กลุ่มผู้ค้าจตุจักร ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ชี้ขาดที่จอดรถตลาดนัดจตุจักร

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มจตุจักรพัฒน ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านการจอดรถเต็มพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร
  • ผู้ร้องมองว่า การจอดรถบนถนนคนเดินในตลาด ควรเป็นไปตามแนวทางเดิม คือให้จอดรถได้จนถึงเวลา 12.00 น. เพื่อขนถ่ายสินค้า
  • กลุ่มผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักรอีกกลุ่ม ขอนำรถเข้าจอดเต็มพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ชี้ ตลาดนัดจะต้องมีพื้นที่สำหรับจอดรถตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้

วานนี้ (7 พ.ย.2562) นายเกรียงพล พัฒนรัฐ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มจตุจักรพัฒนา และกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร

โดยมี ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังข้อร้องเรียน ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ในเวลา 10.00 น. กลุ่มจตุจักรพัฒนา ประมาณ 100 คน รวมตัวเดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านการจอดรถเต็มพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร

โดยเห็นว่าการจอดรถบนถนนคนเดินในตลาดนัดจตุจักร ควรเป็นไปตามแนวทางเดิมที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้ คือให้จอดรถได้จนถึงเวลา 12.00 น. เพื่อขนถ่ายสินค้า ซึ่งการค้าขายในตลาดนัดจตุจักร ไม่มีสินค้าขนาดใหญ่ จึงไม่มีความจำเป็นต้องจอดรถทั้งวัน

อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพื้นที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ดังเช่นที่ผ่านมาซึ่งทำให้รถดับเพลิงเข้าพื้นที่ได้ยากลำบากและส่งผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง

รวมทั้งยังขอให้มีตลาดนัดกลางคืนต่อไปเนื่องจากปัจจุบันตลาดจตุจักรกลางคืนเป็นที่รู้จัก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชม หากตลาดนัดกลางคืนได้รับการส่งเสริมประชาสัมพันธ์และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะสามารถเสริมสร้างเศรษฐกิจและสถานที่ท่องเที่ยวได้ทางหนึ่งด้วย

วันเดียวกันนี้ เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ค้าตลาดนัดสวนจตุจักรอีกกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 100 คน ซึ่งชุมนุมอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอนำรถเข้าจอดเต็มพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร โดยเรียกร้องว่า ตลาดนัดจะต้องมีพื้นที่สำหรับจอดรถตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้

สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะนำเรื่องร้องเรียนของทั้ง 2 กลุ่ม เข้าที่ประชุมเพื่อร่วมพิจารณากับคณะผู้บริหารสำนักงานตลาดนัดจตุจักร เพื่อศึกษารายละเอียดข้อเรียกร้องของผู้ค้าทั้ง 2 กลุ่มให้ครบถ้วน และหาแนวทางแก้ไขให้เป็นไปอย่างเหมาะสมต่อไป

จีน-สหรัฐฯ ทยอยยกเลิกเก็บภาษีสินค้าระหว่างกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • จีนและสหรัฐฯ ตกลงยกเลิกมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้า ที่ถูกบังคับใช้ในช่วงสงครามการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
  • ความตึงเครียดที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯมีท่าทีผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า จีนและสหรัฐฯ เห็นชอบร่วมกันเพื่อยกเลิกมาตรการเก็บภาษีสินค้า ที่ถูกบังคับใช้ช่วงสงครามการค้าของทั้ง 2 ประเทศ โดยการยกเลิกมาตรการเก็บภาษีจะแบ่งเป็นหลายช่วง แต่ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน

นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า การยกเลิกการเก็บภาษีเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำข้อตกลงในอนาคต โดยจีนและสหรัฐฯ ต้องยกเลิกการเก็บภาษีต่อสินค้าของแต่ละฝ่ายพร้อมกัน เพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าในระยะแรก

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่อเค้าผ่อนคลายมากขึ้น โดยสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า สำนักงานศุลกากรและกระทรวงเกษตรจีน กำลังพิจารณายกเลิกข้อจำกัดการนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐฯ โดยจีนห้ามนำเข้าสัตว์มาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2558

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน อาจจะลงนามในข้อตกลงร่วมกันในเดือนนี้ ส่วนสถานที่ของการลงนามยังคงไม่แน่ชัด

หนึ่งสถานที่มีแนวโน้มว่าจะจัดการลงนามคือ กรุงลอนดอนของอังกฤษ ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศอาจพบกันในการประชุมสุดยอด NATO โดยนายทรัมป์จะเดินทางเข้าร่วมในระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม

แม่ของ ‘แม่มณี’ เข่าทรุดเป็นลม หลังถูกตำรวจบุกจับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจภูธรอุดรธานี บุกจับมารดาแม่มณี
  • เจ้าตัวถึงกับตกใจหน้าซีดเป็นล้มลมพับ
  • พบเงินหมุนเวียนในบัญชีแม่ของ ‘แม่มณี’ กว่า 60 ล้าน

พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นำหมายเข้าจับกุม นางสาวธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาของ นางสาววันทนีย์ ทิพย์กระเวช หรือ เดียร์ หรือ แม่มณี ท้าวแชร์ออมเงิน-ออมทอง ในข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

ขณะอ่านหมายจับให้ นางสาวธวัลรัตน์ ฟัง นางสาวธวัลรัตน์ มีสีหน้าตกใจหน้าซีด น้ำตาคลอ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการโกงครั้งนี้ เพราะลูกสาวมาบอกให้ตนไปเปิดบัญชี บอกว่าจะเอาไปทำธุระ ยอมรับว่าตนก็สงสัยว่าลูกเอาเงินทองมากมายมาจากไหน แต่โดยพฤติกรรมแล้วตนก็ไม่สามารถสอบถาม หรือพูดอะไรกับลูกสาวได้ จากนั้นก็เป็นลมล้มพับ

ต่อมาหลังจากตำรวจนำตัว นางสาวธวัลรัตน์ ส่งโรงพยาบาลอุดรธานี แพทย์ ได้ฉีดยานอนหลับ เนื่องจากมีความดันของคนไข้อยู่ที่ 211/116 ซึ่งถือว่าความดันสูง แพทย์จึงฉีดยานอนหลับ พร้อมให้นอนพัก กระทั่งอาการดีขึ้น ตำรวจได้คุมตัวนางสาวธวัลรัตน์ ในสภาพอิดโรยกลับมาสอบสวน หาเส้นทางการเงินที่แม่มณีโอนให้กับ นางสาวธวัลรัตน์

พบเงินหมุนเวียนในบัญชีแม่ของ ‘แม่มณี’ กว่า 60 ล้าน

พลตำรวจตรีนันทชาติ ระบุว่า นางสาวธวัลรัตน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคาร ก่อนวันที่ 24 ตุลาคม จำนวน 62,637,001 บาท และมีการเบิกถอนในวันที่ 17 ตุลาคม ครั้งแรก 60,589,175 บาท ครั้งที่สอง 1,635,000 บาท มียอดเงินคงเหลือในบัญชี 11,171 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้หมุนเวียนในกิจการของแม่มณี นอกจากนี้ยังตามยึด เงินสด 6 แสน ที่ฝากไว้กับคนใกล้ชิด และยึดรถยนต์ของเครือข่ายแม่มณีเพิ่มอีก 4 คัน รวมเป็น 12 คัน ขณะเดียวกันตำรวจออกหมายจับกุมเครือข่ายแม่มณีเพิ่มอีก 1 คน

ส่วนนายปิยะ คีรีสุวรรณกุล นางสาวพรสวรรค์ ภูอินอ้อย และนางสาวสุพรรณี นิกรกุล คนสนิท หุ้นส่วน พนักงาน และผู้ทำธุรกรรมการเงินแทนแม่มณี ไปฝากขังต่อศาล หลังถูกจับกุม

ยอมขายควาย 30 ตัว ร่วมลงทุนกับ ‘แชร์แม่มณี’

ส่วนที่จังหวัดนครพนม มีผู้เสียหายในคดีแชร์แม่มณี เข้าแจ้งความ โดยนางสาวเอ เล่าว่าได้รู้จักแชร์แม่มณี ผ่านเฟซบุ๊ค จึงทักไปสอบถาม และตัดสินใจลงทุนเพราะหลงเชื่อว่าจะมีผลตอบแทนสูง จึงใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000 บาท เดือนเดียวได้ผลตอบแทน ประมาณ 5,700 บาท จึงดีใจมากและไปชักชวน นางสาวบี ซึ่งเป็นญาติ มาร่วมลงทุน ครั้งแรกลงทุน 50,000 บาท ได้ผลตอบแทน 95,000 บาท

โดยนางสาวเอ ได้ยอมขายควายที่เลี้ยงไว้กว่า 30 ตัว นำโฉนดที่ดินไปจำนำกับนายทุนเงินกู้ และเงินสะสมโอนไปลงทุนกับแม่มณี ประมาณ 6 ล้านบาท จึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเงินที่ลงทุนไปคงสิ้นหวัง