‘ธรรมนัส’ ชี้ ‘ฟาร์มไก่ปารีณา’ ไม่รุกที่ส.ป.ก. เหตุถือครองก่อนประกาศเขตปฏิรูปฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีประเด็นการตรวจสอบ ที่ดินฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของ ‘ปารีณา’ กว่า 1,700 ไร่ ที่ จ.ราชบุรี
  • ด้าน ‘ธรรมนัส’ ยืนยันว่าที่ดินทั้งหมดทางครอบครัว น.ส.ปารีณา ครอบครองมาก่อนตั้งแต่ปี 2489 หรือ ก่อนประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2536
  • พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบการได้มาของพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44

วันนี้ (13 พ.ย. 62) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังจากสั่งให้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดินฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กว่า 1,700 ไร่ ว่า

โดยสรุปที่ดินแปลงหน้าเป็น ส.ป.ก. ที่แปลงกลางที่มีเอกสารสิทธิ์ และแปลงหลังเป็น ส.ป.ก. ซึ่งหลังจากที่กรมป่าไม้มอบพื้นที่มาให้ ส.ป.ก.ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อปี 2536 ได้จัดสรรให้ชาวบ้านไป 700 กว่าไร่ เหลือประมาณ 900 กว่าไร่ ซึ่งรวม 3 แปลง โดยแปลงที่อยู่ตรงกลางมีเอกสารสิทธิ์ ที่ น.ส.ปารีณาชี้แจงว่า มี นส.3 และ สค.1 ทั้งนี้ กำลังขอตรวจสอบเอกสารดังกล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า น.ส.ปารีณา ได้เข้าชี้แจงกับฝ่ายกฎหมายของ ส.ป.ก.แล้ว ยืนยันว่าที่ดินทั้งหมดทางครอบครัว น.ส.ปารีณา ครอบครองมาก่อนตั้งแต่ปี 2489 จากนั้นกรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ปี 2536 จัดสรรให้ชาวบ้านเขาทำกินไปบางส่วนแล้ว

ต้องถือว่าครอบครัวคุณเอ๋อยู่มาก่อนที่จะนำที่ดินแปลงนี้มาประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งนี้ เวลากรมป่าไม้ส่งพื้นที่มาให้ ส.ป.ก.ส่งพร้อมผู้ครองครอง และย้อนไปปี 2489 ประกาศใช้พระราชบัญญัติที่ดินให้ชาวบ้าน มีเรื่องกรรมสิทธิ์ครอบครองในที่ดิน ก่อนหน้าที่เป็นที่ดินของคุณเอ๋ ก่อนมาจัดสรรให้ชาวบ้าน ย้อนไปศึกษาว่าครอบครัวคุณเอ๋ครอบครองมากี่ปี ไม่ใช่บุกรุก ถือว่าไม่ผิด แต่เมื่อพื้นที่นำมาจัดสรรปฏิรูปที่ดิน ต้องยึดตามระเบียบ ส.ป.ก.

รมช.เกษตรฯ กล่าวต่อว่า ประเด็น คือ ส.ส.ปวีณา ไม่ได้บุกรุก เขาครอบครองมาก่อน ที่ ส.ป.ก.รับพื้นที่มาตอนเขาครอบครองอยู่แล้ว รวมทั้งไม่จัดเป็นที่ดินแปลงใหญ่ แปลงแรกติดถนน มีพื้นที่ 200 กว่าไร่ ถัดไปแปลงกลางเป็นที่เอกสารสิทธิ์ และแปลงถัดไปเป็น ส.ป.ก. 300 กว่าไร่

จะสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว จากที่ฝ่ายกฎหมายเข้าตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ พื้นที่เป็นของนายทวี ไกรคุปต์ คุณพ่อคุณเอ๋ ครอบครองมากี่ปี ถ้าเขาอยู่มาก่อน ถือว่าไม่บุกรุก โดยต้องสอบสวน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย เพราะเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมสนใจ

โดยต้องใช้กฎหมาย ส.ป.ก.เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 จะใช้ในกรณีไม่สามารถเจรากับผู้ครองได้ ขณะนี้เราเจรจากับ ส.ส.ปารีณาได้ มีข้อตกลงพร้อมให้ความร่วมมือ ถ้าไม่เข้าระเบียบของ ส.ป.ก. จำเป็นคืนที่ดินให้หลวง ถ้าเป็นแปลงใหญ่จะนำมาจัดสรรใหม่กระจายสิทธิ ตามนโยบาย ส.ป.ก.ต้องการทำเกษตรแปลงใหญ่ รูปแบบวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์

ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ทำตามหลักกฎหมาย ประเด็นเวลานี้ชัดเจน เขาครอบครองมาก่อนจะเป็นที่ ส.ป.ก. เมื่อกรมป่าไม้ส่งมาให้เรามาจัดสรรสิทธิ ปี 36 จัดให้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ 700 กว่าไร่ ส่วนพื้นที่ที่ครอบครองมาก่อนจะดำเนินการอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร โดยยึดหลักพระราชบัญญัติ ส.ป.ก.เป็นหลัก

พร้อมบอก กฎหมายไม่มีการละเว้นให้กับใคร ได้สั่งทุกจังหวัดตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าตรวจเจอดำเนินการหมด ไม่ว่านักการเมืองพรรคไหน ส่วนตนไม่มีที่ดิน ส.ป.ก. เข้ามาเป็น รมช.เกษตรฯ ได้แจกที่ ส.ป.ก.ในคนยากจนเป็นแสนไร่แล้ว ตนได้พูดคุยกับนายทวี ไกรคุปต์ เขายืนยันอยู่มาก่อนพร้อมให้ตรวจสอบความร่วมมือทุกอย่าง ปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน

รุมสกัดจับฟอร์จูนเนอร์ ผู้โพสต์คลิปเผย เป็นเหตุชนแล้วหนี

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวรถจักรยานยนต์
  • ภายหลังเกิดเหตุเฉี่ยวชน รถยนต์พยายามหนี ทำให้รถจักรยานยนต์ท่านอื่นที่เห็นเหตุการณ์พยายามสกัดเพื่อหยุดรถยนต์

โลกออนไลน์ต่างแชร์คลิป รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์คันหนึ่งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์แล้วหนี หนึ่งในผู้ร่วมสกัดรถยนต์ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ภายหลังการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน

โดยคลิปเผยให้เห็นรถยนต์ ฟอร์จูนเนอร์ คันหนึ่ง พยายามขับหนีรถจักรยานยนต์หลายคัน ซึ่งหวังจะสกัดรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ แต่ดูเหมือนคนขับรถยนต์จะไม่ยอมหยุดรถ เพราะในคลิปปรากฏให้เห็นด้วยว่า เขาพยายามขับพุ่งชนรถจักรยานยนต์จนได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถสกัดรถยนต์ได้แล้วที่ขนส่งเอกมัย ทางผู้โพสต์คลิปเปิดเผยด้วยว่า ตนได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน หลังคนขับรถยนต์ขับรถพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของตัวเองขณะทำการสกัด จนรถได้รับความเสียหาย

ตาม เจอแน่ ผมแค่ จอดให้ลุงลงมาดู รถคู่กรณีที่ลุงไปเบียดเค้า

โพสต์โดย Warayoot Pinjai เมื่อ วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2019

ขอบคุณคลิปจาก Warayoot Pinjai

อนุทิน จวก!! เหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุ “ไร้จิตสำนึก”

ประเด็นน่าสนใจ

  • อนุทิน ย้ำเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลเป็นเรื่องจิตสำนึก ไม่สมควรเกิดขึ้น
  • ชี้เป็นคดีอาญา ไม่มีการเจรจา ไม่มีการยอมความอย่างแน่นอน

จากกรณีที่วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทในห้องฉุกเฉิน ร.พ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน และไม่ต้องมาถามว่าใครผิดใครถูก แต่การมาก่อเหตุในโรงพยาบาลย่อมเป็นเรื่องที่ผิด ที่นี่คือสถานที่ไว้รักษาคน ไม่ได้เปิดให้มาตีกัน และจะไม่มีการยอมความ เป็นคดีอาญา

การแจ้งความจะเป็นเรื่องของทำลายทรัพย์สินทางราชการ, กีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของหมอ พยาบาล, บุกรุกสถานที่ราชการ, ทำลายความสงบเรียบร้อย กระทรวงสาธารณสุขเอาจริง เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุซ้ำ ทำสุดความสาทารถได้เท่านี้ เพราะหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข คือ การส่งเสริมรักษาสุขภาพ ไม่ใช่การมาไล่จับ หรือต่อสู้กับใคร

“การที่มาก่อเหตุในโรงพยาบาล เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง มันต้องคิดได้ มีจิตสำนึก ว่านี่เป็นสถานพยายาล เป็นคนต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี สำหรับเรื่องป้องกันเหตุ ต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ”