‘หญิงหน่อย’ อัดรัฐบาลเพาะฟาร์มงูเห่า ย้ำมีหลักฐานเอาผิดทั้งคลิปและเสียง

ประเด็นน่าสนใจ

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ชี้แจงกรณีกระแสข่าว 20 ส.ส. ฝ่ายค้าน เตรียมย้ายขั้วสลับไปอยู่ พปชร.
  • ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะตั้งแต่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า
  • ยัน ‘พรรคเพื่อไทย’ มีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าว 20 ส.ส. ไปทานข้าว และจะย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลมาตลอด ที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างเพื่อที่จะสืบทอดอำนาจต่อ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะตั้งแต่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า ก่อนเลือกตั้งก็ใข้เงิน 30-50 ล้านบาท เอาคดีไปข่มขู่บ้าง บางคนก็ได้ข้อเสนอว่าจะวิ่งเต้นเรื่องคดีให้ถ้าย้ายฝั่ง

แต่โชคดีคนของพรรคเพื่อไทยมีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชน จึงมาเล่สให้ฟังทั้งหมด พรรคเลยมีโอกาสได้รวบรวมคลิปเสียง ถึงแม้หลักฐานจะยังไม่สมบูรณ์มาก แต่ทางพรรคก็จะใช้หลักฐานเหล่านี้ มาดำเนินการกับคนที่มาเสนอเงินให้ ส.ส. เพราะมีความผิด แต่ทั้งนี้ก็ไม่อยากจะเปิดเผยหลักฐานที่มี เพราะฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่

ส่วนกรณีว่าจะสามารถเอาผิดทางกฎหมายกับทางรัฐบาลได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราทำตาากฎหมายแบบคนไร้เส้น แต่คนที่มีอำนาจเขาก็รอดไปได้ทุกคดี แต่ก็ไม่เป็นไร อะไรก็ตามที่เราอยู่ในกรอบของกฏหมายเราอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตย การกระทำที่ผู่มีอำนาจในรัฐบาลกำลังกระทำอยู่นี้ เป็นการกระทำที่ขาดซึ่งคุณธรรม จริยธรรม และทำบายระบอบประชาธิปไตย และระบอบการเมืองอย่างชัดเจน และเป็นการเสี่ยงที่จะกระทำการผิดกฎหมายได้วย ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นเรื่อธรรมดา ถ้าเขาอยากพยายามก็ให้พยายามต่อไป

บก.น.8 ประสาน ปอท. ตรวจสอบสมาร์ทวอทช์ของ ‘ลัลลาเบล’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลัลลาเบล พริตตี้สาวชื่อดัง เสียชีวิตภายในคอนโดแห่งหนึ่งย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ จากกล้องวงจรปิดพบว่านาย  ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย เป็นผู้นำตัวผู้ตายมาที่คอนโดแห่งนี้ และนำตัวผู้ตายมาไว้ที่โซฟา ภายในล็อบบี้ ซึ่งหลังจากนั้นมีคนพบศพผู้ตายในที่สุด
  • มีผู้จับสังเกตภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่ลัลลาเบล ถูกนำตัวมาที่คอนโดแห่งนี้ว่าเธอสวมใส่สมาร์ทวอทช์ ซึ่งสามารถจับสัญญาณชีพจรได้
  • บก.น.8 ประสาน ปอท. ตรวจสอบหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของลัลลาเบลหลายชิ้นส่วนรวมถึงสมาร์ทวอทช์ที่มีการพูดถึงด้วย

จากกรณี น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘น้องลัลลาเบล’ พริตตี้สาวชื่อดังวัย 25 ปี ได้เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตรหรือ ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พา ‘น้องลัลลาเบล’ขึ้นคอนโด ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่า เจ้าตัวเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด

ทั้งนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วน ได้จับสังเกตว่า ผู้ตายได้สวมใส่สมาร์ทวอทช์ในขณะที่ถูกนำตัวมายังคอนโดดังกล่าว ซึ่งหากผู้ตายสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไว้ตลอดเวลา ก็น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับชีพจรถูกบันทึกไว้ และน่าจะบอกเวลาที่ผู้ตายเสียชีวิตได้

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ได้รับการประสานจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (บก.น.8) ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของลัลลาเบลหลายชิ้นส่วน โดยมี พ.ต.อ.อมรชัย ลีลาขจรจิตร ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้ทำการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว พร้อมส่งผลพิสูจน์กลับไปยัง บก.น.8 เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์หนึ่งในหลักฐายของผู้ตายที่นำมาตรวจนั้น เบื้องต้นต้องดูว่าผู้ตายสวมใส่ตอนเสียชีวิตหรือไม่เพราะหากถอดไปก่อนก็ไม่สามารถตรวจวัดชีพจรได้ ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี ขอให้ทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบแก๊งหลอกให้สินเชื่อ ขอรหัส OTP สารภาพโดนหลอกมาก่อนเลยเอาวิธีการมาใช้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจแถลงจับกุมแก๊งคนร้ายลงเฟซบุ๊กให้สินเชื่อ ก่อนหลอกขอรหัส OTP เอาเงินเหยื่อเข้าบัญชีตัวเอง
  • มีผู้เสียหาย 12 ราย รวมความเสียหาย 313,650 บาท
  • เผยคนร้ายเคยถูกหลอกด้วยวิธีดังกล่าว จึงนำมาใช้หลอกผู้อื่นต่อ

ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย ของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายวรวัช ตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 189/2562 ลง 13 กันยายน 2562 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และนายกานต์ บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 190/2562 ลง 13 กันยายน 2562 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”

โดยพฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อห้วงเดือน มิถุนายน ถึง สิงหาคม 2562 กลุ่มผู้เสียหายรวม 12 ราย ได้รับการติดต่อจากคนร้ายทางสื่อโซเชียลแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค (Facebook) โดยใช้ชื่อว่า “Peerapong” โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์เสนอให้ผู้เสียหายทำการกู้ยืมเงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้เปิดบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ และให้มีเงินคงเหลือในบัญชี (เงินนอนบัญชี)

จากนั้นจะหลอกลวงผู้เสียหายขอข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัว วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสโอทีพี (OTP) ฯลฯ โดยคนร้ายจะนำหมายเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปลงในแอพพลิเคชั่นการโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB Easy App จากนั้นจะทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปเข้าบัญชีธนาคารของคนร้ายที่เปิดรองรับไว้

ผู้เสียหาย 12 ราย รวมความเสียหาย 313,650 บาท

ซึ่งวิธีโพสต์หลอกซื้อบัญชีธนาคารในโซเชียลกลุ่มต่างๆ โดยอ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้หมุนเวียนการเล่นพนันฟุตบอล และหวย ในราคาบัญชีละ 1,000 บาท เมื่อเงินเข้าบัญชีแล้วจะไปทำการถอนเงินสดออกโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม หรือ Cardless ทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย 12 ราย รวมความเสียหาย 313,650 บาท จึงได้รวบรวมข้อมูลโดยส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ฝ่ายป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมทำการสืบสวน

กระทั่งทราบตัวคนร้าย คือ นายวรวัช ซึ่งทำหน้าที่ หลอกลวง/ซื้อบัญชีทางโซเชี่ยล/โอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายโดยขอรหัส OTP ไปเข้าบัญชีที่หลอกลวงซื้อมา แล้วทำรายการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็ม หรือ Cardless และนายกานต์ ซึ่งทำหน้าที่นำรหัส Cardless ตระเวนถอนเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐาน รายงานการสืบสวน ส่งมอบให้ พงส. สภ.หัวหิน และต่อมาศาลจังหวัดหัวหิน ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ทั้งสองคน

เคยถูกหลอกมาก่อน สืบเอาวิธีจากคนร้ายแล้วนำไปหลอกคนอื่นต่อ

ต่อมาในวันที่ 21 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารับว่าเคยถูกหลอกลวงโดยวิธีการนี้มาก่อนและเคยไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับคนร้ายดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ ผู้ต้องหาจึง ไปสอบถามวิธีการของคนร้ายจนเข้าใจ จากนั้นจึงนำวิธีการเดียวกันดังกล่าวไปหลอกลวงบุคคลอื่นเรื่อยมา จนมีผู้เสียหายหลายราย

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th