ไฟไหม้ ‘ปราสาทชูริ’ มรดกโลกอายุ 600 ปี ในจังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น

ประเด็นน่าสนใจ

*เกิดเหตุไฟไหม้ปราสาทชูริ มรดกโลกอายุกว่า 600 ปีในจังหวัดโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น
*รายงานล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และพบว่า ตัวปราสาทถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนัก
*ปราสาทแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับโบราณสถานอื่น ๆ ในโอกินาวะในปี 2543

ประเด็นน่าสนใจ

เมื่อเวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 00.40 น. ตามเวลาประเทศไทยของวันที่ 31 ต.ค.2562 เกิดเหตุเพลิงไหม้ปราสาทชูริ ซึ่งเป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงในจังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ทั้งนี้ไฟเผาท้องพระโรงไซเด็น ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี และยังเป็นอาคารหลักตรงกลางของปราสาทชูริ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาคารจำนวนทั้งหมด 5 หลัง

‘ปราสาทชูริ’ ปราสาทโบราณมรดกโลกอายุ 600 ปี

ทั้งนี้รายงานระบุว่า พนักงานดับเพลิงต้องใช้รถดับเพลิงมากกว่า 20 คัน เพื่อควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ แต่ตัวปราสาทชูริได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายแทบจะทั้งหมด แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ล้มตายในเหตุการณ์ครั้งนี้

ปราสาทชูริ ป้อมปราการขนาดใหญ่ และเป็นปราสาทแบบรีวกีว ตั้งอยู่ในเขตชูริ จังหวัดโอกินาวะ เมื่อปี 1945 เคยเป็นพระราชวังในสมัยอาณาจักรรีวกีวระหว่างยุทธการที่โอกินาวะ ปราสาทถูกทำลายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงกำแพงไม่กี่ส่วนโผล่พ้นเหนือพื้นดินเพียง 20-30 เซนติเมตร จนกระทั่งปี 1992 ได้มีการก่อสร้างปราสาทขึ้นใหม่ให้มีลักษณะเดิมโดยอ้างอิงจากภาพถ่าย บันทึกทางประวัติศาสตร์ และความทรงจำของผู้อาศัยอยู่แถบนั้น

‘ปราสาทชูริ’ ปราสาทโบราณในจังหวัดโอกินาวะประเทศญี่ปุ่น

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ปราสาทชูริเคยเกิดเหตุไฟไหม้หลายครั้ง แต่ก็มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ทุกครั้ง ก่อนที่จะเกิดยุทธการที่โอกินาวะ นอกจากนี้ปราสาทแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ และต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ปราสาทนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับโบราณสถานอื่น ๆ ในโอกินาวะภายใต้ชื่อ “แหล่งกูซูกุและสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องของอาณาจักรรีวกีว” ทั้งนี้เนื่องด้วยปราสาทชูริมีความบทบาทในแง่ของการเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและศาสนา บริเวณปราสาทจึงมีสถานที่และโบราณวัตถุที่สำคัญมากมาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สถานการณ์ไฟไหม้ได้คลี่คลายลงแล้ว และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด โดยการประเมินความเสียหายเบื้องต้นพบว่าตัวปราสาทถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดและมีกลุ่มควันลอยฟุ้งทั่วบริเวณ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัด เบื้องต้นทราบเพียงว่าเกิดจากเซ็นเซอร์ตอบสนองปฏิกิริยาความร้อน

ที่มา www.dailystar.co.uk

30 ธ.ค. ธนาคารเปิดบริการตามปกติ ไม่หยุดตามมติ ครม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม. มีมติให้ 30 ธ.ค.62 เป็นวันหยุดกรณีพิเศษ
  • ทาง ธปท. ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมจึงให้ 30 ธ.ค.62 เป็นวันทำการของธนาคารอยู่
  • สาเหตุคือวันทำการสุดท้ายของปีมีการทำธุระกรรมอยู่จำนวนมาก จึงอยากอำนวยความสะดวกปชช.

จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ในปี 2562 เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่

จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการจับจ่ายใช้เงินในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ก่อนที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการประกาศให้วันดังกล่าวหยุดทำการนั้น

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากวันทำการสุดท้ายของปีจะมีธุรกรรมจำนวนมากที่ตกลงชำระราคาในวันดังกล่าวไว้ล่วงหน้า

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จึงกำหนดให้วันที่ 30 ธ.ค. 2562 เป็นวันทำการตามปกติของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ไม่หยุดตามมติครม. แต่อย่างใด

ธปท. ไม่นอนใจ สั่งเอาผิดทันที เว็บไซต์ขายธนบัตรปลอม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฏข้อความประกาศขายแบงค์ปลอมผ่านเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
  • ธปท. ตรวจพบและแจ้งเตือนให้ ปชช.อย่าหลงเชื่อ
  • การนำธนบัตรปลอมมาใช้ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 243 และ มาตรา 244 โทษสูงสุดถึงขั้นติดคุกตลอดชีวิต

จากกรณีที่ปรากฏภาพของข้อความผ่านทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่มีการประกาศขายธนบัตร หรือแบงค์ปลอมอย่างโจ่งแจ้ง โดยอ้างว่า

ขายแบงค์พันปลอมดังกล่าวนั้นมีคุณภาพสูงผลิตจากกระดาษใยฝ้ายคุณภาพดี ซึ่งมาตรฐานการผลิต และคุณสมบัติดีเพียงพอสามารถนำไปใช้กับร้านค้าทั่วไปได้ ที่จะผ่านการทดสอบต่างๆ ในการใช้ทดสอบแบงค์ปลอมอีกด้วย

แต่ในขณะเดียวกันก็มีการระบุด้วยว่า ห้ามนำไปใช้กับธนาคารแต่อย่างใด

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือน อย่าเชื่อ ผิดกฏหมาย โทษถึงจำคุกตลอดชีวิต

ล่าสุดทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า อย่าหลงเชื่อข้อความจากเว็บไซต์เป็นอันขาด เพราะหากมีการนำธนบัตรออกมาใช้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 243 และ มาตรา 244 ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 และขณะนี้ ทางธปท. อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายกับเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว

สำหรับฐานความผิด มาตรา 243 มีโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท ขณะที่ มาตรา 244 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่ สองพันบาทถึงสามหมื่นบาท