ตร. ปูพรมทลายโกดังท่อไอเสีย ปราบกลุ่มแว้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีเด็กแว้นขับรถก่อความเดือดร้อนรำคาญ ที่ จ.นครสวรรค์
  • การลงพื้นที่ต้องสงสัยใน 3 จังหวัด ยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐานเกือบ 500 ชิ้น
  • พี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแส แหล่งมั่วสุมแต่งรถแจ้งได้ที่ 1599

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์. รอง ผบช.ภ.6 พร้อมเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรม นำหมายศาลเข้าตรวจค้นแหล่งผลิต และโกดัง รวม 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี 2 จุด และพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 2 จุด

โดยการตรวจค้น บ้านเลขที่ 35 หมู่ 4 ต.ดอนขมิ้น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พบของกลาง เป็นท่อไอเสีย ไม่ได้มาตรฐาน (มอก.) จำนวนกว่า 300 ชิ้น จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนเจ้าของบ้าน ทราบว่า ได้รับท่อไอเสียมาจากโรงกลึง ในพื้นที่ภาคกลาง จึงสั่งการให้นำกำลังเข้าตรวจสอบขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจ สภ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งจากประชาชน ว่ามีกลุ่มเด็กแว้นมีพฤติกรรมขับรถก่อความเดือดร้อนรำคาญ ใช้รถจักรยานยนต์มีท่อไอเสียเสียงดัง และมีพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การแข่งรถในทางสาธารณะ

การตรวจค้นสืบเนื่องจากพบเฟซบุ๊คชื่อ “ท่อผ่าเวฟ-ราคาถูก” ในราคา 700 บาท

โดยสืบสวนจนทราบว่า เป็นกลุ่มของเยาวชนอายุ 13-14 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมดังกล่าว ได้นำตัวมาตรวจสอบพบว่า มีการใช้รถจักรยานยนต์ที่มีท่อไอเสียเสียงดังและไม่มีเครื่องหมาย มอก. มีการสั่งซื้อมาจากเพจเฟซบุ๊คชื่อ “ท่อผ่าเวฟ-ราคาถูก” ในราคา 700 บาท

และจากเว็บไซต์ชื่อดังทางออนไลน์ ก่อนจะขยายผลมาตรวจสอบในพื้นอำเภอด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ยึดของกลางได้กว่า 100 ชิ้น และอำเภอเมืองราชบุรี รวมถึงพื้นที่อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า การกระทำผิดกฎหมาย และสนับสนุนให้มีการแข่งรถในทางสาธารณะอยู่ รวมถึงโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตบแต่งรถจักรยานยนต์ อย่างท่อไอเสีย ที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด และขยายผลอย่างต่อเนื่อง

โดยสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนําไปสู่การแข่งรถ ในทางหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือการสนับสนุนให้มีการกระทําความผิดดังกล่าว

หากพบกลุ่มวัยรุ่นจับกุมมั่วสุมแต่งรถ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 1599

สามารถแจ้งข้อมูลหรือ เบาะแสได้ทางสายด่วน 1599 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 และส่งคลิปวิดีโอแจ้งข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวข้องให้ตํารวจ ทราบ ในช่องทางเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์โซเซียลมีเดีย ศปก.ตร. ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้การกระทําความผิดแข่งรถ ในทางหมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สาวใหญ่ถูกฝรั่งหลอกโรแมนซ์สแกมยืมเงินญาติโอนเงินรวม 1.2 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาวใหญ่โดนฝรั่งหลอกโรแมนซ์สแกมหลงเชื่อหยิบยืมเงินญาติพี่น้องโอนไปช่วย 8 ครั้งรวม 1.2 ล้านบาท
  • ผู้เสียหายโร่ร้อง ปอท.ช่วยสืบสวนติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี
  • เจ้าตัวฝากเตือนคนอื่นระวังตัว คิดปรึกษาคนอื่นๆ ก่อนโอนเงินจะไม่พลาดแบบตน

เมื่อเวลา 15.30 น วันที่ 19 ก.ย. น.ส.แพตตี้ ( นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ที่อยู่ย่านบางขุนเทียน กทม.อดีตพนักงานขายบริษัทเอกชน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สาโรจน์ สุทธินนท์ รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท.แจ้งความว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ใช้โปรแกรม WhatsApp พูดคุยกับคนร้าย อ้างว่าชื่อ Mr.Christian Mark จนเกิดความไว้วางใจและให้โอนเงินเพิ่อชำระเป็นค่าภาษีให้กับธนาคาร

ซึ่งผู้แจ้งได้โอนเงินไปให้คนร้ายเป็นจำนวน 8 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,272,000 บาทโอนไปยังบัญชีเลขที่ 0592444XXX ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี กนกนุช จำนวน 100,000 บาทครั้งที่สอง 250,000 บาท ครั้งที่สาม100,000 บาท ครั้งที่สี่ 36,000 บาท ครั้งที่ห้า 50,000 บาทครั้งที่หกโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 1642750XXX ชื่อ กฤษณา……. จำนวน 112,752 บาท ครั้งที่เจ็ด จำนวน 152,000 บาท ครั้งที่แปดจำนวน 115,000 บาทเข้าบัญชีธนาคาร Lloyd เลขที่ 37754860 ชื่อบัญชี Kelly Smith

หลังจากนั้นคนร้ายติดต่อมาให้โอนเงินอีก จึงเชื่อว่าถูกหลอก และได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

น.ส.แพตตี้ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาแจ้งความ บก.ปอท.เพราะโดนคนที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mr.Christian Mark หลอกลวง อ้างว่าเขาเป็นคนอเมริกัน หลอกให้เราโอนเงินไปให้กับเขาเป็นจำนวน 8 ครั้งรวมเป็นเงินประมาณ 1.2 ล้านบาท ฝรั่งคนนี้ติดต่อขอแอดเป็นเพื่อนตนมาทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แล้วก็จะเข้ามาพูดคุยกันทาง Messenger ตลอดเรื่อยมา

จากนั้นก็มีการพูดคุยกันผ่านโปรแกม WhatsApp ต่ออีกใช้ระยะเวลาพูดคุยประมาณ 2 เดือนกว่า คุยกับเหมือนๆ เพื่อนคนอื่นๆ ทั่วๆไป ในเฟซบุ๊ก เขาจะชมตนลักษณะคล้ายกับจีบตนว่าเป็นคนดีนะ ทำงานเก่ง เดี๋ยวเขากำลังจะเดินทางมาเอเชียแล้วนะ เขาจะมาทำธุรกิจที่ประเทศมาเลเซีย เดี๋ยวจะติดต่อมาหลังเสร็จธุระที่มาเลเซียแล้วจะแล้วมาหาตนที่เมืองไทย ตนก็ตอบไปว่า ก็มาสิ เสร็จธุระแล้วก็แวะมากินข้าวกัน

เขาคุยว่าไม่อยากจะบอกเลยว่าที่มาทำธุระที่มาเลเซียเป็นเรื่องที่เขาจะมานับมรดกของพ่อเขา ที่เสียชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ค.ศ.2015 พ่อเขามีบริษัทที่รับงานสร้างถนนหนทางในประเทศมาเลเซีย ครั้งก่อนเคยเดินทางมารอบหนึ่งแล้ว แต่คราวนั้นแค่มาดิวเรื่องไว้เฉยๆ แต่มาครั้งนี้เพราะบริษัทที่มาเลย์จะให้มารับเช็คของพ่อทำธุรกิจแล้วทิ้งเอาไว้ ซึ่งตัวเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่จะมารับมรดก

ตอนแรกทราบจากที่เขาบอกตนก็ไม่เชื่อ เคยเห็นจากข่าวว่ามีคนถูกหลอกลวงลักษณะนี้มาก่อนแล้ว ตนก็รับฟังเขาเฉยๆ
เวลาต่อมาเขาก็แจ้งมาอีกว่าตนนี้มาถึงมาเลเซียแล้วนะกำลังทำเรื่องประชุมพูดคุยกันอยู่กับรัฐบาลมาเลเซีย จากนั้นเขาก็ออกปากว่ามีเรื่องจำเป็นจะต่องขอรบกวนเราหน่อยจะได้มั้ย ?

เขาบอกว่าเงินที่จะต้องจ่ายภาษีให้กับทางการมาเลเซียไม่พอ จะขอความช่วยเหลือสักครั้งหนึ่งจะได้มั้ย เพราะเดี๋ยวเขาก็จะแวะมาหามาทานข้าวกับตนที่ประเทศไทยแล้วจะเอาไปคืนให้

เขาถามตนมาอยู่หลายวันหลายครั้ง มีการส่งเอกสารต่างๆ ทั้งพลาสปอร์ตหนังสือเดินทาง หน้าที่ผ่าน ตม. มาเลเซีย ก็ตรงกับที่เขาบอก เอกสารทางการ เช็คเงินสดสั่งจากชื่อเขาเป็นเงินจำนวน 21 ล้านลิงกิต

ถามเราว่าอยากจะดูอะไรอีกก็บอกมา จะส่งมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น จนตนคล้อยตามและเชื่อ จึงตัดสินใจโอนให้ไปครั้งแรก 1 แสนบาทก่อนที่เขาอ้างว่าเป็นค่าภาษีออกเช็คของรัฐบาลมาเลเซีย โดยให้โอนไปบัญชีผู้หญิงคนไทยธนาคารทหารไทย บอกว่าที่ให้โอนไปผ่านหญิงคนนี้จะสะดวกเพราะหญิงคนนี้แต่งงานกับชาวมาเลย์ จะสะดวกในการเบิกถอนได้รวดเร็ว เมื่อโอนครั้งแรกไปก็ยืนยันกลับมาว่าได้รับเงินแล้วนะ

จากนั้นก็ขอมาเรื่อยๆ อ้างว่าที่โอนไปยังไม่เพียงพอกับค่าภาษี จึงได้ติดต่อขอมาอีกเรื่อยๆ ไม่งั้นจะเอาเช็คออกมาไม่ได้
ตนเองก็คิดว่าไหนๆ ช่วยแล้วก็จะช่วยให้ได้เช็คเสร็จๆ ซะที แต่เราเองก็ไม่มีเงินสดในบัญชี เลยไปออกปากหยิบยืมจากญาติพี่น้องและเพื่อนๆ มาให้แทน รวมๆ แล้วโอนไป 8 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.2 ล้านบาท จนรู้สึกตัวว่าน่าจะถูกหลอกมีความเครียดมากเลย
ที่ตนหลงเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริงเพราะหลักฐานเอกสารต่างๆ ส่งมาดูแล้วน่าเชื่อถือมากจึงคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ทำให้เราตกหลุมพราง จึงตัดสินใจช่วยเขาไป

อยากจะฝากเตือนคนอื่นที่เล่นโซเชียล และอาจจะถูกหลอกลวงลักษณะเดียวกับตนว่า ถ้าเจอแบบนี้ขอให้ปรึกษาคนอื่นๆ ดูก่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง อย่ารีบร้อนเชื่ออะไรง่ายๆ แบบตน ห้ามคิดคนเดียว ห้ามทำคนเดียว เราอาจจะไม่ทันระวังตัว แม้จะเคยได้ยินข่าวลักษณะนี้มาก่อนก็ตาม วิธีการของคนร้ายอาจจะปรับเปลี่ยนไปได้ตามสถานะการณ์ต่างๆ เราอาจจะตามไม่ทัน ขอให้ปรึกษาคนอื่นที่ไว้ใจได้เป็นดีที่สุดเคยได้ยินข่าวว่ามีการหลอกลวงให้โอนเงินอยู่แต่ไม่คิดว่าจะโดนกับตัวเอง เขาแสดงหลักฐานต่างๆ เอาสารมากมากมายจนเราหลงเชื่อ พบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.รับแจ้งแล้วจะตรวจสอบและติดตามเรื่องต่อที่ สน.ท้องที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกับธนาคารทั้งสองบัญชีในประเทศที่รับโอนเงินว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องอย่างไรกับคนร้ายเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

นายกฯถึงอุบลแล้ว! ยันรัฐบาลเป็นห่วง-ขอทุกคนก้าวผ่านไปให้ได้

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง

ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัย ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามแผนการเตรียมการฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และรับฟังการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากส่วนราชการในพื้นที่

ทางโฆษกฯ เปิดเผยว่า นายกฯ ลงพื้นที่เดินทางไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านหนองกินเพล เพื่อรับฟังสรุปการบริหารจัดการน้ำ และเตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจและยืนยันรัฐบาลเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ขอทุกคนก้าวผ่านไปให้ได้

ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปฯได้พบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมสั่งการให้ส่วนราชการสร้างการรับรู้ ชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจมากขึ้น และให้เร่งสำรวจความเสียหาย ร่วมถึงซ่อมแซมบ้านเรือน ถนนหนทางต่าง ๆ ให้กลับสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด

ส่วนเงินเยียวยานั้น ถ้าหากมีการสำรวจแล้ว ถูกต้องตามระเบียบให้เร่งจ่ายเงินโดยเร็ว และขอให้ประชาชนรักษาสิทธิ์ของตัวเอง อย่าให้ใครเรียกรับผลประโยชน์ หากพบการกระทำความผิดขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

นายกฯ ย้ำอีกว่า นอกจากมาตรการช่วยเหลือปกติตามระเบียบราชการ รัฐบาลได้จัดเตรียมมาตรการเสริมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ