เห็นด้วยไหม ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจแทน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้หวังลดจำนวนทหาร และเน้นการฝึกกำลังพลให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น
  • ส่วนการเกณฑ์ทหารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดสงคราม
  • ร่างกฎหมายใหม่นี้เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมหนีทหารด้วย

พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร

ยื่นเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.รับราชการทหาร ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยอ้างอิงถึงหลักการตามแนวทางของพรรค คือ ต้องการปฏิรูปกองทัพ และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่กองทัพใช้เป็นนโยบายบังคับมากว่า 100 ปี

การเป็นทหาร ต้องเกิดจากความสมัครใจเท่านั้น

โดย พล.ท.พงศกร ย้ำว่า นโยบายการเกณฑ์ทหารของพรรคจะกระทำก็ต่อเมื่อเกิดภัยสงคราม โดยให้อำนาจคณะรัฐมนตรีในการเรียกเกณฑ์ทหารภายใน 1 ปี โดย 3 เดือนแรกจะฝึกขั้นต้น ส่วนอีก 3 เดือนฝึกขั้นสูง ส่วนอีก 6 เดือนสุดท้าย คือรอดูสถานการณ์ และจะลดอายุการเกณฑ์ทหารจาก 21 ปี มาเป็น 18 ปี

นอกจากนี้ เนื้อหาของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังได้กำหนดขอบเขตกรณีไม่มีภัยสงครามเกิดขึ้นก็จะให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่จะเปิดรับเฉพาะความสมัครใจเท่านั้น เพื่อจำกัดจำนวนทหารให้ลดน้อยลง

และจะเน้นการฝึกของกำลังพลให้มีประสิทธิภาพ และมีกติกาเหมือนทหารต่างประเทศ พร้อมนำงบประมาณที่เหลือมาเพิ่มเป็นเงินเดือน สวัสดิการ และกองทุนการศึกษาให้กับกำลังพลแทน

รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่า ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านระบบการเกณฑ์ทหาร จะไม่ส่งผบกระทบหรือเกิดช่องว่างในการปฏิบัติงานที่มีอยู่เดิม รวมถึงจะมีการนิรโทษกรรมให้ผู้ที่หนีทหารก่อนกฎหมายใช้บังคับด้วย

ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้โรงเรียนนายร้อยมีการฝึกนายทหารชั้นสัญญาบัตรจากบุคคลที่จบปริญญาตรี พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เคยหาเสียงไว้เป็นแนวร่วมผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงความเป็นทหารอาชีพด้วยความเต็มใจ

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้เหล่าทัพตั้งคณะกรรมการศึกษาการยกเลิกเกณฑ์ทหารของพรรคอนาคตใหม่แล้ว พร้อมเปรียบเทียบหลักการของการเกณฑ์ทหารที่กองทัพใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างความมั่นคงของกองทัพและประเทศชาติ

สถิติชี้ชัด เดือน ต.ค. เด็กจบใหม่เตะฝุ่นกว่า 3 แสนคน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาเหตุหลักของการยังไม่งานของเด็กจบใหม่ คือการเลือกงาน
  • จนท.การผลิต, พนักงานขาย, เสมียน ยังเป็นตำแหน่งที่ต้องการมากที่สุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชาชน เดือนตุลาคม 2562 ว่า มีจำนวนผู้ว่างงานกว่า 355,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน ร้อยละ 0.9 และพบว่าผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษามีมากที่สุด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตกงานของบัณฑิตจบใหม่ เกิดจากการเลือกงาน และภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงาน ที่ต้องการทักษะในด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลมากขึ้น เมื่อบวกกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงท้าทายความสามารถของนักศึกษาจบใหม่มากพอสมควร

หากเปรียบเทียบจำนวนผู้ว่างงานแบ่งตามระดับการศึกษาที่สำเร็จ ในเดือนตุลาคม พบว่าผู้ว่างงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มี 147,000 รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับประถมศึกษา ตามลำดับ

ซึ่งผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินว่า นักศึกษาจบใหม่ที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดเเรงงานได้ ถือเป็นค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

ซึ่ง รศ.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว จะใช้เเรงงานปริญญาตรีจำนวนมาก ตรงข้ามกับไทย เพราะลักษณะฐานการผลิตของไทย ใช้แรงงานที่มีทักษะไม่สูงมาก คือ

เซมิ-สกิล คิดเป็นสัดส่วน มากกว่าร้อยละ 70 ขณะที่แรงงานทักษะสูง มีสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 10 รัฐต้องหาวิธีนำเเรงงานเหล่านี้ไป อัพ-สกิล หรือ รี-กิล เพื่อให้สามารถทำงานได้

แรงงานด้านการผลิต พนักงานขาย เสมียน พนักงานทั่วไป เป็นแรงงานที่ภาคต่างๆ ต้องการมากสุด

ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในปี 2563 จะมีประมาณ 524,893 คน เพิ่มจากปีนี้ ร้อยละ 9.27 โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 60.75 เป็นผู้ที่จบปริญญาตรี

ขณะที่แนวโน้มภาคส่งออก ภาคการผลิต ภาคก่อสร้าง ภาคโลจิสติกส์ ค้าปลีก-ค้าส่ง และภาคบริการต่างๆ อยู่ในช่วงชะลอตัว ส่วนใหญ่ลดการรับแรงงาน และมีการปรับใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งจะทำให้การจ้างลดลง

ดังนั้น ในปี 2563 จึงมีปัจจัยเสี่ยงต่อการตกงานสูง หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงไร้ปัจจัยบวก สำหรับสถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบัน อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า ตำแหน่งงานที่ต้องการมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ

แรงงานด้านการผลิต พนักงานขาย เสมียน พนักงานทั่วไป พนักงานธุรการ พนักงานบริการลูกค้า และเจ้าหน้าที่คลังสินค้า ตั้งแต่ระดับ ปวช.- ปวส. จนถึงปริญญาตรี ยังเป็นที่ต้องการอยู่

อย่างกับเขาอากินะ! ถนนใหม่ขึ้นภูทับเบิกเข้าท่าน่าใช้ แม้การซ่อมแซมยังไม่แล้วเสร็จ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ถนนขึ้นภูทับเบิกยังอยู่ระหว่างซ่อมแซม แนะเลี่ยงเส้นทางป้องกันอุบัติเหตุ
  • เส้นทางแนะนำคือเส้นทาง สาย 12 – นครไทย – ภูทับเบิก

นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้างานก่อสร้างและซ่อมถนนขึ้นภูทับเบิก หลังจากเกิดความเสียหายมาก่อนหน้านี้ ว่า ขณะนี้แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้เร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ทางและนักท่องเที่ยว โดยจะขุดรื้อชั้นทางเดิม ในช่วงก่อสร้าง สาย 2331 ตอน 2 ช่วง กม.9+425 – กม.9+700

และในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 และจะทำการคืนสภาพทาง และเปิดพื้นที่ให้บริการชั่วคราวอีกครั้ง ซึ่งในช่วงกลางเดือน ธันวาคม 2562 ซึ่งทำให้การสัญจรเกิดความไม่สะดวก และอาจเกิดอันตราย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางและนักท่องเที่ยว ใช้เส้นทาง สาย 12 – นครไทย – ภูทับเบิก แทน และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาส นี้

สำหรับทางเลี่ยงขึ้นภูทับเบิกในช่วงที่กำลังซ่อมแซมถนนั้น ทางแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง ดังนี้

  1. ถ้ามาจาก กทม. ให้ใช้ถนน สาย 12 (แยกพ่อขุนผาเมือง) ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  2. ถ้ามาจาก อ.ด่านซ้าย ให้ใช้ถนนสาย 2013 ถึงแยกนครไทยให้เลี้ยวซ้าย สาย 2331
    และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  3. ถ้ามาจาก จ.พิษณุโลก ให้ใช้ถนน สาย 12 ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  4. ถ้ามาจาก จ.ขอนแก่น ให้ใช้ถนน สาย 12 (แยกพ่อขุนผาเมือง) ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และ เดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก

ทั้งนี้เกิดข้อสงสัย หรืออยากสอบถามรายละเอียด สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม. ไ ด้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 5671 1443 กด 2 (เฉพาะวันและเวลาราชการเท่านั้น) มือถือ 08 0348 7635 , 08 6303 6760 และ 08 1764 1912 (ตลอด 24 ชม.) หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586.