เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯเกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เช้านี้ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่
  • โดยตรวจวัดได้ในช่วง 37-60 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
  • PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 07.00 น ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าเกินค่ามาตรฐานจำนวน 6 พื้นที่ คือ​ เขตบางพลัด เขตสาทร เขตหลักสี่ เขตบางคอแหลม เขตบางซื่อ และเขตภาษีเจริญ โดยตรวจวัดได้ในช่วง 37-60 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นร้อยละ 25 จากจำนวนเขตที่มีสถานีตรวจวัดทั้งหมด

คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางมีเพียงเขตบางพลัด เขตสาทร เขตหลักสี่ เขตบางคอแหลม เขตบางซื่อ และเขตภาษีเจริญ ที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

คำแนะนำในการปฏิบัติตน ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น

ท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ www.bangkokairquality.com และ www.air4bangkok.com

อภิสิทธิ์ ยันเอง ไม่ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ก. สังกัดประชาธิปัตย์เล็งเสนอชื่อ อภิสิทธิ์ ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. หวังเรียกศรัทธาคนกรุง
  • อภิสิทธิ์ จึงประกาศไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้งตามคำเรียกร้อง
  • ส่วนการชิงตำแหน่ง ปธ.แก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีคำตอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศกลางงานสัมมนา อนาคตประเทศไทย อนาคตเมืองนวัตกรรมสำหรับทุกคน ” โดยยืนยันว่า จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังมีข่าว ส.ก.ในพรรคจะเสนอชื่อลงสมัครผู้ว่าฯกทม. เพื่อหวังเรียกศรัทธาจากคนกรุงฯ กลับคืนมา

ส่วน กระแสข่าว มีชื่อชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้หลบเลี่ยงการสัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจบการสัมมนา ไม่ให้คำตอบถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

ในขณะที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังคงแสดงความพร้อมที่จะทำหน้าที่ หากเป็นมติพรรคและกรรมาธิการฯลงมติเลือก พร้อมกล่าวยืนยันถึงการทำหน้าที่อย่างอิสระ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่มีการแทรกแซง หรือชี้นำจากฝ่ายใด และเห็นควรเป็นเรื่องที่จะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย

สำหรับข้อสรุปวิปรัฐบาล ยังคงยืนยันที่จะประชุมกันในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำที่จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ยืนยันจะเสนอนายสุชาติ

แต่การพิจารณาญัตติ จัดตั้งคณะกรรมาธิการฯแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจไม่ทัน วันที่ 13 พฤศจิกายน ตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการฯ ผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 ที่จะต้องพิจารณาก่อน ยังไม่แล้วเสร็จ

คนไทยต้องมีบ้าน คลังเปิดโครงการ บ้านในฝัน รับปีใหม่ แจกกระหน่ำส่งท้ายปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • โครงการนี้หวังให้พี่น้องคนไทยมีบ้านเป็นของตัวเอง สร้างทางเลือกการออมเงิน
  • โครงการนี้เริ่ม 11 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น
  • สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกแห่งทั่วประเทศ

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฎิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังขอความร่วมมือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผู้บริหาร 3 สมาคมอสังหาฯ ประกอบด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สมาคมอาคารชุดไทย, สมาคมบ้านจัดสรร และผู้ประกอบการอสังหาฯ รายย่อย ร่วมสานฝันของพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

โดยได้ผนึกกำลังเพื่อจัดทำโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่“ ด้วยการออกโปรโมชั่นยิ่งใหญ่สุดอลังการส่งท้ายปี 2562 ชนิดไม่เคยมีมาก่อน โดยใช้สโลแกน “ซื้อปุ๊บ โอนปั๊บ รับทันที 3 สิทธิพิเศษ”

  1. กู้ ธอส. ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% นาน 3 ปี วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท หมดแล้วหมดเลย
  2. ฟรีทันที ค่าโอนและค่าจดจำนอง
  3. รับโปรโมขั่น ลดแลกแจกแถม พร้อมส่วนลดพิเศษสุดอลังการจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าร่วม ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม ทั้งนี้กำหนดให้เฉพาะที่อยู่อาศัยวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท

โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” จะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น โดยวัตถุประสงค์หลักของกระทรวงการคลัง เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีบ้านเป็นของตัวเอง สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว

ซึ่งเป็นการส่งเสริมการออมที่มีความสำคัญประการหนึ่ง โดยตั้งเป้าอยู่ที่ 35,000 ยูนิต ซึ่งผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ทุกรายสามารถเข้าร่วมโครงการได้พร้อมกันทั่วประเทศ โดยติดต่อลงทะเบียนผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่มีสาขากระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมสามารถขอดาวน์โหลดไฟล์โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” เพื่อทำป้ายประชาสัมพันธ์ติดหน้าโครงการได้ทันที

ทั้งนี้ หวังว่าแคมเปญดังกล่าวจะเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่มีและกำลังมองหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง สามารถกระตุ้นยอดขายและเร่งให้เกิดการโอนในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ได้เป็นอย่างดี อันจะช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจพัฒนาการคมนาคมมีความคึกคักมากขึ้น และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง