อยากลอยกระทงออนไลน์ มาทางนี้!!

ประเด็นน่าสนใจ

  • เว็บไซต์ MThai ชวนลอยกระทงออนไลน์ แบบ AR ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ลอยกระทงขอพรได้
  • ผู้ร่วมลอยสามารถใส่คำอธิษฐาน ขอขมาพระแม่คงคาได้ด้วย

สำหรับใครที่ไม่สะดวกออกไปลอยกระทง ทาง MThai เชิญชวนทุกคนมาร่วมลอยกระทงออนไลน์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับการลอยกระทงแบบ AR ท่านสามารถใส่คำอธิษฐาน ขอขมาพระแม่คงคาได้ด้วย

การลอยกระทงออนไลน์นับว่า เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลดลดขยะ ลดมลภาวะ รักษาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ลอยกระทงออนไลน์แบบ AR กับ MThai ทำได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น MThai เลือกกระทงตามใจต้องการ ใส่คำอธิษฐาน เป็นอันเสร็จสิ้น

โหลดแอพ MThai เพื่อเล่นแบบ AR

ระบบ ios แอพ MThai

หากท่านใดสะดวกลอยผ่านเว็บไซตืสามารถคลิกลอยกระทงออนไลนืได้ตามลิงก์ที่แนบมาด้านล่างนี้

ลอยกระทงออนไลน์กับ MThai

ลอยกระทงออนไลน์ รักษาสิ่งแวดล้อม กับ MThai

ลอยกระทงออนไลน์ รักษาสิ่งแวดล้อม กับ MThai เอ็มไทยเชิญชวนทุกคนมาร่วมลอยกระทงออนไลน์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับการลอยกระทงแบบ AR ใส่คำอธิษฐาน ขอขมาพระแม่คงคา ร่วมกันลดขยะ ลดมลภาวะ รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายจะรออะไรโหลดเลยดาวน์โหลดฟรี!! #ลอยกระทงกับเอ็มไทย #MThai #Mono29

โพสต์โดย Mono29 News – ข่าวโมโน29 เมื่อ วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2019

สรุปไทม์ไลน์คดี ‘แชร์แม่มณี’ แชร์ลูกโซ่ต้มตุ๋น สูญหมื่นล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดคดี ‘แชร์ลูกโซ่แม่มณี’ แชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ ที่มีการใช้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า 93 เปอร์เซ็นต์ มาจูงใจให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน
  • มีผู้เสียหายหลายพันคน และมีมูลค่าความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท
  • คดีแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะจากประวัติศาสตร์พบว่าเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งนำเอาผลกำไรที่สูงมาจูงใจในการลงทุนทั้งสิ้น

สรุปคดี ‘แชร์แม่มณี’

หลังจากเกิดคดีใหญ่ในคดี ‘แชร์ลูกโซ่แม่มณี’ โดยมี น.ส.วันทนีย์​ ทิพย์ประเวช​ หรือ เดียร์ เน็ตไอดอล และแม่ค้าขายตุ๊กตาออนไลน์ อายุ 28 ปี  แม่ข่ายที่ได้ชักชวนผู้คนมาลงทุน โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนกว่าร้อยละ 93 จากเงินลงทุน

ก่อนหน้านี้เธอได้ถูกลูกแชร์ซึ่งขณะนี้มีจำนวนพุ่งสูงไปกว่า 3,800 ราย แจ้งจับหลังไม่ยอมจ่ายเงินลงทุนของเหล่าบรรดาลูกข่าย และถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้แล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมาทั้งนี้ในคดีดังกล่าว มีมูลค่าเสียหายพุ่งสูงไปถึงหลักหมื่นล้านบาท โดยเหยื่อแต่ละรายร่วมลงทุนไปกว่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท

น.ส.วันทนีย์​ ทิพย์ประเวช​ หรือ เดียร์

สรุปไทมส์ไลน์คดี ‘แชร์แม่มณี’

  • 25 ตุลาคม 2562

    แม่มณี ได้ถ่ายคลิปพร้อมทนายความ ออกมาชี้แจงไปยังลูกแชร์ ระบุว่าที่ตนไม่สามารถคืนเงินลูกแชร์ได้เนื่องจากบัญชีถูกอายัด หลังมีข่าวแชร์แม่มณีวงแตก โดยในวันนี้ เธอได้เช็คอินที่บ่อนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเธอได้ปิดโทรศัพท์และไม่สามารถติดตามตัวได้

แม่มณีและทนายความ
  • 26 ต.ค. 2562

    เฟซบุ๊ก PN Parkbom ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราว กรณี น.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ มะนาว ที่เคยปรากฎเป็นข่าวเจ้าบ่าวหนีงานแต่งเปิดให้คนมาออมเงินกินดอก ในรูปแบบออมเงินผ่านทางกลุ่มไลน์ โดยสร้างแรงจูงใจ ในการโอนเงินฝากตรงกับเธอ จะได้ดอกเบี้ยสูงถึง 50% ในระยะฝาก 1 เดือน ได้คืนเต็มจำนวนทั้งต้นและดอกไม่มีหัก

    โดยในช่วงแรกได้มีการจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ ทำให้มีคนสนใจมากขึ้น ๆ แต่ต่อมากลับมาการเงียบหายและเริ่มไล่บล็อกผู้ที่นำเงินมาลงทุน โดยพบในเวลาต่อมาว่า เจ้าตัวเป็นแม่ทีมให้กับ ‘แม่มณี’ อีกทอดหนึ่ง

มะนาว หรือ น.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล

  • 28 ต.ค. 2562

    ผู้เสียหายในคดีแชร์แม่มณีกว่า 200 คน นำหลักฐานมามอบให้ผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ

  • 29 ต.ค. 2562

    ผู้เสียหายหลายร้อยราย เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอศ. หลังถูก แม่มณี หลอกให้ลงทุนออมเงิน ในวันนี้เองกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้เปิดให้กลุ่มผู้เสียหายกรณีแชร์แม่มณี ลงทะเบียนแจ้งเหตุผ่านระบบคิวอาร์โค้ด โดยหลังจากเปิดให้ลงทะเบียนภายในวันเดียว มีผู้ลงทะเบียนไปแล้วกว่า 1,600 ราย

    ในวันเดียวกัน มะนาวได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ผ่านรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ถึงการทำธุรกิจร่วมกับ แม่มณี ซึ่งในตอนแรกแม่มณีเป็นลูกค้าของตน และได้มีการชักจูงให้ลงทุนในรูปแบบเงินออม โดยให้ดอกเบี้ย 93 เปอร์เซ็นต์ ในตอนแรกตนใช้เงินตัวเองฝากเองก่อน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นกินเปอร์เซ็นต์และหักเงินส่วนต่างจากผู้ออมรายอื่น ๆ

  • 29 ต.ค. 2562

    ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ แม่มณี ใน 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ⁣ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ⁣

  • 30 ต.ค. 2562

    ผู้เสียหายแชร์​ “แม่มณี” ยื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม​ให้เป็นคดีพิเศษ

  • 31 ต.ค. 2562

    เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 คูหาของแม่มณี โดยบริเวณชั้น 3 ที่มีลักษณะเหมือนร้านทอง และพบว่าทองทั้งหมดเป็นทองปลอมโดยตำรวจคาดว่า เป็นการตกแต่งห้องเพื่อจัดฉากใช้ในการไลฟ์สดเพื่อหลอกลวงลูกข่าย ให้ดูคล้ายว่ามีธุรกิจใหญ่โตน่าเชื่อถือ

  • 1 พ.ย. 2562

    เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกยึดโกดังปลาร้า ซึ่งเป็นสินค้าในการประกอบอาชีพเก่าของแม่มณีโดยมีการอายัดปลาร้ากว่า 2,500 กล่อง

  • 2 พ.ย. 2562

    เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม แม่มณี และแฟนหนุ่ม ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัว ทั้งคู่มายังห้องขัง

  • 5 พ.ย. 2562

    ดีเอสไอ เผยวงเงินความเสียหายในคดีแชร์แม่มณีสูงกว่า 1,300 ล้านบาท

  • 8 พ.ย. 2562

    เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นางสาวธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาของแม่มณี ในข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยเจ้าหน้าที่พบเงินหมุนเวียนในบัญชีแม่ของ ‘แม่มณี’ กว่า 60 ล้าน

  • 11 พ.ย. 2562

    เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวลูกสมุนแม่มณีเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม พบเงินหมุนเวียนในบัญชีนับ 100 ล้านบาท

รู้จัก “แชร์ลูกโซ่” อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

แชร์ลูกโซ่ โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นการระดุมทุนจากบุคคลอื่น ๆ โดยใช้วิธีจูงใจผู้คนด้วยการให้ผลตอบแทนที่สูง และอ้างว่าจะนำเงินที่ได้มาไปลงทุนในธุรกิจที่มีกำไรสูงและนำผลกำไรมาคืนให้แก่ผู้ร่วมลงทุน

ส่วนสาเหตุที่มีชื่อว่าแชร์ลูกโซ่นั้น เพราะส่วนใหญ่ แม่ข่ายจะหาสมาชิกใหม่ในลักษณะ ชักชวนกันมาลงทุนเป็นทอด ๆ เพื่อนำเงินจากรายใหม่มาจ่ายให้รายเก่า จนกลายเป็นลูกโซ่ เมื่อใดที่เงินในธุรกิจไม่เพียงพอ หรือหมุนไม่ทัน ก็จะเริ่มเลื่อนการจ่ายผลตอบแทนและหนีไป ดังเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์

เปิดประวัติแม่มณี จากพริตตี้ สู่ เซเลบริตี้

แม่ข่ายแชร์แม่มณีมีชื่อจริงว่า น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หญิงสาวที่เดิมมีพื้นเพเป็นคนจังหวัดอุดรธานี มีภูมิลำเนาอยู่เขตตำบลบ้านจั่น อ.เมือง ก่อนเกิดเรื่อง เธอเคยประกอบอาชีพเป็นพริตตี้ แม่ค้าขายตุ๊กตาออนไลน์ และเป็นที่รู้จักในนามเน็ตไอดอล แต่หลัง ๆ ชีวิตส่วนตัวของเธอค่อนข้างเป็นไปอย่างอู้ฟู่ เพราะเธอซื้อบ้านหลายหลังใน จ.อุดรธานี ทั้งยังมีรถยนต์หรูอยู่อีกหลายคัน

ก่อนหน้านี้ เธอรับบทบาทเป็นผู้จัดภาพยนต์หลายเรื่อง อาทิ หนังสยองขวัญคอมเมดี้เรื่อง เซนส์อาถรรพ์ มีนักแสดงชื่อดังร่วมแสดงมากมาย เช่น แน็ก ชาลี, ป๋อง กพล และเพิ่งบวงสรวงเปิดกล้องไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา นอกจากนี้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมแม่มณี ยังได้บวงสรวงซีรีส์ที่ตัวเองเป็นผู้จัด เรื่อง World Y วุ่นวายนักใช่ป่ะอีกด้วย

วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี

นอกจากนี้ เธอยังเคยปรากฎตัวผ่านสื่อ ที่ลงบทความ พร้อมระบุว่ากิจการมากมายหลายอย่าง อาทิเช่น เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางค์ manila สถานบันเทิง FakeBar แม่มณี PoolVilla และร้าน cerveconceptcarudonthani ที่มากไปกว่านั้นคือเธอยังเคยได้รับรางวัล Asean Enterprise Awards 2019 สาขานักธุรกิจดีเด่นแห่งปี รวมไปจนถึงรางวัลสุวรรณกาย สาขาสาขานักธุรกิจดีเด่นแห่งปี รางวัล AEC BEST PERFECT AWARDS 2019 อีกด้วย

แม่มณีเคยเป็นข่าวโด่งดังหลังจากวันที่ 8 ก.ค.62 เธอได้ออกมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนในจังหวัดอุดรธานีว่า ได้ไปทำศัลยกรรมทรวงอกกับคลินิกแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แล้วเกิดแผลจากการผ่าตัด โดยมีการเรียกร้องให้ทางคลินิกรับผิดชอบเยียวยาชดใช้ให้

เหยื่อยอมทุ่มเงินลงทุนกับ ‘แม่มณี’ เพราะเหตุใด ?

  • น่าเชื่อถือ

จากภาพที่ปรากฎผ่านสื่อ แม่มณีนั้นมีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดี มีลุคเป็นนักธุรกิจ และผู้บริหารอายุน้อย คล้ายกับคนในแวดวงสังคม เห็นได้จากการจัดงานเปิดตัว Manila แบรนด์เครื่องสำอางค์ของตัวเธอเอง ที่มีรูปแบบยิ่งใหญ่ มีการจ้างดาราดัง เซเล็บมากมายมาร่วมงาน จึงดูน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังมีเหล่า youtube เน็ตไอดอลหลายราย เดินทางไปถ่ายทำคลิปขณะร่วมงานเปิดตัวอีกด้วย

  • เหยื่อไม่เข้าใจภัยจากการแชร์ลูกโซ่ที่แท้จริง

เหยื่อหลายรายในคดีนี้เปิดเผยหลังจากเกิดกรณี แชร์แม่มณีวงแตกว่า ตนไม่ได้มองว่าการลงทุนครั้งนี้ เป็นการลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ดังเช่นที่เคยปรากฏเป็นคดีใหญ่ก่อนหน้านี้ แต่มองว่าการลงทุนกับแม่มณีเป็นการออมเงิน ซึ่งถ้อยคำในการชักชวนมาลงทุนของแม่มณีเอง ก็ใช้คำว่า ‘ฝากเงิน ออมเงิน’ เป็นหลัก

  • ผลตอบแทนจูงใจ จ่ายจริงในตอนแรก

เป็นที่ทราบกันดีว่า ผลตอบแทนในการฝากเงินกับแชร์แม่มณีนั้น ใช้วิธีการจูงใจผู้คนด้วยการให้ดอกเบี้ยสูงกว่า 93 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีระยะเวลาในการฝากเพียง 1 เดือน โดยคำโฆษณานั้นระบุรายละเอียดว่า ฝาก 1,000 รับคือ 1,930 รับคืนทั้งต้นทั้งดอกเบื้ย บวกกับการโฆษณาชวนเชื่อ ‘โอนจริง โอนไว 100 % เครดิตแน่น ๆ ดอกเบี้ยงาม’

นอกจากนี้แม่ข่ายยังใช้วิธีการจ่ายเงินให้ผู้ฝากทั้งต้นทั้งดอกในตอนแรก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนมีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก บ้างถึงขั้นผันตัวมาเป็นแม่ทีม และกินส่วนต่างจากการลงทุนซะเองเลยก็มี

ดูข้อกฎหมาย

  1. มาตรา 12 การแชร์ลูกโซ่ ถือว่าเข้าข่ายการฉ้อโกง ตามมาตรา 12 ผู้กระทำความผิดเรื่องการฉ้อโกงประชาชนได้ระวางโทษผู้กระทำความผิดไว้คือจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับแต่อัตราโทษของผู้กระทำ ความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปีและปรับตั้งแต่ 500,000 บาทถึง 1,000,000 บาท และยังมีการปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่
  2. มาตรา 341 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความ อันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพยสินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามหรือ ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้ประทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น การแชร์ลูกโซ่ มีรูปแบบ อาศัยเครือข่ายให้สมาชิก หรือแม่ทีมหลอกเหยื่อต่อเป็นทอด ๆ ดังนั้นสมาชิกในวงแชร์ที่ได้รับเงินจากเหยื่อคนอื่นอีกทอดหนึ่ง อาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีได้ในฐานเป็นผู้รับฝากเงิน เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนได้

ย้อนรอยคดีแชร์ลูกโซ่

  • แชร์แม่ชม้อย (2527)

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 35 ปี นางชม้อย ทิพย์โส อดีตพนักงานขององค์การเชื้อเพลิง ได้มีการชักจูงประชาชนให้นำเงินมาลงทุนซื้อรถขนน้ำมัน มูลค่าคันละ 1.6 แสนบาท โดยสามารถแยกลงทุนเป็นครึ่งคันเป็นล้อ โดยอ้างได้รับผลตอบแทนใน 15 วัน ในอัตราร้อยละ 6.5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 78 ต่อปี ยกตัวอย่างเช่น หากลงทุนให้บริษัทกู้ยืมซื้อรถบรรทุกน้ำมันคันละ 160,500 บาท จะให้ผลตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท แต่ในความเป็นจริง แม้ชม้อยไม่มีการเปิดบริษัทลงทุนแต่อย่างใด

นางชม้อย ทิพย์โส

ท้ายที่สุดแล้วแชร์แม่ชม้อยประสบภาวะ “แชร์ล้ม” ไม่สามารถนำเงินไปคืนให้ได้ผู้ลงทุนได้ มีผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืน รวมค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 4 พันล้านบาท จนต้องมีการแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมายในเวลาต่อมา

โดยครั้งนั้น ขณะที่นางชม้อยและพวกถูกตัดสินจำคุก 154,005 ปี แต่ประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้ลงโทษรวมกันทุกกระทงแล้วไม่เกิน 20 ปี ศาลจึงพิพากษาให้จำคุกนางชม้อยและพวกเป็นเวลา 20 ปี และให้คืนเงินที่ฉ้อโกงประชาชนไปรวม 510,584,645 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทว่า เพียง 7 ปีเศษ แม่ชม้อยก็พ้นโทษ เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในฐานะนักโทษชั้นดี

แม้ชม้อยได้พ้นโทษออกไป เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2536 โดยทรัพย์สินของ “แม่ชม้อย” ถูกนำมาขายทอดตลาดเพื่อชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายแต่ก็ไม่สามารถชดใช้ได้ทั้งหมด กระทั่งจนถึงขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าแม่ชม้อยอาศัยอยู่ที่ใด

ยู โทเคน (UToken Cash)
  • ‘ยูฟัน’ แชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ (2558)

บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติมาเลเซีย ได้เข้ามาปักหลักตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยแจ้งประกอบธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ทั้งยังมีการออกสกุลเงินเองเรียกว่า ยู โทเคน (UToken Cash) ใช้แทนสกุลเงินปกติ แต่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราในโลกออนไลน์ โดยมีค่าสมัครเป็นสมาชิกคนละ 17,000 บาทจนถึง 1,750,000 บาท

ส่วนวิธีการฉ้อโกงมี 3 รูปแบบคือ ไม่จ่ายผลตอบแทนตามแผนที่ระบุต่อนายทะเบียน มีการชักชวนให้สมาชิกเข้ามาร่วมเครือข่ายโดยได้รับผลตอบแทนจากการชวนบุคคลอื่นเข้าร่วม และกู้ยืมเงินเพื่อฉ้อโกงประชาชน โดยมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกสูญเงินเป็นจำนวนมากซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายทั้งหมด 2,451 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 356 ล้านบาท

ซินแสโชกุน
  • คดีซินแสโชกุน (2560)

ซินแสโชกุน หรือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ ได้ทำการหลอกลวงโดยการชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และอ้างว่าจะมีสิทธิ์ได้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยหลอกให้สมาชิกเชื่อใจ จากการพาไปเที่ยวต่างประเทศจริงใน 3-4 ครั้งแรก เพื่อให้กลุ่มสมาชิกที่ได้ไปเที่ยวชักชวนคนอื่น ๆ เข้ามาสมัครเพิ่มเติมแต่ในครั้งสุดท้ายกลับมีการลอยแพสมาชิกที่จะเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ให้ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจนเป็นข่าวโด่งดัง

จากนั้น ตำรวจไล่ล่าจับกุม “ซินแสโชกุน” พร้อมพวก ได้อย่างรวดเร็ว ขณะกบดานอยู่ที่จังหวัดระนอง ก่อนนำตัวซินแสโชกุน พร้อมพวกรวม 8 คน มาสอบเข้มที่กองปราบปราม เพื่อดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม น.ส.พสิษฐ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อตั้งบริษัท เวลท์เอเวอร์ฯ ในเดือนมกราคม 2560 โดยลวงให้คนมาลงทุนสมัครสมาชิก พร้อมล่อใจด้วยส่วนแบ่งจากการบอกต่อ และทริปต่างประเทศที่สมาชิกต้องจ่ายเงินเพิ่ม ส่วนทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกลวง จะถูกแปลงไปเป็นคอนโดมิเนียม และรถหรู โดยใช้เงินส่วนหนึ่งพาสมาชิกไปเที่ยว เพื่อสร้างภาพให้น่าเชื่อถือ โดยคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยรูปแบบของการแชร์ลูกโซ่อาจเปลี่ยนไปในแค่ละยุค จนถึงปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่า แชร์ลูกโซ่ในยุคนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นรูปแบบการแชร์ลูกโซ่ยุค 4.0 ที่แม่ข่าย อาศัยสื่อออนไลน์ที่มีผู้เข้าถึงเป็นจำนวนมาก เป็นเครื่องมือในการโฆษณาหาเหยื่อ

ทว่า สิ่งหนึ่งที่การแชร์ลูกโซ่ แทบไม่เปลี่ยนรูปแบบไปเลยก็ คือเมื่อเปรียบเทียบดูจากคดีนี้ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเกือบจะทุกครั้ง มีกลโกงแทบจะไม่แตกต่างกัน เพราะล้วนแล้วแต่เลือกหยิบยกเรื่องผลกำไรจากการลงทุนจำนวนมากเกินจริง รวมถึงใช้ระยะเวลาลงทุนอันสั้นมาเป็นเครื่องมือล่อใจผู้เสียหายแทบจะทั้งสิ้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัดแล้ว!! อนุมัติหมายจับ 4 คน ผู้เกี่ยวข้องการหายตัวไปของบิลลี่

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลังจากก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ ล่าสุดมีควาบคืบหน้าทางคดีแล้ว
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีการหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ
แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นคดีพิเศษ ที่ต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เป็นคดีพิเศษที่ 13/2562

ซึ่งมีการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งพบชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะและถังน้ำมันรวมทั้ง มีพยานบุคคลและพยานเอกสารเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติมเป็นลำดับตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญ รวมถึงมอบนโยบายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีด้วยความรอบคอบและรวดเร็ว นั้น

ล่าสุด ในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562) ได้มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน คดีดังกล่าว โดยมี พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม

เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานรวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ประชุมเห็นว่ามีพยานหลักฐานพอขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล

ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในความผิดฐาน

(1) ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด
แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

(2) ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ

(3) ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย

(4) ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

(5) ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป

(6) ร่วมกันโดยทุจริตเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 289 (4) (7), 309, 310, 337, 340, 340 ตรี ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ รวมทั้งความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 148, 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 123/1 และมาตรา 172 อันเป็นความผิดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ไต่สวนพบมูลความผิดแล้วด้วย

พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการประกาศสืบจับ ตามระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับหมายจับในคดีพิเศษ พ.ศ. 2562

โดยขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการประกาศสืบจับและจับกุม และในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษเอง ก็มีศูนย์สืบสวนสะกดรอย เป็นผู้สืบสวนติดตามจับกุมตัวตามหมายจับในคดีพิเศษด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับต่อไป