ปธ.สภาสหรัฐ เผยสองพรรคใหญ่พร้อมผ่านร่างกฎหมาย ‘ช่วยฮ่องกง’

ประเด็นน่าสนใจ

  • นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ต้อนรับนายโจชัว หว่อง และและเหล่าแกนนำทางการเมืองในฮ่องกง
  • เปโลซียืนยันสองพรรคใหญ่พร้อมผ่านร่างกฎหมาย “ช่วยเหลือ” ฮ่องกง
  • ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณีคณะนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในฮ่องกง นำโดยนายโจชัว หว่อง นายนาธาน เหลา และน.ส.เดนิส โฮ เข้าพบนางแนนซี เปโลซี ที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือในหัวข้อสถานการณ์การประท้วงรุนแรงในฮ่องกง

ทั้งนี้รายงานระบุว่า เปโลซีกล่าวชื่นชมกลุ่มนักเคลื่อนไหวซึ่งกล้าเผชิญหน้าและ “ท้าทายกับมโนธรรม” ที่ไม่ใช่เพียงแต่รัฐบาลปักกิ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นแบบอย่างให้กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้อีกหลายประเทศในโลก ที่ต้องการเรียกร้อง “เสรีภาพและอิสรภาพในการปกครองตนเอง”

ทว่า เปโลซีกล่าวถึงร่างกฎหมายการปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง ว่าจะเข้าสู่กระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติในสัปดาห์หน้า โดยจะเริ่มจากการอภิปรายและลงมติโดยคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องของสภาคองเกรสเป็นอันดับแรก ซึ่งเธอเชื่อว่าสมาชิก 2 พรรคใหญ่ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันพร้อมสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะยังต้องผ่านการอภิปรายและลงมติโดยที่ประชุมทั้งสองสภาแบบเต็มคณะอีก นอกจากนี้ยังต้องลุ้นด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามรับรองหรือไม่ เพราะขณะนี้รัฐบาลทรัมป์ ก็ยังคงมีข้อขัดแย้งอย่างหนักและยืดเยื้อกับจีนในเรื่องสงครามการค้าด้วย

ติววิชาความตาย! รู้จัก สิทธิการตายดีตาม มาตรา 12

ประเด็นน่าสนใจ

  • สิทธิการตายดีตาม มาตรา 12 หนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการจากไปอย่าสงบ การตายตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เรียกได้ว่า เป็นการตายโดยสงบ หรือตายดี การตายดีแพทย์พยาบาลจะไม่ทอดทิ้ง และยังได้รับการดูแลรักษาแบบประคับประคอง

เคยคิดไหมว่า วาระสุดท้ายของชีวิตเราจะเป็นอย่างไร…? เชื่อว่าหลายคนต้องการที่จะจากไปอย่างสงบแน่นอน โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเห็นภาพการยื้อชีวิต อย่างการกระตุ้นหัวใจ ใส่เครื่องช่วยหายใจสายระโยงระยาง แต่ก็อดนึกไม่ได้ว่าเมื่อวันนั้นมาถึง ตัวเองจะทำอย่างไร

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมเริ่มหาข้อมูลเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการตัดสินใจ จนมาสะดุดกับ “สิทธิการตายดี” ตาม มาตรา 12

ว่าด้วยเรื่อง สิทธิการตายดีตาม มาตรา 12 ?

ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ.2550
ได้ระบุไว้ในมาตรา
12
หมวด
1
สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ ว่า “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน
หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนา

นั่นหมายถึง เราสามารถเลือกที่จะทำหนังสือปฏิเสธการรับบริการสาธารณสุขใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะคอ การปั้มหัวใจ การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ หรือการทำอะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดความเจ็บป่วยทรมาน ซึ่งเรามีสิทธิเลือกทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ดังกล่าวได้ เพื่อให้ชีวิตตายตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เรียกได้ว่า เป็นการตายโดยสงบ หรือตายดี นั่นเอง

ใครทำหนังสือตายดีได้บ้าง…?

ผมเริ่มค้นหาต่อว่า ตัวเองมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ดังกล่าวได้หรือไม่ ก็พบว่า บุคคลทั่วไป หรือ ผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะดี สามารถทำได้โดยการเขียนหนังสือแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าให้คนอื่นทราบว่า เราไม่ประสงค์จะรับบริการทางการแพทย์ที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต

ในกรณีผู้ป่วยเด็กหรือเยาวชนที่อายุต่ำกว่า
18
ปี
ต้องให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือญาติที่ดูแลเด็ก
ตัดสินใจแทนในการดูแลรักษาเหมือนกรณีทั่วไป
และถามความต้องการของเด็กหรือเยาวชนเท่าที่จะทำได้

ซึ่งการแสดงเจตนาสามารถทำได้
2 ลักษณะ
คือ

1. พิมพ์ หรือ เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยลายมือของเจ้าของ
2. แสดงเจตนาด้วยวาจาต่อแพทย์ พยาบาลที่ให้การรักษา ญาติหรือผู้ใกล้ชิด

ในกรณีที่ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาไม่รู้หนังสือ
หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้เอง สามารถให้ผู้อื่นช่วยเขียนแทน
หรือจะพิมพ์ข้อความก็ได้ และควรมีชื่อผู้เขียน /
ผู้พิมพ์หนังสือแสดงเจตนา
/
พยาน
เซ็นกำกับไว้ด้วย

*…ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาอาจใช้ตัวอย่างที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดทำขึ้น หรือจะเขียน หรือพิมพ์ด้วยตัวเองใหม่ทั้งฉบับก็ได้ ดูตัวอย่างได้ที่ www.thailivingwill.in.th …*

ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาจะถูกทอดทิ้ง
หรือปล่อยให้ตายอย่างทุกข์ทรมานหรือไม่…?

มาถึงตรงนี้ ผมก็สงสัยอีกว่า เมื่อเราทำหนังสือแสดงเจตนาฯ แล้ว จะถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการดูแลหรือไม่ ก็พบว่า เรายังได้รับการดูแลรักษาแบบประคับประคอง บรรเทาความทุกข์ทรมานหรือเจ็บปวด รวมถึงการเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและญาติ โดยแพทย์พยาบาลจะไม่ทอดทิ้งแต่อย่างใด สบายใจได้เลยครับ

และหาก ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนา ประสบอุบัติเหตุ แพทย์พยาบาลจะช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องฉุกเฉินเร่งด่วน ต่างจากวาระสุดท้ายของชีวิตซึ่งเป็นไปตามภาวะของโรคซึ่งลุกลาม

การทำหนังสือแสดงเจตนาฯ
เหมือนหรือต่างกับการฆ่าตัวตาย?

ต่างกันชัดเจน การขอตายอย่างสงบเป็นเจตนาที่จะไม่ยืดและไม่เร่งการตาย แต่แพทย์และพยาบาลช่วยดูแลไม่ให้ทุกข์ทรมาน เพื่อให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบในวาระสุดท้ายของชีวิต

แต่การฆ่าตัวตาย หรือช่วยเหลือให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย หรือที่เรียกกันว่า ‘การุณยฆาต’ นั้น เป็นการเร่งให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตายก่อนถึงวาระสุดท้ายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมและจริยธรรมของแพทย์

มาถึงคำถามที่หลายคนน่าจะอยากรู้เหมือนผม
เมื่อทำหนังสือแสดงเจตนาไปแล้ว หากวันหนึ่งเราจะแก้ไข หรือ ยกเลิก ได้ไหม? เราสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง
ระงับใช้ชั่วคราว หรือยกเลิกหนังสือแสดงเจตนาได้ตลอดเวลา
ตามที่ผู้ทำหนังสือต้องการครับ แต่ควรแจ้งให้แพทย์
ญาติผู้ป่วยที่เคยได้รับหนังสือแสดงเจตนาไปก่อนหน้านี้ทราบโดยเร็ว

เตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้ (19-25 ก.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนในช่วง 19-25 กันยายนนี้
  • โดยจะมีฝนตกหนักฝนตกหนักช่วง 19-22 ก.ย.และอากาศเย็นลงในช่วง 23-25 ก.ย.
  • ขอให้ประชาชนในหลายพื้นที่ระวังฝนตกหนัก และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

วานนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรื่อง “สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 19-25 กันยายน 2562) ” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 18 กันยายน 2562

ในช่วงวันที่ 19-22 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 21 – 22 กันยายน 2562

จากนั้นในช่วงวันที่ 23-25 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลง ในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน

ในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน 2562

บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

  • ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี

ในช่วงวันที่ 21-22 กันยายน 2562

บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรง

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. 2562 จากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนชื้น จึงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์

กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.