จีน-ฝรั่งเศส ลงนามข้อตกลงมูลค่า 4.5 แสนล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้นำจีนและฝรั่งเศสลงนามร่วมกันในข้อตกลงมูลค่า 4.5 แสนล้านบาท
  • ข้อตกดังกล่าว ครอบคลุมทั้งทางด้านอวกาศ, พลังงาน และเกษตรกรรม

เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งว่า จีนและฝรั่งเศสลงนามร่วมกันในข้อตกลงมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 455,000 ล้านบาท ในระหว่างการเดินทางเยือนจีนของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ทั้งนี้ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมในด้านอวกาศ, พลังงาน และเกษตรกรรม รวมถึงการอนุมัติให้บริษัทฝรั่งเศส 20 แห่ง ส่งออกสัตว์ปีก, เนื้อวัว และเนื้อหมูมายังจีนได้

ด้านแถลงการณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่าทั้ง 2 ประเทศตกลงที่จะขยายข้อตกลงสำหรับการส่งออกสัตว์ปีก ที่ได้บรรลุข้อตกลงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ให้ครอบคลุมถึงเป็ด ห่าน รวมถึงตับเป็ดและห่าน หรือ ฟัวกราส์ ด้วย และจะทำงานเกี่ยวกับข้อตกลงที่อนุญาตให้ฝรั่งเศสส่งออกน้ำเชื้ออสุจิหมูมายังจีนได้

ส่วนข้อตกลงด้านพลังงาน รวมถึงบันทึกความเข้าใจระหว่าง “ปักกิ่ง ก๊าซ กรุ๊ป” ของจีน และบริษัท “เอ็นจี” ของฝรั่งเศส เพื่อทำงานร่วมกันเกี่ยวกับการจัดเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว ในเมืองเทียนจิน ทางตอนเหนือของจีน

นอกจากนี้ บริษัท “โททาล” ของฝรั่งเศส จะก่อตั้งกิจการร่วมค้ากับบริษัท “ฉีเนอร์จี กรุ๊ป” ของจีน เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวด้วยรถบรรทุก ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี

ด้านสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทั้ง 2 ประเทศเห็นร่วมกันที่จะทำให้โครงการศูนย์จัดส่งเครื่องบินแอร์บัส รุ่น เอ350 เป็นผลสำเร็จ รวมถึงการลงทุนของแอร์บัสในจีนด้วย นอกจากนี้ ก็จะร่วมมือกันในด้านการฝึกนักบิน , ชิ้นส่วนอากาศยาน และเฮลิคอปเตอร์ อีกด้วย

หลายหน่วยงานเร่งป้องกัน แอบอ้างจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลายหน่วยงานสั่งตรวจสอบการล่อซื้อเพื่อจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
  • ป้องกันการแอบอ้างหาประโยชน์
  • รมช.พาณิชย์ ย้ำ การดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ ถือเป็นการละเมิด

การล่อซื้อเพื่อจับกุมกระทงละเมิดลิขสิทธิ์กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั้งนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสนใจ หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่เหมือนทำเป็นขบวนการแอบอ้างหาผลประโยชน์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับวิธีการให้เด็กกระทำความผิดแล้วไปจับกุม เพราะต่างกับการล่อซื้อที่มีการกระทำความผิดชัดเจน หรือเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้กำชับให้ตำรวจและกรมทรัพย์สินทางปัญญา หาวิธีดำเนินการให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและเยาวชน หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องเข้าไปดูแล ให้ความรู้ทางกฎหมาย ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ร่วมหารือแนวทางป้องกันการแอบอ้างหาประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ จากกรณีล่อซื้อกระทงลายการ์ตูน

โดยย้ำว่า การดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิถือเป็นการละเมิด แนะก่อนรับงานต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ และ
ป้องกันการถูกล่อลวงให้กระทำผิด

ขณะที่ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา เห็นว่า เรื่องในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นไปตาม ข้อเท็จจริงตามข่าว ประกอบกับแนวพิพากษาศาลฎีกา จะพบว่าคนที่โทรสั่งให้ทำกระทงรูปการ์ตูนอาจเป็นผู้ที่มีส่วนในการกระทำความผิดด้วย โดยล่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีสิทธิร้องทุกข์กล่าวโทษผู้อื่น เพราะไม่ถือว่าเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย อีกทั้งพยาน หลักฐานที่ได้มาจากการล่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดอาจถือว่าเป็นสิ่งที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

หากมีเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก ขอแนะคำให้ผู้ที่ถูกจับกุมใช้สิทธิตมกฎหมายของตน โดยฉพาะสิทธิที่จะมีทนายความ และหากผู้ที่ถูกจับกุมเป็นเด็กหรือเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี สามารถร้องขอให้มีสหวิชาชีพร่วมฟังการสอบสวนได้ ในส่วนของตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ควรทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง

และฝ่ายตำรวจก็ควรตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อไม่ให้บุคคลบางกลุ่มที่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์ในเรื่องนี้อาศัยการจับกุมมาต่อรองให้ได้รับค่ายอมความอย่างไม่เป็นธรรม

สรุป 4 สาระสำคัญ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่35

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35
  • ความร่วมมือของอาเซียนจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 4 ประการ

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.30 น. ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงในพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ภายหลังเสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ภายใต้แนวคิดหลักคือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งหวังให้อาเซียนก้าวสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ตลอดจนสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

ประการที่หนึ่ง ประชาชนจะมีความมั่นคงที่ยั่งยืนมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแข่งขันและความไม่แน่นอนสูง อาเซียนได้วางรากฐานความไว้เนื้อเชื่อใจในเชิงยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน เป็นพื้นฐานสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

โดยได้นำหลักการภายใต้สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) มาใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก และจัดตั้งกลไกแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการส่งกลับผู้พลัดถิ่น

ประการที่สอง ความร่วมมือของอาเซียนในปีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน

การสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำเกี่ยวกับอาร์เซ็ป เป็นการผลึกกำลังของกลุ่มประเทศซึ่งมี GDP รวมกันร้อยละ 32 ของโลก มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันสูงถึงร้อยละ 30 ของการค้าโลก

โดยอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเชื่อมโยง ASEAN Single Window ให้ครบทั้ง 10 ประเทศในปีนี้ การริเริ่มการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมง IUU และการจัดทำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดทุนอาเซียน จะทำให้ผู้ประกอบการในอาเซียนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้ง ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการผลักดันยุทธศาสตร์เชื่อมโยงความเชื่อมโยง ซึ่งอาเซียนได้ประกาศโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน 19 โครงการ ที่ธนาคารโลกได้พิจารณาเห็นว่ามีศักยภาพที่ภาครัฐและเอกชนน่าจะมีความสนใจร่วมลงทุน

ประการที่สาม อาเซียนให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะร่วมมือในประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม

ในประการนี้ประกอบด้วย การต่อต้านขยะทะเล, การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การส่งเสริมสิทธิต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน, การเสริมสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียน และการสนับสนุนให้อาเซียนร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี 2577 ทั้งนี้ เพื่อให้ชาวอาเซียนมีความภาคภูมิใจต่อความเป็นอาเซียนร่วมกัน

ประการที่สี่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและระหว่างภาคีภายนอกของอาเซียนจะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนในภูมิภาค

โดยผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันรับรองเอกสารวิสัยทัศน์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนสำหรับเป็นแนวทางการสานต่อความยั่งยืนในทุกมิติ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า เวียดนามจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างความยั่งยืนในอาเซียนต่อจากนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมี 3Cs ได้แก่ 1) Continuity 2) Complementarity และ 3) Creativity

ทั้งนี้ เป้าหมายในหลาย ๆ ด้านไม่สามารถบรรลุผลได้ภายในปีเดียว จึงต้องมี C ตัวแรก คือ Continuity กับข้อริเริ่มที่สำคัญจากปีก่อน ๆ เพื่อให้สามารถเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยอาศัย C ตัวที่สอง คือ Complementarity ความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ภายใต้ข้อริเริ่มที่เกื้อกูลกันในอาเซียน สุดท้ายต้องใช้ C ตัวที่สาม คือ Creativity ในการแก้ปัญหาที่คั่งค้างและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างสร้างสรรค์ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีอวยพรให้เวียดนามและอาเซียนประสบความสำเร็จต่อไปในปีหน้า