ดีเกินคาด!! Microsoft ญี่ปุ่นนำร่องทำงาน 4 วัน หยุด 3 วัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้เพื่อต้องการให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น ควบคุมกับการมีเวลาว่างมากขึ้น
  • ผลการทอสอบพบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเพิ่มขึ้น 39.9%
  • เล็งนำมาใช้เต็มรูปแบบในปีหน้า

Microsoft ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดประชุมสรุปผลโครงการปฏิรูปรูปแบบการทำงาน ‘Work Life Choice Choice 2019 Summer’ ซึ่งได้ทดลองในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเวลา 1 เดือน

โดยปรับเปลี่ยนให้พนักงานประจำ 2,300 คน ทำงานเพียง 4 วัน ได้หยุดวันศุกร์เพิ่มอีกหนึ่งวัน เป็นหยุด 3 วัน ต่อสัปดาห์ จากปกติหยุด 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) เป้าหมาย คือ เพื่อปรับปรุงให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น และมีเวลาว่างมากขึ้น

ผลสรุปจากการทดลองดังกล่าว เมื่อนำมาเทียบในเดือนเดียวกันของปี 2561 ได้ดังนี้

  • วันทำงานลดลง คิดเป็น 25.4%
  • งานเอกสารที่ต้องพิมพ์ลดลง 58.7%
  • อัตราการใช้ไฟฟ้าในออฟฟิศลดลง 23.1%
  • ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเพิ่มขึ้น 39.9% (คำนวณจากยอดขายต่อพนักงาน 1 คน)

สำหรับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการประชุมที่สั้นลง ใช้เวลาเพียง 30 นาที ตัดการประชุมที่ไม่จำเป็นออกไป เปลี่ยนมาประชุมทางไกลแทน หรือพูดคุยผ่านระบบแชทของบริษัท เพื่อประหยัดเวลาการเดินทาง ทำให้มีเวลาทำงานมากขึ้น

ขณะที่ ทาคุยะ ฮิระโนะ อดีตประธานและซีอีโอของ Microsoft ญี่ปุ่น (สิ้นสุดตำแหน่งเมื่อ31 สิงหาคม 2562 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธาน ฝ่าย Global Alliances and Systems Integrators Partners ที่ Microsoft กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.) กล่าวว่า

ต้องการให้พนักงานได้คิดและมีประสบการณ์ ว่าพวกเขาสามารถบรรลุผลลัพธ์เดียวกันได้ โดยใช้เวลาการทำงานน้อยลง 20% ตามแนวคิดทำงานในเวลาสั้นๆ พักผ่อนให้เต็มที่ และเรียนรู้ให้มาก

โดยหลังจบการทดลอง พนักงาน 92.1% ตอบแบบประเมินว่า พึงพอใจรูปแบบทำงาน 4 วันเช่นนี้ ซึ่งก็หวังว่าความสำเร็จในโครงการนี้ จะถูกนำมาใช้และปรับเปลี่ยนในปีหน้า ซึ่งทางบริษัทก็มีแผนจะทำโครงการต่อ ในชื่อว่า “Work Life Choice Challenge 2019 Winter” ในฤดูหนาวนี้

แก๊งผู้ปกครอง รุมตบอริลูกหน้าโรงเรียน ไม่สนแม้ตำรวจเข้าห้าม

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ปกครองบุกทำร้ายคู่อริลูกสาวถึงหน้าโรงเรียน
  • สาเหตุไม่พอใจที่ทำร้ายร่างกายลูกจนบาดเจ็บ
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.ราชบุรี

โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิประทึก ขระหญิงสาว 3 รายได้บุกไปที่ดรงเรียนแห่งหนึ่ง ก่อนจะลงมือทำร้ายนักเรียนหญิง 3 ราย ด้วยการตบหน้าจิกผม ไม่สนแม้ตำรวจจะเข้ามาห้าม

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่นักเรียนผู้เสียหายจอดรถอยู่หน้าโรงเรียนนั้น จู่ๆ ก็มีหญิง 3 คน ใช่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เข้าดึงผมของนักเรียนรายหนึ่งจนล้มลง จากนั้นหญิงอีกคนก็เข้ามาใช้มือจับตัวก่อนจะตบหน้าไปหลายครั้ง ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำนวยความสะดวกด้านจราจรอยู่ได้เข้ามาห้ามปราม แต่พวกเขาก็ไม่หยุด ได้ตามไปไล่ทำร้ายนักเรียนอีกคนกลางถนน

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี ส่วนสาเหตุนั้นมาจากกลุ่มหญิงผู้ก่อเหตุเป็นผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่งในโรงเรียน ไม่พอใจที่นักเรียนผู้เสียหายทั้ง 3 คน มีเรื่องกับบุตรของตน จึงได้รวมตัวกันมาทำร้ายเพื่อเอาคืน แม้ว่าเรื่องบาดหมางนั้นจะถูกลงโทษทำฑัณบนไปแล้วก็ตาม

ขณะที่เจ้าของโพสต์ระบุว่า “สังคมสมัยนี้อยู่ยาก รุมตบเด็กหน้าโรงเรียนชื่อดังในบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ต่อหน้าตำรวจและผู้ปกครองไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เหตุเกิด วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ยังไม่ทราบชื่อคนร้าย เนื่องจากคนร้ายบางคนปิดหน้า วอนสังคมเมตตาเด็ก ใครทราบโปรดแจ้งเบาะแส”

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ปกครองกลุ่มนี้ที่บุกทำร้ายคู่อริของลูกถึงหน้าโรงเรียน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งระหว่างเด็ก ผู้ปกครองควรแนะนำหรือห้ามปรามรวมไปถึงไกล่เกลี่ยไม่ใช่มารุมทำร้ายเองเช่นนี้

ก่อนที่เวลาต่อมาเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v13 ได้มีการเปิดเผยว่า กลุ่มเด็กผู้เสียหายก็ไม่ธรรมดา เพราะมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายคนอื่นในโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ทำร้ายเด็กหญิงคนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครองของเด็กคนนี้จึงมาเอาคืนตามที่เห็นในคลิป

UNHCR ร่วมกับบริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือวิกฤตผู้ลี้ภัยโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • กิจกรรมนี้หวังเป็นพื้นที่ให้คนในสังคมสร้างความเกื้อกูลให้แก่เพื่อนมนุษย์
  • LIFEiS BEAUTiFUL จะมีขึ้นในวันนี้ – 10 พ.ย. นี้ ที่ลานกิจกรรม ลิโด้ คอนเน็คท์

ที่ ลิโด้ คอนเน็คท์ โซนลานด้านหน้าถนนพระราม 1​ UNHCR ร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด กลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเกื้อกูล จัดงานไลฟ์สไตล์​ ได้เปิดงาน LIFEiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing

เพื่อสร้างปรากฎการณ์การรวมตัวกันของกลุ่มคนหลากหลายความสนใจ สร้างพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และส่งเสริมการแบ่งปันและการให้แก่คนรุ่นใหม่ พร้อมระดมทุนช่วยเหลือวิกฤตผู้ลี้ภัยโลกในปัจจุบัน

โดย เพีย คาร์เมลา พากีโอ รองผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจําประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้ UNHCR ได้รับความร่วมมือจากองค์กรใหม่ๆ ในหลายภาคส่วน ที่มีเป้าหมายในการร่วมเป็นกระบอกเสียงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย

งานนี้เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมที่กลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยและตัวแทนคนรุ่นใหม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ตนถนัดอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก

งาน LIFEiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing ได้รวบรวมกลุ่มศิลปินชั้นนำและตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะมาสร้างสรรค์ผลงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการแบ่งปันในสังคมไทยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ขณะที่ นภ พรชำนิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ผมเชื่อว่ามีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากในทุกๆ มุมของสังคมที่มีความตั้งใจอยากทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ซึ่งพวกเขาแค่รอจังหวะในการเชื่อมโยงเข้าหากันเท่านั้นเอง ซึ่งงานนี้จะเป็นการจุดประกายการเริ่มต้น เป็นพื้นที่เปิดกว้างเพื่อทุกคน ไม่ว่าจะวัยใด เชื้อชาติใดก็ตาม ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมและสร้างความเกื้อกูลในแบบของตัวเองต่อเพื่อนมนุษย์ได้อย่างดีที่สุด”

งาน LIFEiS BEAUTiFUL – No boundaries for sharing จะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2562 ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ โดยมีกิจกรรมสนุกสนาน อาทิ

ตลาดฟลีมาร์เก็ตขายอาหารและสินค้า งานสตรีทอาร์ต การแสดงทางศิลปะ คอนเสิร์ตการกุศล ดีเจเปิดแผ่น การตั้งแสดงบ้านพักพิงชั่วคราวรุ่นใหม่ของผู้ลี้ภัย และยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ร่วมสนุกอย่างสร้างสรรค์อีกมากมาย

ขณะที่ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ UNHCR เพื่อนำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยจากสงคราม การประหัตประหาร และความขัดแย้งทั่วโลก ด้วยความช่วยเหลือจากคุณ UNHCR สามารถส่งต่อความช่วยเหลือถึงครอบครัวที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านของตน

และสร้างความหวังให้กับพวกเขาได้ ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันกับ UNHCR สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตผู้ลี้ภัยด้วยการบริจาคอย่างต่อเนื่องได้ที่เว็บไซต์ www.unhcr.or.th