หมอโพสต์คลิป นาทีผ่าตัดก้างปลาติดคอ ชี้เรื่องเล็กแต่อาจไม่เล็ก

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผอ. รพ.สิชล แนะก้างปลาติดคออย่าทิ้งไว้ เพราะเสี่ยงอักเสบเป็นอันตรายได้
  • ชี้หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์ทันที

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Arak Wongworachat ซึ่งเป็นของนายแพทย์อารักษ์ วงษ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการโพสต์คลิปเตือนระมัดะวัง กางปลาติดคอต้องรีบรักษา เพราะเสี่ยงอักเสบเป็นอันตรายได้หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน

หลังมีหญิงสูงวัยรายหนึ่งทานแกงส้มปลากดแล้วกางปลาขนาด 4 ซม.ติดที่ลำคอ ผู้ป่วยปล่อยทิ้งไว้แล้วเกิดอาการปวดบวมไม่ดีขึ้น ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่แพทย์จะทำการผ่าตัดช่วยเหลือ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า คณะแพทย์ได้ฉีดยาชาผู้ป่วย จากนั้นได้ใช้เครื่องมือแพทย์ผ่าตัดจากภายนอกก่อนจะดึงกางปลาออกมาแม้จะดูหวาดเสียวแก่ผู้พบเห็น แต่การรักษาก็ประสบผลสำเร็จเป็นไปได้ด้วยดี ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

#ก้างปลากดติดคอ7วัน
#ก้างปลากดยาว4เซนติเมตร
#กินปลามีก้างพึงระวัง

ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี 7วันก่อนมาโรงพยาบาลกินแกงส้มปลากดกำลังอร่อยข้าวร้อนๆ ผักเคียงพื้นบ้านปลอดสารกับน้ำพริกกะปิ รู้สึกได้ทันทีเหมือนก้างแทงเข้าไปลึกมากเมื่อกลืนคำใหญ่ 2-3 วันแรกยังไม่ปวดมาก ปวดเวลากลืน วันที่ 4-5 เริ่มบวมที่คอปูดออกมาด้านนอก กลืนอาหารไม่ได้

อยู่เฉยๆ ก็ปวดสุดทรมาน เอกซเรย์ธรรมดาไม่เห็นก้าง จึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สร้างภาพ 3 มิติ จะเห็นชัดมากตามรูปที่วงเอาไว้ หมอผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกนำเข้าห้องผ่าตัดดมยาสลบ วางแผนจะเอาออกจากด้านในโดยการส่องกล้องทางช่องปากลงไปในคอ แต่ก้างปลาถูกดันลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อมากขึ้น

รอบๆ ที่ก้างทิ่มแทงบวมมากไม่สามารถดึงออกได้ จึงตัดสินใจเปิดแผลจากด้านนอก ก้างปลายาว 4 เซนติเมตร ยาวกว่าผู้ป่วยคนก่อน
ไว้เตือนใจคนชอบกินปลาพึงระมัดระวังให้มาก วิทยาทานทางการแพทย์

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนพากันส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่คาดคิดว่าเรื่องเล็กแค่นี้จะมีอันตรายอย่างมาก พร้อมขอบคุณคุณหมอที่นำเรื่องราวดังกล่าวออกมาเผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ระมัดระวังการทานปลา และรีบรักษาทันทีหากอาการไม่ดีขึ้น

สำหรับวิธีการปฐมพยาบาลอาการก้างปลาติดคอ สามารถได้ทำได้เบื้องต้นดังนี้

  1. ดื่มน้ำเย็น โดยให้กลั้วน้ำเย็นบริเวณที่ก้างติดอยู่ จากนั้นค่อยๆ กลืนก็สามารถช่วยได้
  2. ดื่มน้ำมะนาว เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนสามารถละลายกระดูกเล็กๆ อย่างก้างปลาให้อ่อนตัวลงได้
  3. กลืนก้อนข้าวเหนียว
  4. กลืนกล้วย
  5. กลืนขนมปัง
  6. กลืนมาร์ชเมลโล
  7. ถั่วลิสงต้ม หรือถ้วเปลือกแข็ง
  8. ล้วงคอ

โดยวิธีการแนะนำข้อ 3-4 ไม่ต้องเคี้ยวให้กลื่นลงคอไปเลย เพราะด้วยขนาดคำที่ใหญ่อาจไปสกิดให้ก้างปลาหลุดออกได้ ขณะที่ ข้อ 5-7 ควรเคี้ยวให้ละเอียดเพราะอาหารเหล่านี้มีความเหนียวจากนั้นให้กลืนลงคอ จะช่วยผลักให้ก้างปลาหลุดออกได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ไม่ควรทำเพียงลำพัง ต้องมีญาติหรือคนใกล้ชิดอยู่ด้วย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้

ผู้ประท้วงเผาทางเข้าออก ม.โพลียู ขังตำรวจปราบจราจรค่ายม็อบฮ่องกง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจปราบจลาจลของฮ่องกง เข้าควบคุมสถานการณ์ภายในค่ายผู้ประท้วง ภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค
  • กลุ่มผู้ประท้วงชุดดำ ก่อเหตุเผาทำลายพื้นที่บางส่วนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจขู่ใช้กระสุนจริง หาก “ผู้ก่อการจลาจล” ยังไม่ยอมวางอาวุธ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจปราบจลาจลฮ่องกงบุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค เพื่อทำลายค่ายของผู้ประท้วงหัวรุนแรง ที่ก่อเหตุเผาทำลายทางเข้าออกมหาวิทยาลัยดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นตำรวจที่ต้องการจู่โจมบุกปราบจราจล นอกจากนี้กลุ่มผู้ประท้วงยังขว้างระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่ โดยฝ่ายตำรวจขู่ว่า หากหมดทางเลือก พวกเขาอาจจำเป็ตต้องใช้ ‘กระสุนจริง’

ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่เสริมกำลังปิดล้อมเส้นทางเข้าและออกมหาวิทยาลัย ตลอดจนถนนใกล้เคียงทั้งหมด ตำรวจต้องการยึดพื้นที่ทั้งหมดคืนเพื่อเปิดถนน เพราะรถยนต์ไม่สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้นผู้ประท้วงส่วนหนึ่งเผาสะพานลอยที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินกับอุโมงค์ข้ามระหว่างฝั่งเกาลูนกับฝั่งฮ่องกง รวมถึงเผารถหุ้มเกราะของตำรวจ โดยแหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า ผู้ประท้วงต้องการขังเจ้าหน้าที่ไว้ภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ประธานสมาพันธ์นักศึกษาของมหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กแถลงการณ์ระบุว่า มีนักศึกษาหลายพันคนยังอยู่ในมหาวิทยาลัยและบางคนได้รับบาดเจ็บ ส่วนทางด้านสำนักงานอธิการบดีของโพลียูออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล

กระนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประกาศก่อนเริ่มปฏิบัติการว่าให้ “บุคคลใดก็ตาม” ที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย หากสมัครใจอพยพออกจากพื้นที่โดยต้องผ่านการตรวจค้นอย่างละเอียดก่อน จะไม่ถูกดำเนินคดีฐาน “ร่วมก่อการจลาจล”

ทั้งนี้ตำรวจจะถือว่า ผู้ที่ยังคงอยู่ภายในมหาวิทยาลัยถือเป็นผู้ก่อการจลาจลและตำรวจได้ประกาศเตือนเรื่องการใช้กระสุนจริง หากอีกฝ่ายยังไม่หยุดใช้อาวุธทั้งระเบิดเพลิง ก้อนอิฐ และการยิงธนูใส่เจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ประท้วงจุดไฟเผาประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย และพื้นที่อีกหลายจุดรอบมหาวิทยาลัยรวมถึงบริเวณถนนนาธาน เพื่อพยานยามสกัดกั้นการรุกคืบของฝ่ายตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจู่โจมจากรอบทิศทาง โดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงยังคงระดมฉีดน้ำผสมสีฟ้าเรืองแสงเข้าใส่ผู้ประท้วง และการระดมยิงแก๊สน้ำตาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ที่มา cnn.com

ข่าวสุดช็อก เอริกะ ซาวาจิริ นางเอกฝีมือเยี่ยมจากเรื่อง 1 Litre of Tears ถูกจับข้อหาครอบครองยาเสพติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยังจำซีรีส์ดังของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า 1 Litre of Tears ได้อยู่หรือไม่ ซีรีส์เรื่องดังของญี่ปุ่นที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญมาแล้วทั่วเอเชีย โดยมีนางเอกดังที่ชื่อ เอริกะ ซาวาจิริ รับบท อะยะ อิเกะอุชิ มาตอนนี้ เธอก็เป็นข่าวดังอีกครั้งในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเธอถูกจับในข้อหาครอบครองยาเสพติด

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ทางสำนักข่าว REUTERS และสำนักข่าว japantimes ได้เปิดเผยรายงานว่า เอริกะ ซาวาจิริ นางเอกซีรีส์ชื่อดังของญี่ปุ่น 1 Litre of Tears ได้รับสารภาพว่า การใช้ชีวิตที่ผ่านมาบางช่วงเวลา เธอเคยเสพยาเสพติดประเภท ยาอี นอกจากนั้นยังมีสารเสพติดประเภทอื่นอีกที่เธอเคยใช้ด้วย  การรับสารภาพดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เธอถูกควบคุมตัวในวันเสาร์ที่ 16 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา จากการตรวจพบว่าเธอมีสารเสพติดประเภท ยาอี ไว้ในครอบครองอยู่ 0.09 กรัม

เป็นอีกครั้งที่ เอริกะ ซาวาจิริ มีข่าวที่ส่งผลต่อชะตาชีวิตในวงการของเธอ เพราะถึงแม้เธอจะโด่งดังอย่างมากมายจากซีรีส์ชื่อดัง 1 Litre of Tears และผลงานในวงการอีกหลายอย่าง เธอก็มีข่าวในทางเสียหายให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง

ครั้งแรกจากงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง Closed Note ที่เธอร่วมแสดง และเธอแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรแก่นักข่าว จนนักข่าวแบน

ครั้งต่อมา คือ การประกาศแต่งงานกับนักแสดงที่อายุมากกว่าเกือบ 20 ปี และการปาร์ตี้อย่างหนักจนเสียการเสียงาน แต่เพียงไม่นานก็มีข่าวว่าเธอได้หย่ากับสามีแล้ว รวมถึงการรับงานโดยไม่ผ่านความเห็นชอบกับต้นสังกัดเก่า จนต้นสังกัดเก่าประกาศไม่ขอทำงานร่วมกับเธออีก และมาในครั้งนี้กับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นคดีใหญ่ของทางญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.japantimes.co.jp/news/2019/11/17/national/crime-legal/japanese-actress-erika-sawajiri-arrested-mdma-possession/#.XdHyGVczYdU
ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : horoyoi_erikaa