้กับชุมชน

ซึ่งในปี 2563 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้มีแนวทางในการต่อยอดในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ, เมืองรอง และเมืองการท่องเที่ยวที่สำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาไปสู่ Creative City และการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) ในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ภูเก็ต สุโขทัย และราชบุรี ต่อไป

ลูกค้าได้รับผลกระทบอย่างไร ? หลัง“โทมัส คุก” บ.ทัวร์ยักษ์ล้มละลาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เว็บไซต์ดังรายงานประเด็นบริษัททัวร์ “โทมัส คุก” ล้มละลาย
  • โดยเจาะแง่มุมของลูกค้าทัวร์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

บิสซิเนส อินไซเดอร์ ขึ้นพาดหัวข่าวระบุว่า “Passengers share vacation disasters from the Thomas Cook collapse, including a ruined $41,000 wedding and ‘being held hostage’ by angry staff at a Tunisian hotel” หรือ “ผู้โดยสารเล่าประสบการณ์พักร้อนหายนะ หลังโทมัส คุก ล้มละลาย, รวมถึงงานวิวาห์มูลค่า 41,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,200,000 พังพินาศ และถูกเจ้าหน้าที่โรงแรมในตูนีเซียจับเป็นตัวประกัน”

รายงานระบุว่า หนึ่งในลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกรณี “โทมัส คุก” ล้มละลาย มาจากเคาน์ตี้เลสเตอร์เชอร์ ของอังกฤษ ซึ่งวางแผนจัดงานแต่งบนเกาะซาคินทอสของกรีซ ในเดือนตุลาคม ที่ใช้เงินจัดงานถึง 41,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,200,000  และมีแขกจองตั๋วเที่ยวบินกับบริษัทถึง 33 คน ซึ่งทุกอย่างทั้งเที่ยวบินและรีสอร์ทได้จองผ่านโทมัส คุก

ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอีกรายเผยว่า เขาและผู้เข้าพักอีกไม่กี่คนในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในตูนีเซีย ถูกเจ้าหน้าที่จับเป็นตัวประกัน เนื่องจากเกรงว่าโทมัส คุก จะไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับโรงแรมได้อีกต่อไป