สภาล่มอีก! ฝ่ายค้านวอร์คเอาท์ครั้งที่ 2 หลังวิปรัฐบาลขอให้นับคะแนนใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้มีการลงคะแนนญัตติด่วน ตั้ง กมธ.ม.44 ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. วิสามัญดังกล่าว
  • ฝ่ายรัฐบาลขอให้นับคะแนน แต่ทางฝ่ายค้านไม่ยอมก่อนจะวอร์คเอาท์
  • วันนี้มีการประชุมสภา โดยฝ่ายรัฐบาลเสนอให้นับคะแนนใหม่ ในญัตติดังกล่าว
  • ประธานสภาฯปิดการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุมต้องล่มอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ภายหลังมีการนับองค์ประชุมก่อนดำเนินการนับคะแนนใหม่ในญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 โดยผลปรากฎว่ามีส.ส.แสดงตนในที่ประชุมเพียง 240 คน ไม่ครบองค์ประชุมทำให้นายชวนต้องสั่งปิดการประชุมในเวลา 11:25 น.

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อมาตั้งแต่เมื่อวาน (27 พ.ย.62) เมื่อสภาผู้แทนราษฎรลงมติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และพบว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ หรือ 234 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพรรคฝ่ายค้าน เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับแพ้อย่างเฉียดฉิวที่ 230 เสียง

อย่างไรก็ตาม เหตุนี้ทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสนอให้นับคะแนนใหม่ เพราะคะแนนการลงมติต่างกันไม่ถึง 25 คะแนน นายชวนจึงอนุญาต แต่เมื่อจะนับคะแนนใหม่ ต้องนับองค์ประชุมใหม่ด้วยว่าเกินครึ่งของ ส.ส. ทั้งหมดหรือไม่ ทำให้ฝ่ายค้านใช้จังหวะนั้นเดินออกไปจากห้องประชุม หรือ “วอล์กเอาต์” จนสภาฯ ล่มไปแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนที่นายชวนจะสั่งปิดประชุมแล้วนัดประชุมใหม่ในวันนี้จนล่าสุดองค์ประชุมก็ไม่ครบจนต้องปิดประชุมไปแล้วเช่นกัน

‘สุทิน’ ยืนยัน!! วันนี้ไม่ร่วมนับคะแนนใหม่ญัตติตั้ง กมธ.ศึกษา ม.44

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’สุทิน’ ประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วยจะมีการนับคะแนนใหม่ ในญัตติ ตั้ง กมธ.ศึกษาคำสั่ง ม.44 ของคสช.
  • ชี้หากมีจิตสำนึก แม้จะข้อบังคับดังกล่าว แต่ก็ไม่ควรใช้วิธีนี้
  • มองว่าหากฝ่ายรัฐบาลทำ และฝ่ายค้านทำบ้าง จะทำให้สภาทำงานช้าเพิ่มขึ้นไปอีก

วันนี้ ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่ หรือการขานชื่อที่ตีความได้ว่าเป็นลงคะแนนใหม่ ในการลงมติญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44

ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง เปิดเผยย้ำว่าวันนี้ ฝ่ายค้านจะไม่อยู่ร่วมนับคะแนนใหม่ เชื่อญัตตินี้จะไม่ตก “ถ้ารัฐบาลมีความรับผิดชอบ และหาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ลงมติไปในทิศทางของรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้ไขกันเอง “ โดยตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ การนับคะแนนใหม่หากต่างกันไม่เกิน 25คะแนน ก็สามารถทำได้ แต่ที่ฝ่ายค้านท้วงติงการเรื่องนับคะแนนใหม่เมื่อวานนี้ (27 พ.ย. 62) เพราะกังวลว่าจะกลายเป็นบรรทัดฐาน โดยเฉพาะหากฝ่ายรัฐบาลเริ่มทำก่อน

อย่างไรก็ตาม นายสุทิน ยอมรับว่าฝ่ายค้านเคยคิดจะใช้วิธีนี้ แต่ก็ไม่ทำ แม้จะแพ้คะแนนฉิวเฉียด และเห็นว่าหากยังมีการอ้างเพื่อใช้วิธีนับคะแนนใหม่บ่อยครั้ง ฝ่ายรัฐบาลทำ ฝ่ายค้านทำบ้าง สภาก็จะทำงานช้า ดังนั้น หากมีจิตสำนึกที่ดี แม้ข้อบังคับฯ จะเอื้อ แต่ก็ไม่ควรใช้วิธีนี้

นอกจากนี้ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังได้กล่าวถึง การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้มีข้อมูลล่าสุดว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตอบหนังสือกลับมา ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้นับตามสมัยประชุม ไม่ใช่ปีปฏิทิน ดังนั้น สมัยประชุมปีแรกก็จะสิ้นสุด ในวันที่ 28 ก.พ. 62 จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะเลื่อนขอเปิดอภิปรายไปในช่วง ปลายเดือน ม.ค. ปีหน้า ซึ่งวิปฝ่ายค้านจะหารืออีกครั้ง

เตือนภัย ! กล้องหน้ารถระเบิด ทำรถไฟไหม้เสียหายหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุกล้องหน้ารถ ที่ติดตั้งอยู่ภายในรถกระบะระเบิด จนเกิดไฟไหม้ ทำให้ห้องโดยสารของรถคันนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • เจ้าของรถได้โพสต์เตือนภัยไปยังผู้ใช้กล้องหน้ารถท่านอื่น ๆ ให้ระวังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน
  • ทราบต่อมาว่า เจ้าของรถ ได้ใช้กล้องตัวนี้มานานกว่า 3 เดือนแล้ว เบื้องต้นจึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนทำให้เกิดการระเบิดขึ้น

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Got Dangkong ได้โพสต์รูปภาพเพื่อเป็นอุทาหรณ์ และเตือนภัยไปยังผู้ที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ หลังประสบเหตุการณ์กล้องหน้ารถระเบิดจนเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้ห้องโดยสารด้านในได้รับความเสียหายจากเปลวไฟอย่างหนัก

ทั้งนี้มีการระบุว่า เจ้าของรถ มีการติดตั้งอุปกรณ์กล้องหน้ารถนี้มากว่า 3 ปี 4 เดือนแล้ว โดยแบตเตอรี่ที่ใช้กับกล้องตัวนี้ เป็นแบบแบตแบบมีลิเธียมในตัว ซึ่งในเบื้องต้น มีการสันนิษฐานว่าเกิดจากอายุของแบตเตอรี่ที่เกิดความเสื่อมตามการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมนั้น โดยทั่วไปจะมีประสิทธิภาพสูง และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งกับแล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถทำงานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงไปจนถึงหลายวันติดต่อกัน หลังจากชาร์จเพียงครั้งเดียว ดังนั้นภายในแบตเตอรี่จะมีพลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับสูง ซึ่งแบตเตอรี่ลิเทียมอาจลัดวงจรได้ หากใช้งานไม่ถูกต้อง หรืออยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้

ขอบคุณภาพ และเรื่องราวจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Got Dangkong