เตือนภัย สภาพอากาศแปรปรวน เช้านี้ ( 20 ก.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในช่วง 20-22 ก.ย. นี้จะมีฝนตกชุกหนาแน่น มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
  • 21-22 ก.ย. จะมีลมกระโชกแรงเพิ่มเติมอีกด้วย
  • ช่วงวันที่ 23-25 ก.ย. อากาศจะหนาว อุณหภูมิลดลง 3-5 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้งเตือน “สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2562) ” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

ในช่วงวันที่ 20-22 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และ มีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยมีฝนฟ้าคะนองบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562

จากนั้นในช่วงวันที่ 23-25 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลง ในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

ในวันที่ 20 กันยายน 2562

บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

  • ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง

ในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562

บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรง

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ในวันที่ 20-22 กันยายน 2562 จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้น จึงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สะเทือนใจ! ภาพงูยักษ์ไหม้เกรี้ยม หลังหนีไม่รอดจากไฟป่าอินโดฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นที่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย
  • จากเหตุนี้ทำให้สัตว์หลายชนิดถูกไฟคลอกตาย โดยเฉพาะงู
  • ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟป่ามาจากฝีมือมนุษย์ และทำการจับกุมแล้วเกือบ 200 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศได้มีการเผยแพร่ภาพสลดใจ หลังมีงูขนาดยักษ์ในป่าบนเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ถูกไฟคลอกตาย หลังจากบริเวณดังกล่าวเกิดไฟไหม้ขึ้นครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา

โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ worldofbuzz.com ที่เผยให้เห็นว่า งูยักษ์ตัวนี้มีขนาดลำตัวยาวถึง 10 เมตร มีสภาพไหม้เกรียมทั้งตัว หลังจากมันถูกความร้อนของไฟแผดเผา แม้ว่ามันพยายามเลื้อยหนีเอาตัวรอดจากเหตุไฟไหม้ป่าแล้ว แต่ด้วยการที่ไฟได้ไหม้เป็นวงกว้าง ทำให้มันหนีไม่พ้นและถูกไปคลอกตายในที่สุด

ทั้งนี้หลังภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนต่างคิดเห็นไปทำนองเดียวกันว่า งูตัวนี้อาจเป็นงูอนาคอนด้าจากลุ่มน้ำอแมซอน ก่อนที่เวลาต่อมา ประธานสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จังหวัดกาลีมันตันกลาง ได้เผยว่าคงไม่ใช่งูอนาคอนด้าอย่างที่คิด แต่เป็นเพียงงูเหลือมสัตว์พื้นถิ่นในป่าแห่งนี้เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นงูลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ดีนอกจากงูยักษ์ตัวดังกล่าวจะสังเวยชีวิตให้กับไฟป่าครั้งนี้แล้ว ยังมีงูและสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิดถูกไฟป่าคลอกตายเช่นกัน พร้อมกันนี้จากเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นส่งผลทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขายเป็นวงกว้าง โดยทางภาคใต้ของไทยก้ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟป่านั้น คาดว่ามาจากน้ำมือของมนุษย์ และขณะนี้ทางการของอินโดนีเซียได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุแล้วกว่า 186 คน ในพื้นที่ 6 จังหวัดของประเทศ

เริ่มแล้ววันนี้! ใบขับขี่จะไม่ถูก ‘ยึด’ อีกต่อไป

ประเด็นน่าสนใจ

  • เริ่มแล้ววันนี้ ห้ามเจ้าหน้าที่ยึดใบขับขี่
  • การแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาได้
  • ยกเว้นผู้ขับรถมีสภาพไม่สามารถขับต่อไปได้

เพจกองปราบปราม ได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อเผยให้ประชาชนได้รับทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. เป็นต้นไป กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการจราจร โดยเฉพาะการยึดใบขับขี่จะไม่ถูกนำมาใช้อีกต่อไป โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

กฎหมายใหม่ : 20 กันยายน 2562 นี้ ใบขับขี่จะไม่ถูก ‘ยึด’ อีกต่อไป

  1. จากเดิม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 140 วรรคสอง การออกใบสั่ง ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราว

    โดยบัญญัติว่า “ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้” ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกโดยมาตรา 10 ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ดังนั้น การออกใบสั่ง เจ้าพนักงานจราจรจึงไม่มีอำนาจเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่อีกต่อไป

  2. กรณีเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไม่พบตัวผู้ขับขี่ และไม่สามารถติด ผูก หรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด มาตรา 140 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 บัญญัติให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้จ่ายค่าปรับ

    ดังนั้น เจ้าพนักงานจราจร ต้องส่งใบสั่ง พร้อมด้วยพยานหลักฐาน และต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงจะถือว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งนั้นแล้วเมื่อผลกำหนด 15 วันนับแต่วันส่ง

  3. การแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ มาตรา 31/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 บัญญัติว่า “ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ

    ในกรณีที่ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว”

ดังนั้น การแสดงใบอนุญาตขับขี่ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ได้ตามที่กฎหมายบัญญัติได้ รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/posts/2232967756926379/

ที่มา : พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/…/P…/2562/A/067/T_0067.PDF

ที่มา: สำนักงานกิจการยุติธรรม