ศาลนัดฟังคำพิพากษา ‘หญิงไก่’ คดีแจ้งความเท็จใส่ร้ายสาวใช้

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ศาลนัดฟังพิพากษา ‘หญิงไก่’ ในคดีแจ้งความเท็จใส่ร้ายสาวใช้
  • หลังเมื่อปี 58 ‘หญิงไก่’ ได้แจ้งความว่าถูกสาวใช้ขโมยของไป 7 รายการ
  • ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก 18 ปี ในความผิด ฐานหมิ่นเบื้องสูงและค้ามนุษย์

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการ ฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ ‘หญิงไก่’ อายุ 62 ปี ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพืี่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา จากกรณีหญิงไก่ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ว่าสาวใช้ลักเอาทรัพย์สิน 7 รายการไป เหตุเกิดเมื่อปี 58

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ช่วงระหว่างวันที่ 3 – 8 ธ.ค. 58 จำเลยได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ระว่าเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.58 ถูก น.ส.สุกัลยา ศิริม่วง เป็นสาวใช้ ได้ลักทรัพย์สินของจำเลยไปจำนวน 7 รายการ ที่ห้องพักของจำเลย ซึ่งการความเท็จทั้งสิน

เนื่องจากจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าสาวใช้ไม่ได้ลักทรัพย์สินไป แต่เป็นการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำนำไว้ และกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา สำหรับคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุก ‘หญิงไก่’ รวม 18 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงและค้ามนุษย์

อิหร่านค้นพบบ่อน้ำมัน 53,000 ล้านบาร์เรล หลังถูกสหรัฐคว่ำบาตร

ประเด็นน่าสนใจ

  • สหรัฐขัดแย้งกับอิหร่านมาสักระยะแล้ว หลังทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิปดี และได้ฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ ที่โอบามา ผู้นำสหรัฐฯคนก่อนเคยทำไว้กับอิหร่าน โดยข้อตกลงนี้อิหร่านจำกัดปริมาณการสะสมและการผลิตยูเรเนียมที่ใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์  แลกกับการที่ทางสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และยูเอ็น จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
  • ล่าสุดทางการอิหร่านประกาศค้นพบบ่อน้ำมันดิบแห่งใหม่ ที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำมันดิบราว 53,000 ล้านบาร์เรล
  • การค้นพบครั้งล่าสุดนี้สามารถเพิ่มปริมาณสำรองของประเทศได้ประมาณหนึ่งในสามของประเทศ

นายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีแห่งอิหร่าน ได้ประกาศข่าวใหญ่ในการปราศรัยกลางเมืองยาซิด ว่าได้ค้นพบบ่อน้ำมันดิบแห่งใหม่ พื้นที่ราว 2,400 ตารางกิโลเมตร ลึก 80 เมตร ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณน้ำมันดิบราว 53,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งจากรายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า บ่อน้ำมันแห่งนี้ถือเป็นบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากบ่อน้ำมันที่อาห์วาซ ซึ่งมีน้ำมันดิบ 65,000 ล้านบาร์เรล

การค้นพบบ่อน้ำมันครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งและได้รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านโดยฝ่ายเดียว พร้อมทั้งจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน มาตั้งแต่ปี 2558

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก แสดงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ในอิหร่าน

โดยโรฮานียังได้ส่งสารไปถึงสหรัฐฯว่า ในยามที่สหรัฐฯคว่ำบาตรการค้าน้ำมันของอิหร่าน คนงานและวิศวกรของประเทศนี้กลับสามารถค้นพบน้ำมัน 53,000 ล้านบาร์เรล

สำหรับอิหร่าน เป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ด้วย ซึ่งการค้นพบบ่อน้ำมันครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสทองทางเศรษฐกิจของอิหร่าน หลังจากอิหร่านได้รับผลกระทบอย่างมากจากการคว่ำบาตรของสหรัฐในช่วงปีที่ผ่านมานับตั้งแต่สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน

กองปราบฯ เตือน!! เจตนาไม่หลบรถพยาบาลส่งผู้ป่วย ระวังโดน ‘ข้อหาฆ่าผู้อื่น’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปรถเบนซ์ขับขวางรถพยาบาล ก่อนเปิดกระจกชูนิ้วกลางใส่
  • กองปราบ เผย การขับขวางรถพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่เปิดไฟฉุกเฉินอยู่ มีความผิดปรับไม่เกิน 500 บาท
  • และอาจเข้าข่าย ‘ข้อหาฆ่าผู้อื่น’ หากการขับรถขวางส่งผลทำให้ผู้ป่วยในรถฉุกเฉินเสียชีวิต

การขับรถกีดขวางรถพยาบาลนั้น เป็นประเด็นสังคมที่มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และมีการเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งบุคคลนั้นจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม ทั้งขับรถขวางทาง หรือ ขับจี้ตามรถพยาบาลที่มีการเปิดไฟฉุกเฉิน ก็ย่อมเป็นอันตรายทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ภายในรถพยาบาล อาจทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เช่นกัน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าทวิตเตอร์ ‘กองปราบปราม‘ ได้ทวีตข้อความระบุว่า เจตนาไม่หลบรถพยาบาลขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น!! ซึ่งการขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาลนั้น เข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

นอกจากนี้ ผู้ที่ขับรถกีดขวางรถพยาบาลอาจจะถูกตั้งข้อหาหนักตามมา ถ้าหากการกระทำนั้นเป็น “เหตุโดยตรง” ที่ทำให้ผู้เจ็บป่วยในรถพยาบาลถึงแก่ชีวิต อาจเข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติการณ์