นายกฯ ไม่ยุ่ง! มงคลกิตติ์ พกสารตั้งต้นระเบิดเข้าสภา

ประเด็นน่าสนใจ

  • จากกรณีที่เต้ มงคลกิตติ์ พกสารตั้งต้นระเบิดเข้ามาในรัฐสภา เพื่อทดสอบแบบเครื่องสแกนระเบิด ซึ่งทางชวน หลีกภัย ได้สั่งการสั่งตรวจสอบแล้ว
  • พลเอกประยุทธ์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้อง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พกสารตั้งต้นระเบิดเข้ามาในรัฐสภา เพื่อทดสอบแบบเครื่องสแกนระเบิด ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สั่งตรวจสอบแล้ว ต้องไปดูเจตนา ส่วนจะผิดหรือถูก เป็นเรื่องของกฎหมายระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่

ส่วนเหมาะสมหรือไม่ ที่เป็น ส.ส.แล้วนำสารตั้งต้นทำระเบิดเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายมงคลกิตติ์อาจจะมองคนละมุม ซึ่งอาจจะลืมในเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งต้องไปตัดสินกันเอาเอง ตนไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้อง

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องมีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยที่รัฐสภาหรือไม่นั้น นายกฯ เห็นว่าไม่ต้องปรับการรักษาความปลอดภัย เพราะคงไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งคนที่คนนำเข้าไป ไม่จะว่าเป็นใครในสถานะใด ต้องคิดให้รอบคอบ อาจจะหวังดีหรือไม่หวังดี แต่มีผลกระทบตามมา ขออย่าให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต

นายกฯ กล่าวต่อ ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ระบุจะมีกลุ่มผู้เข้ามาก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร ช่วงประชุมอาเซียนนั้น เรื่องนี้ให้ไปแจ้งความ เพราะหน่วยงานความมั่นคงมีหลายหน่วยดูแลอยู่ ซึ่งหากพูดแล้วไม่เป็นความจริง ก็จะทำให้เกิดปัญหา สิ่งเหล่านี้ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงไปดู หากมีข้อมูลก็ให้แจ้งฝ่ายความมั่นคง พูดออกสื่อแบบนี้ไม่ได้เรื่อง พร้อมขอสื่ออย่าขยายความ เพราะมีผลกระทบ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นการพูดเอามัน ดังนั้นจึงอยากให้เตือนๆ กันบ้าง

ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดำเนินการสอบสวนและจะมีการแถลงข่าวในเรื่องนี้ และต้องดูข้อกฎหมายด้วยว่าการครอบครองสารประกอบวัตถุระเบิด TNT จะมีความผิดด้วยหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายมงคลกิตติ์ ออกมาระบุว่ามีกลุ่มคนร้าย 100 คนลักลอบเข้ามายังพื้นที่ภาคใต้ นายมงคลกิตติ์ไม่รู้อะไรหรอก เพราะฝ่ายมั่นคงได้ดำเนินการอยู่ และยืนยันว่ามีความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 4 ถึง 5 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม พลเอกประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า เหตุการณ์ของนายมงคลกิตติ์ ที่เป็น ส.ส.มีความเหมาะสมหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า แล้วแต่คุณจะคิด เพราะเขาคิดอย่างคุณก็คิดอีกอย่าง

“เฟซบุ๊ก” ฟ้อง บ.อิสราเอล สอดแนมข้อมูล “วอตส์แอปป์”

ประเด็นน่าสนใจ

  • “เฟซบุ๊ก อิ้งค์” สื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ของโลก ยื่นฟ้องต่อ “NSO กรุ๊ป” บริษัทเฝ้าระวังทางไซเบอร์ของอิสราเอล ที่ถูกกล่าวหาว่าสอดแนมข้อมูลผู้ใช้งาน “วอตส์แอปป์”
  • “วอตส์แอปป์”  เป็นแพลตฟอร์มการส่งข้อความที่เป็นของเฟซบุ๊ก

เฟซบุ๊กระบุว่า การสอดแนมข้อมูลนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานในหลายสาขาอาชีพ เช่น สื่อมวลชน, ทูต, นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน, ผู้เห็นต่างทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง

ด้านผู้ร่วมก่อตั้ง “NSO กรุ๊ป” และตัวแทนบริษัทในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ และกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้

ในสำนวนการยื่นฟ้อง เฟซบุ๊กต้องการให้ NSO ถูกขัดขวางจากการเข้าถึง หรือพยายามเข้าถึงการให้บริการของวอตส์แอปป์ และเฟซบุ๊ก รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายด้วย

วอตส์แอปป์ระบุว่า การแฮ็คครั้งนี้ใช้ประโยชน์จากระบบสื่อสารผ่านทางวิดีโอ เพื่อส่งมัลแวร์ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน โดยบริษัทเชื่อว่ามีผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมาย 1,400 คน

มัลแวร์ดังกล่าว ทำให้ลูกค้าของ NSO ซึ่งเชื่อว่าเป็นรัฐบาลและหน่วยข่าวกรองในหลายประเทศ สามารถสอดแนมเจ้าของโทรศัพท์อย่างลับ ๆ ได้

ก่อนหน้านี้ ซอฟต์แวร์การแฮ็คข้อมูลโทรศัพท์ของ NSO มีความเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั่วภูมิภาคละตินอเมริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการจารกรรมข้อมูลในปานามา และการพยายามสอดแนมเจ้าหน้าที่ของ “แอมเนสตี้ อินเทอร์เนชั่นแนล”

คนร้ายลอบวางยาฆ่าหญ้าในถังเก็บน้ำ หวังฆ่าพระทั้งวัด

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนร้ายวางยาฆ่าหญ้าในถังเก็บน้ำ หวังฆ่าพระในวัดหนองเข้ จ.อุทัยธานี
  • มีชาวบ้านใช้น้ำ เกิดอาการแพ้รุนแรง
  • คาดคนร้ายแค้นที่วัดไปขัดผลประโยชน์กับกรรมการวัดชุดเก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก วัดหนองเข้ ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า ที่วัดถูกคนร้ายวางยาฆ่าหญ้าในถังน้ำ “มีกลุ่มคนร้ายพยายามฆ่าพระทั้งวัดหนองเข้ โดยนำสารเคมีประเภทยาฆ่าหญ้า มาใส่ถังน้ำที่ใช้เฉพาะภายในวัด”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พระครูพิศาลอุทัยกิจ เจ้าอาวาส เจ้าอาวาสวัดหนองเข้ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่าที่ถังเก็บน้ำบาดาลของวัดมีกลิ่นคล้ายยาฆ่าหญ้าเจือปน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้โยมผู้หญิงคนหนึ่งที่มาช่วยงานที่วัดเป็นประจำใช้น้ำดังกล่าวอาบ ก่อนเกิดอาการแพ้ มีตุ่มขึ้นเต็มตัว

โดยน้ำบาดาลดังกล่าว พระภิกษุภายในวัด และญาติโยมที่มาร่วมกันทำบุญใช้ทั้งกินและอาบน้ำ รวมถึงใช้ล้างหน้าแปรงฟัน ซึ่งนอกจากโยมผู้หญิงแล้ว ยังมี พระที่มีอาการทางเยื่อบุตาอักเสบด้วย ทั้งนี้ ไดลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่ สภ.สว่างอารมณ์ พร้อมนำตัวอย่างน้ำไปร้องกับทางอำเภอสว่างอารมณ์ เพื่อให้มีการตรวจสารปนเปื้อนในน้ำ

ซึ่งขณะนี้ร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ไว้แล้วด้วยเช่นกัน โดยเชื่อว่ามีคนทำและเจตนาไม่หวังดีหวังจะลอบฆ่าพระทั้งวัด ส่วนสาเหตุเชื่อว่ามีการจงใจวางยา เพื่อฆ่าพระทั้งวัดส่วนคนที่ทำ อาจเพราะไม่พอใจที่วัดไปขัดผลประโยชน์กรรมการวัดชุดเก่า ที่มีปัญหากันมานานเกือบ 20 ปี ที่มีแต่ค่อยจะหาผลประโยชน์จากศาสนา