โอ๊ค พานทองแท้ แจงแล้ว กรณีคุยสื่อเหมือนคนป่วย

ประเด็นน่าสนใจ

  • โอ๊ค รับเครียดหนักแบบไม่เคยเป็นมาก่อน กรณีสัมภาษณ์สื่อคล้ายคนป่วย
  • ยืนยันขอสู้ในคดีฟอกเงินฯ เต็มที่แม้โอกาสรอดน้อย
  • ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ในครั้งนี้

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ หลัง โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บัตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร มีอาการแปลกผิดปกติ ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างที่เดินทางมาศาล เพื่อไต่สวนพยานนัดสุดท้าย คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทยเนื่องจากมีการพูดจาติดขัดเหมือนมีอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยจนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเขามีอาการป่วยอยู่หรือเปล่า เพราะจากดูรูปร่างก็ผอมไปกว่าปกติ

ก่อนที่เวลาต่อมาน้องสาวอย่างเอม พินทองทา คุณากรวงศ์ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมให้กำลังพี่ชาย และขอบพระคุณสำหรับทุกๆ กำลังใจที่ส่งให้พี่โอ๊ค พร้อมกับบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากความเครียดบวกกับความตื่นเต้น เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตนั้น

ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา โอ๊ค พานทองแท้ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเพราะเกิดจากความเครียดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต และใครไม่โดนกับตัวก็คงไม่รู้ พร้อมกับขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ ยืนยันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด แม้จะสู้ไม่ได้ก็ตาม

เชื่อครับ…ว่ายุคนี้ “ลูกทักษิณ”
หาโอกาสที่จะอยู่แบบสบายๆ ยากมาก

ผมยอมรับว่าครั้งนี้ #หนักที่สุดในชีวิต
และ เครียดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
#ใครไม่โดนกับตัวเองไม่รู้หรอก

ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง และเข้าใจในสถานการณ์ต่างๆอย่างทะลุปรุโปร่ง

มีเห็นไม่ตรงกันนิดเดียว คือ
สำหรับตัวผมชีวิตตอนนี้ก็มาถึงหลักสี่แล้ว
ตัวคนเดียว ยังไม่มีพันธะอะไรที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ทำให้ไม่ต้องคิดไรมาก

#สู้ได้ผมก็สู้
….และถึงจะ….
#สู้ไม่ได้ผมก็จะสู้ ครับ

โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร

บีม D2B ตัดพ้อ หลังถูก ตำรวจแซะงานคอนเสิร์ต #d2binfinityconcert2019

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อ บีม กวี ตันจรารักษ์ 1 ในสมาชิกวง D2B ได้แชร์ต่อข้อความของแฟนคลับ ที่อ้างว่าได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เนื่องจากถูกโกงการซื้อบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินกลุ่มดังกล่าว แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมีท่าทีจะไม่รับแจ้ง แถมพูดจาแดกดันการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินในดวงใจในครั้งนี้ พร้อมกับระบุข้อความตัดพ้อสั้นๆ ว่า ใจร้ายจัง

โดยข้อความที่แฟนคลับคนดังกล่าวโพสต์เล่าว่า เพื่อนโดนโกงบัตรคอน เลยพากันมาแจ้งความ แต่ตำรวจ กลับพูดจาเหน็บแนมศิลปินกลุ่มดังกล่าวเป็นอย่างมาก อาทิ

ให้ D2B ยังไม่แตกไปอีกหรอ แล้วไมบัตรแพงจัง ก่อนที่ตำรวจอีกคนจะตอบว่า ที่แพงเพราะต้องเอาเงินไปทำบุญให้ไอ้บิ๊ก ทำให้แฟนคลับคนดังกล่าวรู้สึกโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ได้แต่น้ำตาคลอเสียใจไปกับคำพูดของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้

แถมมีการบอกด้วยว่า “จุดธูปเรียก..ลงมาแสดง, จ้างให้ก็ไม่ไปหรอก, เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่าไหม, มั่นใจได้ไงว่าเค้าโกงคุณรอดูสิ กว่าไปรษณีย์จะมาถึง ผมเสียเวลาทำเรื่องไป แล้วอยู่ๆ คุณได้บัตร ต้องมายกเลิก ก่อนที่แฟนคลับจะปิดบทสนทนาว่า “ไม่เสียดายหรอกค่ะ 8100 ถ้ามันจะถึงศิลปิน

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกิริยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีบางช่วงคล้ายกับการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ญี่ปุ่น ประกาศปรับขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% 1 ต.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปรับขึ้นภาษีครั้งนี้เพื่อนำเงินมาสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล
  • สินค้าที่ต้องปรับขึ้นภาษีใหม่ได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หนังสือ และรถยนต์

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ในวันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นไป รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 8% เพิ่มขึ้นเป็น 10%

โดยสาเหตุของการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ของญี่ปุ่นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลต้องการนำเงินไปสนับสนุนนโยบายที่สำคัญด้านต่างๆ ของประเทศนั่นเอง ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่เป็นสิ้นเปลือง อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หนังสือ และรถยนต์

ส่วนสินค้าเกษตร แม็กกาซีน และหนังสือพิมพ์รายวัน รวมทั้งอาหารที่ผู้ซื้อนำไปรับประทานนอกร้าน จะยังไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้หลังมาตรการเตรียมประกาศบังคับใช้ ก็ทำให้มีหลายเสียงไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ในครั้งนี้ เพราะอาจส่งผลทำให้เศรษฐกินในประเทศอาจซบเซาลงกว่าเดิมก็เป็นได้

พร้อมกันนี้รายงานได้ระบุต่อว่า มาตรการนี้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซะ อาเบะ ได้มีการเลื่อนการปรับขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งเพื่อเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จนในที่สุดก็ต้องประกาศบังคับใช้ดังกล่าว