นายกฯ ห่วงคนกรุง หลังฝุ่น PM 2.5 สูง บอก “สวมหน้ากากอนามัยด้วยครับ”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ฝุ่นละออง pm 2.5 หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกินมาตรฐาน
  • นายกฯ ห่วง ขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศในช่วงนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ ห่วงค่าปริมาณฝุ่นละออง pm 2.5 เกินมาตรฐาน

โดยมีข้อความว่า เช้าวันนี้ หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนที่ได้เตรียมไว้อย่างเร่งด่วน

และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม ลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศในช่วงนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยด้วยครับ

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น. โดยระบุว่า

ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40 – 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 33 สถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่

  • เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตบางรัก เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตบางพลัด และบริเวณถนนสิริธร
  • จังหวัดนนทบุรี บริเวณ อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด
  • จังหวัดปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง
  • จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณ อ.พระประแดง และ อ.เมือง
  • จังหวัดสมุทรสาคร บริเวณ อ.กระทุ่มแบน และ อ. เมือง
  • จังหวัดนครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าเกือบทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรมควบคุมมลพิษ กทม. บก.จร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด บำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะทดแทนการใช้รถส่วนบุคคล ตรวจสอบและไม่ใช้รถขนส่งสาธารณะที่มีควันดำ และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมควบคุมและลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศ

พบแล้ว!! ‘น้องไอแอล’ กลายเป็นศพ อยู่หลังห้องน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’น้องไอแอล’ ทารกแรกเกิด หายตัวจากบ้านพักใน จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.62
  • ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบศพน้องไอแอลแล้ว อยู่หลังห้องน้ำบ้านพ่อแม่ของน้อง
  • เบื้องต้นตำรวจเตรียมเชิญครอบครัวน้องไอแอล มาสอบปากคำเพิ่มเติม

จากกรณีในโลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ระบุว่า ‘น้องไอแอล’ ทารกแรกเกิดวัยเพียง 18 วัน หายตัวไปขณะนอนอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน ในพื้นที่ ต.ดงคู่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ย.62 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : แม่ใจสลาย คนร้ายบุกอุ้มลูกทารกถึงในบ้าน วอนส่งคืน)

โดยในช่วงเวลาที่ ‘น้องไอแอล’ หายตัวไป เป็นช่วงระหว่างที่ น.ส.อิสราพร ฝอยเหลือง หรือ ออย อายุ 22 ปี แม่ของน้อง กำลังเข้าห้องน้ำเพียง 15 นาที เวลาประมาณ 15.40 น. ของวันที่ 26 ก.ย.62

ภายหลังทางครอบครัวได้แจ้งความที่ สภ.ศรีสัชนาลัย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเพื่อทำการออกค้นหา ‘น้องไอแอล’ พร้อมจัดสุนัขตำรวจออกค้นหาตลอด 4 วันที่ผ่าน แต่ยังไม่พบน้องไอแอล

ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ย.62) มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้พบศพของ ‘น้องไอแอล’ อยู่บริเวณหลังห้องน้ำที่บ้านพ่อแม่ของน้องไอแอล ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นหาจุดดังกล่าวแล้วแต่ไม่พบ อย่างไรก็ตามทางเจาหน้าที่ตำรวจ เตรียมเชิญครอบครัวของน้องไอแอล มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ศรีสัชนาลัย

กรุงไทยยัน! ระบบชิมช้อปใช้ ไม่ได้ล่ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีคนโพสต์ภาพลงโซเชียล คนทิ้งรถเข็นเกลื่อนห้าง อ้างระบบชิมช้อป
  • ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด ธนาคารกรุงไทย แจงระบบไม่ล่ม แต่เป็นเพราะการบริหารจัดการของห้างเอง

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพคนทิ้งสินค้าเกลื่อนในห้างสรรพสินค้า โดยผู้โพสต์ที่นำภาพมาโพสต์อ้างว่า ผู้คนได้มาจับจ่ายใช้สอยตามโครงการ ชิมช้อปใช้ แต่ระบบการจ่ายเงินระหว่างแอปพลิเคชั่นเป๋าตังและแอปพลิเคชั่นถุงเงินล่ม ทำให้ไม่สามารถชำระเงินที่รัฐบาลแจกได้

ภายหลังภาพถูกเผยแพร่ผู้คนต่างวิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า สงสารพนักงานที่ต้องจัดสินค้ากลับเข้าที่เหมือนเดิม

ล่าสุดทางด้าน ทางด้านฝ่ายกลยุทธ์การตลาด ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า ตามที่มีการแชร์ข่าวในโซเชียลมีเดีย ว่าระบบชิมช้อปใช้ล่ม ทำให้ประชาชนทิ้งรถเข็นที่มีสินค้าในห้างเทสโก้โลตัส หลัก 4 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 นั้น

ธนาคารกรุงไทย ขอยืนยันว่าเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมาแอปฯ ชิมช้อปใช้ ทั้งเป๋าตังและถุงเงิน ไม่ได้ล่มตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ปัญหาที่เกิดความไม่สะดวกในห้างดังกล่าว เป็นเพราะการบริหารจัดการของห้างเอง

ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขการลงทะเบียนร้านค้าถุงเงิน 1 ร้านค้าขนาดใหญ่ ธนาคารกำหนดให้สามารถเข้าใช้งานพร้อมกันได้ 20 จุด ใน 1 จังหวัด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เงินกระจายไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ให้ร้านค้าชุมชนได้ประโยชน์สูงสุด

สำหรับห้างเทสโก้โลตัส ได้ลงทะเบียนที่กรุงเทพฯ และให้สาขาจำนวนมากถึง 20 สาขาใช้ ทำให้ห้างเทสโก้โลตัสแต่ละสาขา มีจุดรับชำระเงินเพียง 1 จุด ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในบางสาขา

ห้างเทสโก้โลตัส สามารถบริหารจัดการจุดรับชำระเงินของตนเองได้ดีกว่านี้ หากลดจำนวนสาขาลง และเพิ่มจุดรับชำระต่อ 1 สาขาให้มากขึ้น เช่นเดียวกับห้างอื่นๆ ที่มีการบริหารจัดการที่ดีกว่า เช่น ห้างเดอะมอลล์ ใช้เพียง 3 สาขา ในกรุงเทพฯ ห้างบิ๊กซีใช้ 7 สาขา ในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้มีจำนวนจุดรับชำระเงินต่อสาขามากกว่า 1 จุด สามารถบริการลูกค้าได้ดีมากกว่า โดยไม่ได้ฉกฉวยประโยชน์ แต่คำนึงถึงความสะดวกสบายของประชาชนเป็นที่ตั้ง

เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ออกมาตรการชิมช้อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก เพื่อให้เงินได้หมุนไปสู่ชุมชน ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จากมาตรการนี้ เดินทางไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีสิ่งดีๆ ให้ได้สัมผัสมากมาย