พบลูกไฟขนาดใหญ่ สว่างวาบเหนือท้องฟ้าสหรัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • จากการตรวจสอบคาดเป็นไฟร์บอล จากฝนดาวตกทอริดส์
  • ฝนดาวตกทอริดส์เป็นฝนดาวตกสวยงามอยู่ในกลุ่มดาววัวหรือดาวทอรัส
  • เมื่อปี 2558 ไฟร์บอล จากฝนดาวตกทอริดส์ เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยเช่นกัน

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่สหรัฐอเมริกา ได้เกิดเหตุลูกไฟประหลาดโผล่เหนือท้องฟ้าในหลายเมืองทางตอนกลางของประเทศ สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวเมืองดังกล่าวเป็นอย่างมาก

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในเมือง ซึ่งเผยให้เห็นว่าในช่วงเวลา 21.00 น. ได้มีลูกไฟขนาดใหญ่ลอยมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วคล้ายจะพุ่งชนบนพื้นโลก จากนั้นได้เกิดแสงสว่างวาบ ก่อนที่มันจะหายไป ซึ่งรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุมีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นด้วย

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ก็ทำให้มีคนพากันส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ได้ตั้งคำถามว่าลูกไฟดังกล่าวคืออะไรกันแน่ ก่อนที่เวลาต่อมาสมาคมดาวตกอเมริกาได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกไฟที่พบ น่าจะเป็นฝนดาวตกทอริดส์ ที่มักเกิดเป็นประจำในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

หากจำกันได้ เมื่อช่วงเดือน พ.ย. ปี 2558 ลูกไฟประหลาดหรือ ไฟร์บอล (Fireball) ของฝนดาวตกทอริดส์ลักษณะนี้ เคยพุ่งผ่านเหนือท้องฟ้าประเทศไทยด้วย ซึ่งฝนดาวตกทอริดส์ (Taurids) เป็นฝนดาวตกสวยงามอยู่ในกลุ่มดาววัวหรือดาวทอรัส คาดว่าการตกในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเวลาปกติที่ดาวกลุ่มนี้ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดี

เตือนคนไทยในฮ่องกง เลี่ยงพื้นที่ชุมนุม หลังผู้ประท้วงนัดขวางการจราจร วันนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • หวังให้คนไทยเตรียมพร้อม ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
  • แนะงดถ่ายภาพในระยะใกล้หากเผชิญประสบเหตุ

คงทราบกันไปแล้วว่าสถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกง ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเมื่อช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุม รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมได้จุดไฟเผาผู้เห็นต่างทั้งเป็น หลังมีการโต้เถียงกันขึ้น จนสร้างความตื่นตกใจให้กับคนที่เห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น

ล่าสุดทาง สถานกงสุลใหญ่ ณ ฮ่องกง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Royal Thai Consulate-General, Hong Kong ประกาศแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนคนไทยที่อาศัย และเดินทางไปท่องเที่ยวยังฮ่องกง เลี่ยงเส้นทางการชุมนุมประท้วง

หลังจากมีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะนัดขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถประจำทาง รถราง และรถไฟใต้ดิน MTR ทั่วเกาะฮ่องกง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงงดถ่ายภาพในระยะใกล้หากผ่านไปประสบเหตุด้วย

สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับรายงานว่าในวันพุธที่ 13 พ.ย. 62 เวลาตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไป อาจมีการชุมนุมประท้วงด้วยการขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ (รถประจำทาง รถราง และรถไฟใต้ดิน MTR) ทั่วเกาะฮ่องกง จึงแจ้งมาเพื่อให้คนไทยทุกคนในฮ่องกงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้น และเผื่อเวลาเดินทาง

ในการนี้ เนื่องด้วยการชุมนุมประท้วงในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอย้ำคนไทยในฮ่องกงและนักท่องเที่ยวไทยในฮ่องกงโปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือเข้าใกล้สถานที่มีการชุมนุมประท้วง และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการประท้วงในบริเวณใกล้

รวมทั้งโปรดงดการถ่ายภาพในระยะใกล้ของเหตุการณ์ประท้วง ผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคน รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR

คนไทยในฮ่องกงสามารถติดตามข่าวสาร สถานการณ์ภาพรวมได้ที่ website สำนักงานตำรวจฮ่องกง ที่ https://www.police.gov.hk/ppp_en/index.html
สามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟ MTR ได้ที่ http://www.mtr.com.hk/en/customer/main/index.html และสามารถตรวจสอบสถานะของท่าอากาศยานฮ่องกงและตารางเที่ยวบินได้ที่ https://www.hongkongairport.com/

ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถประสานสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+852) 6821-1545 หรือ (+852) 6821-1546 และ Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (+66) 2-572-8442

ครั้งแรก! จุฬาฯ ไฟเขียวให้ นศ. แต่งกายตามเพศสภาพได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาระสำคัญของประกาศระบุว่า “นิสิตอาจแต่งเครื่องแบบตามเพศกำเนิดหรือเพศที่แสดงออกก็ได้” และ “นิสิตอาจแต่งชุดสุภาพตามเพศกำเนิดหรือเพศที่แสดงออกได้” 
  • การเรียกร้องของ อิ๊นซ์ ชมพิ้งค์ เกิดขึ้นหลังจากเธอถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเรียนด้วยการแต่งกายไม่ตรงกับเพศสภาพ

อิ๊นซ์ ชมพิ้งค์ จิรภัทร ตรงจิตต์รักษา นิสิตข้ามเพศ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ภาพประกาศ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ออกประกาศ เรื่องการแต่งกายของนิสิต พ.ศ.2562 ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญในระเบียบทั้งหมด 7 ข้อ ลงนามโดย ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562

โดยมีส่วนหนึ่ง ระบุไว้ว่า นิสิตอาจแต่งเครื่องแบบตามเพศกำเนิดหรือเพศที่แสดงออกก็ได้ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีประกาศออกมาเป็นทางการ

ซึ่งก่อนหน้านี้ จิรภัทร ได้เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) เพื่อขอให้คืนสิทธิในการแต่งกายและการใช้ชีวิตตามเพศสภาพในรั้วมหาวิทยาลัย

หลังจากเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2561 อิ๊นซ์ ชมพิ้งค์ ถูกอาจารย์ผู้สอนท่านหนึ่ง ปฏิเสธไม่ให้เข้าเรียนเพราะไม่แต่งกายชุดนิสิตตามเพศกำเนิดและถูกเหยียดเพศตลอดการสอน จากนั้นเธอเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

จึงร้องเรียนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ซึ่งมีบทบาทและอำนาจเสมือนตุลาการตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมทางเพศ พ.ศ. 2558 จนนำมาซึ่งคำสั่งคุ้มครองนิสิตหญิงข้ามเพศคนดังกล่าวมาก่อนหน้า