รัฐบาลเดินหน้า นโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลกำลังเดินหน้านโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพประชาชน
  • คาดการว่า หากลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าลง จะทำให้ประชาชนหันมาเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากขึ้น

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า

โดยไม่มีผลกระทบต่อสัญญา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง บรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร ลดภาระค่าครองชีพที่ใช้จ่ายประจำวัน

ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟม. พิจารณาลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อประชาชน

ทั้งนี้ บอร์ด รฟม. จะพิจารณาใน 2 มาตรการ

1. เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง คิดอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง

2. ลดอัตราค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak) ระหว่าง 9.00 – 15.30 น. และช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง

โดยปัจจุบันเก็บอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 14 – 42 บาทต่อเที่ยว ส่วนมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบนั้น ขณะนี้ กรมการขนส่งทางราง กำลังเร่งหาแนวทางอยู่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่กระทบต่อสัญญา และให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

“การลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าลง จะทำให้ประชาชนหันมาเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คาดหวังจะให้นโยบายนี้ แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทย

และคาดหวังว่าจะเป็นที่น่าพอใจต่อประชาชน สามารถช่วยเหลือประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางได้เป็นอย่างดี” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

“สิระ” ท้า “เสรีพิศุทธ์” เปิดบันทึกเทปประชุม กมธ.ป.ป.ช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • สิระท้าเสรีพิศุทธ์เปิดเทปบันทึกที่ประชุม ใช้อำนาจเกินขอบเขตปมเชิญนายกฯชี้แจงหรือไม่
  • พร้อมบอกว่าอยากให้สังคมดูพฤติกรรมและการกระทำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากำลังใช้หัวโขนประธาน กมธ.มาเป็นเครื่องมือในเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือไม่

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน ใช้อำนาจรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาชี้แจงปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ และการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากในวันประชุม กมธ. 13 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติที่ประชุม 6 ต่อ 3 เห็นด้วยที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ป.ป.ช.อีกครั้ง

แต่ไม่ได้มีมติเห็นด้วยที่จะใช้อำนาจตาม มาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 6 แห่งพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพ.ศ.2554 จึงอยากให้สังคมดูพฤติกรรมและการกระทำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากำลังใช้หัวโขนประธาน กมธ.มาเป็นเครื่องมือในเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือไม่

พร้อมฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องสนใจจดหมายเรียกเชิญดังกล่าว เพราะมั่นใจว่าหนังสือเรียกฉบับนี้ผิดกฎหมายแน่นอน เนื่องจากการออกหนังสือในชั้นกรรมาธิการ ต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมาธิการ ไม่ใช่เอาความคิดของประธานมายัดใส่กรรมาธิการ

ดังนั้น ขอท้าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอดเทปบันทึกการประชุมในวันดังกล่าว และนำมาเปิดเผย เพื่อพิสูจน์ว่ามีการขอมติที่ประชุมที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 หรือไม่ หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ดำเนินการไม่ตรงกับเทปบันทึกการประชุมวันนั้น

ขอให้ลาออกจากการเป็นประธานด้วยตนเอง ก่อนที่จะถูกมติที่ประชุมปลด รวมทั้งขอติดตามดู 20 พ.ย.นี้ ซึ่งตนเองเตรียมเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

จนท.แกะรอยไล่ล่ากลุ่มคนร้ายยิงจุดตรวจ ชรบ. ลำพะยา

ประเด็นน่าสนใจ

  • เปิดแผนโจมตี จุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทางลุ่ม ลำพะยา
  • ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงแกะรอยไล่ล่ากลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง หลังออกหมายจับไปแล้ว 3 หมาย

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ระบุว่า กรณีเกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าโจมตีจุดตรวจ ชรบ. ทางลุ่ม ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากการประเมินในวันดังกล่าว พบว่าเกิดเหตุพร้อมกัน 6 จุด ไม่ว่าจะเป็นยิงจุดตรวจ วางระเบิดเสาไฟฟ้า โปรยตะปูเรือใบ เผายางรถยนต์ ในพื้นที่รอบ ๆ

โดยจุดหลักเป็นจุดตรวจ ชรบ. ทางลุ่ม มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 40 คนเข้าก่อเหตุ คนร้ายที่เข้าที่เกิดเหตุ 25 คน เมื่อหักอาวุธปืนผู้เสียชีวิต 8 กระบอก ก็จะเหลือ 17 คน แบ่งการทำงานเป็น 2 ชุด คือ ชุดเข้าโจมตี 1 ชุด ซึ่งเป็นชุด ผกร. จากพื้นที่จังหวัดยะลา ส่วนอีกชุดซึ่งเป็นชุดระวังป้องกัน เป็นชุดของ ผกร. พื้นที่ปัตตานี โดย DNA ของคนร้ายที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นคนเจ็บหลังถูกยิงสวนออกมา ส่วนมากมาจากพื้นที่ยะลา

โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์ทราบ สามารถรู้ตัวตนคนร้าย 12 ราย ยืนยันจาก DNA จำนวน 3 คน และได้ออกหมายจับ ป.วิอาญา ไปแล้ว คือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ผกร. พื้นที่ ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุเผาชินวร , วางระเบิด ชคต. ท่าสาปฯ สอบเป็นพยานในคดีแล้วขอกลับภูมิลำเนา ปัจจุบันไม่สามารถติดตามตัวได้ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง อยู่ในชุดปฏิบัติการของนายนอร์ดิน หะยีอาซา ผกร. รับผิดชอบพื้นที่ตำบลตาเนาะปูเตาะฯ มีหมายจับ 6 หมาย เคยถูกจับกุมเมื่อปี 2558 ศาลพิพากษายกฟ้อง

ต่อมาได้ถูกออกหมายจับอีก 2 หมาย นายอาดัม มุสอดี ผกร. พื้นที่ อำเภอยะหา อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี ชคต. บาโระ , เผาสำนักงานการไฟฟ้ากาบัง ทั้งสามคนได้ออกหมายจับและประกาศสืบจับแล้วอยู่ระหว่างติดตามจับกุม ซึ่งตรงกับคำรับบางส่วนของผู้ถูกควบคุมว่าชุดบันนังสตาเป็นชุดโจมตี ชุดปัตตานี เป็นชุดระวังป้องกัน นอกจากนี้ ยังพบรอยเลือด 5 รอย ซึ่งเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ คือ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง ส่วนรอยเลือดที่เหลือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อระบุตัวบุคคล

ณ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ยังคงติดตามกลุ่มคนร้ายกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ทั้งชุมชน หมู่บ้านป่าเขา โดยเฉพาะเทือกเขานางจันทร์ รอยต่ออำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และอำเภอเมืองยะลา

ที่มา thainews.prd.go.th