ศาลสั่งประหารชีวิต ‘เสี่ยอ้วน’ ฆ่าโหด ‘สปาย-ฟอส’ ที่เขาชีจรรย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลพัทยาพิพากษาประหารชีวิต “เสี่ยอ้วน” และพวก คดีร่วมฆ่าสปาย-ฟอส
  • เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ เมื่อปี 61 พร้อมให้ร่วมชดใช้รายละ 7.3 ล้าน

ศาลจังหวัดพัทยามีนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” เจ้าของผับชื่อดัง ที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมพวกรวม 6 คนร่วมกันฆ่า นางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และ นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส อายุ 21 ปี บริเวณลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2561

โดยศาลจังหวัดพัทยาได้พิพากษาประหารชีวิต นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน กับพวกคดีร่วมฆ่าสปาย-ฟอส บริเวณลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ โดยแบ่งการลงโทษออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ลงมือฆ่า ได้แก่ นายปัญหา หรือเสี่ยอ้วน นายกฤษณะ หรือมพด ศรีสุข อายุ 22 ปี และนาย ณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 23 ปี แต่จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วน นายสายันต์ มือชี้เป้า ศาลพิพาก ษาจำคุกตลอดชีวิตแต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุก 50 ปี ขณะที่ คือ นายเกียรติศักดิ์ หรือ บอนด์ สุรางค์สว่างแสงมีบุญ อายุ 35 ปี และ นายจิรศักดิ์ หรือป๊อปปี้ อุนัยบัน อายุ 34 ปี จำเลยที่ 3 และ6 ศาลพิพาก ษาจำคุกคนละ 24 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือคนละ 12 ปี พร้อมกันนี้ได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันเงินให้กับครอบครัวน้องสปายจำนวน 7,312,000 บาท และน้องฟอสจำนวน 7,320,000 บาท

ด้านนางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่ของสปายที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาบอกก็รู้สึกพอใจกับคำตัด สินของศาลพัทยาซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยเล่าว่าเมื่อเข้าไปคำพิพากษานั้น “เสี่ยอ้วน” ได้ยกมือขอโทษแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ที่มาของคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าโหด ‘สปาย-ฟอส’

สำหรับคดีสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 หลังกลุ่มคนร้ายได้ดักยิงน้องสปายและน้องฟอสเสียชีวิต ขณะกำลังเดินขึ้นรถหลังทั้งคู่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่จังหวัดชลบุรี โดยการสืบสวนของตำรวจพบว่าคนวางแผนก่อเหตุคือ นายปัญญา หรือ “เสี่ยอ้วน” โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว

เนื่องจากเสี่ยอ้วนมีความสัมพันธ์กับน้องสปายแต่แอบรู้มาว่าน้องสปายแอบคบกับนายฟอส จึงเกิดความอา ฆาตแค้น โดยก่อนวันเกิดเหตุ 2 วัน “เสี่ยอ้วน” เดินทางจากสนามบินภูเก็ตมาลงเครื่องที่สนามบินอู่ตะเภาก่อนนัดกับลูกน้องทีมสังหารลงมือก่อเหตุก่อนจะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชาทางด่านชายแดนจังหวัดสระแก้วตำรวจจึงได้ประสานตำรวจกัมพูชาจับกุมเสี่ยอ้วนเอาไว้ได้

ซึ่งจากการสอบสวน “เสี่ยอ้วน” ในขณะนั้นยอมรับลงมือก่อเหตุเพราะแค้นใจที่ถูกสปายและฟอสหลอกลวงมาตลอด 3 ปีว่าเป็นเพื่อนสนิทกันทั้งที่ทั้งคู่คบหากันทำให้เขาต้องการล้างแค้นคนทั้งคู่เพราะเขาทยอยโอนเงินให้สปายและครอบครัวเป็นค่าเลี้ยงดูรวม 7 ล้าน “เสี่ยอ้วน” และทีมสังหารถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรีระหว่างการพิจารณาคดีโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย หัวหน้าคสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย หัวหน้า คสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ให้เหตุผลว่า หัวหน้าคสช. มาจากยึดอำนาจ จึงไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  • เท่ากับว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย เรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค หนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา98 (15) หรือไม่

โดยให้เหตุผลว่า คำว่า เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีศาลรัฐธรรมนูญเคยตีความไว้ในคำพิพากษาที่ 5/2543 ว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ คือได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย ปฏิบัติงานประจำ อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ไม่ให้ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง เข้ามาเป็นนักการเมือง จึงกำหนดให้รวมถึงพนักงาน ลูกจ้างของรัฐ การกำหนด เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐเพื่อให้ครอบคลุมตำแหน่งที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นในลักษณะของการเป็นพนักงาน

และเจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งหัวหน้า คสช. มาจากการยึดอำนาจ และเป็นตำแหน่งรัฏฐาธิปัตย์ ไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหน่วยงานรัฐ ไม่มีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่ง เป็นอำนาจหน้าที่เฉพาะชั่วคราวเพื่อรักษาความสงบสุขให้กับประชาชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา 98 (15) อาศัยเหตุผลดังกล่าว จึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ฝ่ายค้านอภิปรายปมถวายสัตย์ไม่ครบ ชี้ “ประยุทธ์” ควรลาออก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วิปฝ่ายค้าน เดินหน้าอภิปรายปมถวายสัตย์ฯไม่ครบ
  • สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ระบุนายกฯ ต้องนำถวายสัตย์ฯ เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ
  • ’เสรีพิศุทธ์’ เตือน ‘ประยุทธ์’ ในฐานะรุ่นพี่ ควรลาออกจากตำแหน่ง

บรรยากาศที่สัปปายะสภาสถาน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 24 ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.40 น. โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม

ในวาระการพิจารณา “ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี” กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายโดยไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณให้ชัดเจน

โดยในตอนต้นนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นอ่านญัตติ และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยืนยันว่าเรื่องถวายสัตย์ไม่สามารถอภิปรายได้ ซึ่งนายชวน หลีกภัยได้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงญัตตินี้ ว่าทุกฝ่าย

รวมทั้งฝ่ายกฎหมาย มีมติเอกฉันท์ว่าญัตติไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนที่อ้างว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันกับทุกองค์กรนั้น ผูกพันเดียวเฉพาะคำวินิจฉัยเท่านั้น ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องเรื่องถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน เป็นเพียงคำสั่งแต่ไม่ใช่คำวินิจฉัย จึงสามารถเปิดอภิปรายได้

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ระบุนายกฯ ต้องนำถวายสัตย์ฯ เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ

โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดการอภิปรายโดยย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ที่ต้องเป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ แต่การกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนของพลเอกประยุทธ์ไม่ครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงมีปัญหาเรื่องความครบถ้วนถูกต้อง ซึ่งหลายฝ่ายก็เสนอทางออก แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังเพิกเฉย จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องเปิดอภิปรายในวันนี้

ซึ่งการมีพฤติกรรมที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การฉีกรัฐธรรมนูญด้วยการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนและการไม่ชี้แจงรายละเอียดงบประมาณในการดำเนินนโยบาย ถือเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญโดยชัดเจน ซึ่งบทเรียนเรื่องนี้ไม่แสดงถึงความไม่มีวุฒิภาวะ ไม่รับฟังข้อท้วงติงจากทุกฝ่ายของพลเอกประยุทธ์จนก่อให้เกิดความเสียหายเป็นลูกโซ่ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น เพราะจงใจกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหลักกฎหมายสำคัญของประเทศ เมื่อความเชื่อมั่นไม่เกิด ความยอมรับนับถือจึงไม่มี และจะนำพาสังคมที่เผชิญกับวิกฤตให้อยู่รอดได้อย่างไร

จากนั้นนาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายต่อเป็นคนที่ 2 โดยระบุว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ของพลเอกประยุทธ์อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลัง รวมถึงปัญหาการแถลงนโยบายโดยไม่ชี้แจงถึงงบประมาณในการดำเนินงาน พลเอกประยุทธ์ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างสง่างามที่สุดคือการลาออก

‘ปิยบุตร’ ชี้พลเอกประยุทธ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก

ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายเป็นคนที่ 3 ซึ่งได้ตั้งคำถาม 4 ข้อ เพื่อถามไปยังนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี คือ 1.พลเอกปะรยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อ่านคำถวายสัตย์จากกระดาษแข็งที่หยิบจากกระเป๋าเสื้อ โดยกระดาษนี้เตรียมมาเอง เป็นการเขียนคำถวายสัตย์ใหม่เองใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อ่านจากแฟ้มที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนนตรีเตรียมไว้ให้

2.หากมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งลาออก เมื่อพลเอกประยุทธ์ แต่งตั้งคนใหม่เป็นรัฐมนตรีแทน แล้วพลเอกประยุทธ์ ต้องนำรัฐมนตรีใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์อีกครั้งหนึ่ง พลเอกประยุทธ์จะถวายสัตย์ด้วยถ้อยคำตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่

3.ขอถามคำถามไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีว่า หากนายกฯ หรือรัฐมนตรีคนต่อๆ ไป ถวายสัตย์ไม่ครบ ท่านคิดว่าทำได้หรือไม่

และข้อที่ 4 ถามนายวิษณุ ต่อว่า ในฐานะที่นายวิษณุทำงานในตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีต่างๆ มาแล้วกว่า 10 ปี ท่านเคยเห็นนายกฯคนใดทำเหมือนประยุทธ์หรือไม่

ที่ผ่านมาตนเองเคยพยายามเสนอแนะให้พลเอกประยุทธ์ ขอพระราชทานอภัยโทษและขอเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ แต่พลเอกประยุทธ์กลับเพิกเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ถือเป็นการทำลายความเชื่อถือไว้วางใจของประชาชนไปจนหมดสิ้น จึงขอเรียกร้องไปถึงนายวิษณุ ที่ตนถือว่า เป็นอาจารย์ทางตำรา อ่านหนังสือของวิษณุทุกเล่ม รวมถึงนิยายก็อ่านที่กำลังรอนิยายเล่มใหม่ “ลงเรือแป๊ะ” ผมจึงขอให้นายวิษณุ กลับมาเป็นปูชนียบุคคลคนเดิม หยุดให้ความเห็นทางกฎหมาย และหยุดให้ความเห็นช่วยเหลือรัฐบาล และพลเอกประยุทธ์ พร้อมทั้งขอให้พลเอกประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

‘เสรีพิศุทธ์’ เตือน ‘ประยุทธ์’ ในฐานะรุ่นพี่ ควรลาออกจากตำแหน่ง

ด้านพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ ที่พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา กล่าวนำไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ​มาตรา 161 ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และอาจเข้าข่ายละเมิด ลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนด้วย

ทั้งนี้การใช้เอกสารที่กล่าวคำถวายสัตย์ที่เตรียมมาเองนั้น ถือว่าใช้เอกสารปลอมและตนเชื่อว่าจะเป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ปลอมด้วย หลังกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน ที่ผ่านมานักข่าวพยายามสอบถามนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด แต่พลเอกประยุทธ์ไม่ตอบ บอกแค่ว่าจะรับผิดชอบเอง ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังได้ฝากคำแนะนำให้พลเอกประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะรุ่นพี่