“ชวน” เตือน หากประชุมครั้งหน้าล่มอีก ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้มีการลงคะแนนญัตติ ตั้ง กมธ.ม.44 ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. วิสามัญดังกล่าว
  • โดยวานนี้ ฝ่ายรัฐบาลได้ขอให้ ปธ.สภา นับคะแนนใหม่ ทางฝ่ายค้านไม่พอใจ จึงทยอยเดินออกจากห้องประชุม
  • วันนี้ฝ่ายค้านวอร์คเอาท์เป็นครั้งที่ 2 หลังวิปรัฐบาลขอให้นับคะแนนใหม่
  • ล่าสุดชวนเตือน หากประชุมครั้งหน้าล่มอีก ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยถึงกรณีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ในวันนี้ ล่มเป็นครั้งที่ 2 ว่า เป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ในการประชุมครั้งต่อไป อยากจะขอให้สมาชิกปฏิบัติตามระเบียบการประชุม

ส่วนการที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล ขอให้นับคะแนนใหม่นั้น ตนมองว่า เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายรัฐบาลขอใช้สิทธิ ซึ่งตามข้อบังคับสามารถกระทำได้ อีกทั้งการลงคะแนนใหม่สามารถทำได้วิธีเดียว คือ การขานชื่อ

สำหรับเหตุผลที่ฝ่ายรัฐบาลขอให้มีการลงคะแนนใหม่นั้น โดยส่วนตัวมองว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับมติที่มีคะแนนห่างกันไม่มาก จึงขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ อีกทั้งตนเองเห็นด้วยกับการที่ฝ่ายรัฐบาลใช้สิทธิตรงนี้

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากการประชุม ส.ส. ครั้งหน้าล่มอีก จะมีวิธีการจัดการกับปัญหานี้อย่างไร นายชวน เผยว่า เป็นเรื่องของอนาคต อย่าพึ่งไปคาดการณ์ล่วงหน้า

ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ยังได้ย้ำอีกว่า หากการประชุมครั้งหน้าล่มเพราะการวอร์คเอ้าท์อีก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ส่วนประเด็นที่มีการอภิปราย กรณีรัฐมนตรีไม่มาตอบข้อซักถามนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะกรณีแบบนี้เคยมีมาแล้วในอดีต แต่ไม่บ่อย แต่กรณีดังกล่าว หากมีการซักถามในที่ประชุม รัฐมนตรีก็ต้องมาตอบ

เพราะไม่ฉะนั้น กระทู้เก่าก็จะค้างคา กระทู้ใหม่ก็จะไม่สามารถเข้ามาได้ ตนจึงอยากแนะนำว่าถ้ามีกระทู้ตั้งซักถาม รัฐมนตรีควรมาตอบด้วยตัวเอง อีกทั้ง รัฐสภาก็พยายามเร่งรัด นำกระทู้การศึกษาผลกระทบกฎหมายมาตรา 44 ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันนี้ และเมื่อวาระนี้เสร็จสิ้น ก็จะนำวาระการประชุมเพื่อตั้งกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่วาระการประชุม แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ต้องรอให้เปิดประชุมสภาอีกครั้งในวันที่ 4 ธันวาคม

อาม่าโดนพนักงานธนาคาร หลอกเปิดบัญชีกว่า 13 ล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • จ้าของกิจการบริษัท กรุงไทยออดิโอ จำกัด ร้องกองบังคับการปราบปราม
  • ถูกพนักงานธนาคารหลอกให้เปิดบัญชีหลายบัญชีรวม 13 ล้าน

ทนายรัชผล ศีริสาคร ได้พา นางอรุณพร หวังสันติพร อาม่าวัย 83 ปี เจ้าของกิจการบริษัท กรุงไทยออดิโอ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลงานศิลปินลูกทุ่งดังในอดีต พร้อมด้วยนายวิจิตร และนางวันวิสาข์ หวังสันติพร ลูกชายและลูกสะใภ้

เข้าร้องเรียนที่กองปราบเพื่อขอความเป็นธรรม และติดตามความคืบหน้า คดีถูกพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ปลอมบัญชีธนาคารยักยอกเงินไปรวมเป็นเงินกว่า 13 ล้านบาท

นางอรุณพร หวังสันติพร เป็นลูกค้าประจำของธนาคารแห่งหนึ่งมานาน เก็บเงินฝากตั้งแต่สมัยสาวๆ ฝากเงินจำนวนมาก หลายบัญชี จนเป็นลูกค้า VIP ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ทุกครั้งเวลาไปธนาคาร ธนาคารจะส่งพนักงานมาดูแลเป็นประจำ ในช่วงหลัง ได้ น.ส.สุปรียา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารในขณะนั้น เป็นผู้ดูแลจนอาม่าไว้ใจ

หลังจากนั้น น.ส.สุปรียา ย้ายไปอยู่สาขา ถ.ตากสิน ด้วยความไว้วางใจที่ใช้บริการมานานอาม่าจึงตามไปฝากเงินอีก 8 บัญชี รวมทั้งหมด 11 บัญชี วงเงินรวม 13,550,000 บาท

นางวันวิสาข์ ลูกสะใภ้ผู้เสียหายเปิดเผยว่า คุณแม่ได้นำเงินไปฝากกับธนาคารแห่งนี้มานานกว่า 40 ปี จนเป็นลูกค้า VIP ต่อมาได้รู้จักกับ น.ส.สุปรียา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารในขณะนั้น ช่วงปี 2560 หญิงดังกล่าวได้ย้ายไปอยู่ที่ธนาคารสาขาตากสิน ได้ชักชวนให้ย้ายบัญชีมาที่สาขาดังกล่าว อ้างว่าเพื่อความสะดวกในการดูแล ทางคุณแม่ก็ไว้วางใจจึงได้โอนเงินมาฝากที่สาขาดังกล่าว

น.ส.สุปรียา อ้างว่า แต่ละบัญชีเป็นการลงทุน ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน บางบัญชีได้ดอกเบี้ยถึง 5.5% มาภายหลังว่าได้ออกสมุดบัญชีปลอมให้ ต่อมาเมื่อต้นปี 2561 ผู้จัดการธนาคารได้โทรมาแจ้งว่า ผู้เสียหายทำบัญชีเงินฝากตกไว้ในธนาคาร ทั้งที่บัญชีของตนเองก็ยังอยู่กับตัว จึงไปตรวจสอบพบว่า บัญชีดังกล่าว เปิดในนามของคุณแม่จริงแต่ลายเซ็นต์เบิกถอนเป็นลายเซนต์ปลอม

ท้ายที่สุดช่วงเดือนมีนาคม 2561 ธนาคารได้แจ้งว่า พนักงานสาวทุจริตเอาเงินลูกค้าไป 4-5 รายแล้ว แต่อาม่าเป็นผู้เสียหายที่เสียเงินเยอะสุด อาม่าได้จึงไปแจ้งความตั้งแต่ปี 2561 แต่คดียังไม่คืบ โดยพนักงานสอบสวนระบุว่า คดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบเปรียบเทียบลายเซ็นต์

ปัจจุบัน น.ส.สุปรียา ถูกขังอยู่ในคดีอื่นๆ อาม่า ได้ไกล่เกลี่ยหลายรอบ จนธนาคารยอมคืนเงินมาให้ เป็นเช็คลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 จำนวน 10.075.629.46 บาท

ส่วนที่เหลือ 3.474,372 บาท ธนาคารให้ไปฟ้องเอา แต่ไม่สามารถไปฟ้องได้ เพราะต้องรอพยานหลักฐานจากคดีอาญาให้เสร็จสิ้นก่อน แต่คดีอาญาผ่านมา 1 ปีแล้ว ยังไม่ได้ข้อสรุปจึงเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม

น้ำใจงาม ! ครูหูหนวกควักเงินบำนาญค้ำจุนโรงเรียน หวังให้เด็กพิการได้เรียนต่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครูชาวจีนและภรรยาผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินได้รับความชื่นชมในการอุทิศตัวเพื่อเด็กนักเรียนผู้พิการ
  • เนื่องจากในโรงเรียนมีนักเรียนด้อยโอกาสเป็นส่วนใหญ่ เขาและภรรยาจึงบริจาคเงินบำนาญทั้งหมดของพวกเขาให้แก่โรงเรียน
  • ลูกชายของครูน้ำใจงามรายนี้ลาออกจากงานมาเป็นภารโรงจิตอาสา และบริจาคเงินออมทั้งหมดในบัญชีให้แก่โรงเรียนอีกด้วย

เหอซิ่งอู่ ครูผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งทำงานอยู่ในโรงเรียนศึกษาพิเศษซานเหลียน (Sanlian Special Education School)  ณ นครหนานชาง เมืองเอกของมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ทั้งนี้ครูเหอกลับยังคงมุ่งมั่นแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดภายในโรงเรียน เพื่อให้เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ต่อไป หลังจากผู้ก่อตั้งโรงเรียนเสียชีวิตลง

ขณะที่ เหอรุ่นเม่ย ภรรยาของ เหอซิ่งอู่เอง ก็เป็นผู้มีภาวะความบกพร่องทางการได้ยินเช่นกัน และได้ทิศตัวให้กับโรงเรียนโดยเริ่มเข้ามาดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กๆ

ด้วยสาเหตุที่ในโรงเรียนแห่งนี้ จะมีนักเรียนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ เหอซิ่งอู่เองและภรรยาจึงลดค่าเล่าเรียนของนักเรียนลงหลังจากพิจารณาถึงสภาพครอบครัวของเด็ก และเพื่อให้โรงเรียนสามารถเปิดดำเนินงานต่อไป เหอและภรรยาบริจาคเงินบำนาญทั้งหมดของพวกเขาให้แก่โรงเรียน

จนกระทั่งในปี 2005 เหอเปียว ลูกชายของเหอ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อเดินตามรอยพ่อแม่ หันมาทำงานเป็นภารโรงจิตอาสา และบริจาคเงินออมทั้งหมดในบัญชีให้แก่โรงเรียนแห่งนี้เช่นกัน

ปัจจุบันโรงเรียนศึกษาพิเศษซานเหลียนพัฒนายิ่งขึ้น เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น ความช่วยเหลือของผู้คน ทั้งยังได้รับเงินบริจาคมากมาย นักเรียนจำนวนมากได้รับโอกาสในการทำงาน เหอซิ่งอู่เองก็ได้รับรางวัลจากการทุ่มเทของเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เหอกล่าวด้วยว่า “เราจะเปิดสอนต่อไปตราบใดที่มีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และแม้ผมจะไม่อยู่แล้ว ลูกชายของผมก็จะสานต่อหน้าที่นี้ และเปิดทำการสอนต่อไป!”

ที่มา xinhuathai