กสม.ประณาม เหตุยิงโจมตีป้อมยามชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ยะลา

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงการณ์ประณามการก่อเหตุยิงโจมตีป้อมยามชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดยะลา
  • พร้อมกันนี้ กสม. ขอให้กำลังใจประชาชน-เจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ตามที่ปรากฏรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.2562 ว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงโจมตีป้อมยามจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำหมู่บ้านทุ่งสะเดา และชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ลำพะยา หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีชาวบ้านและ ชรบ. เสียชีวิต 15 ราย ซึ่งมีผู้หญิงรวมอยู่ด้วย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายยังได้ปล้นอาวุธปืนไปจำนวนหนึ่ง และเวลาต่อเนื่องกันยังได้ก่อเหตุลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์ วางระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้าในบริเวณใกล้เคียง และโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ด้วยนั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการก่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน และอาสาสมัครผู้บริสุทธิ์

ทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเศร้าสลดและสะเทือนขวัญ โดยเฉพาะกับประชาชนในพื้นที่ อันถือเป็นการกระทำที่โหดร้าย ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และหลักศีลธรรมอันดีของทุกศาสนา ทั้งนี้ กสม. ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

กสม. ระบุขอเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม และขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการฟื้นฟูขวัญกำลังใจ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ในเร็ววัน

ครม. เห็นชอบย้ายสายไฟลงดิน วงเงินลงทุน 3,673 ล้าน คาดเสร็จภายในปี 2566

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้มีการย้ายสายไฟลงใต้ดิน
  • โครงการนี้มีวงเงินการลงทุน 3,673 ล้านบาท
  • โครงการดังกล่าว มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงประมาณ 3-4 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2566

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบแผนงานปรับเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินฉบับปฏิบัติการเร่งรัดตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ซึ่งโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เป็นโครงการที่การไฟฟ้านครหลวงได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว รวมระยะทาง 215 กิโลเมตร แล้วเสร็จ 46 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการดำเนินการ 169 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ในแผนงานบางส่วนต้องดำเนินการควบคู่กับแผนงานอื่นๆ จึงมีความล่าช้า รัฐบาลจึงต้องการให้การไฟฟ้านครหลวง ดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงดินให้เร็วขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมปฏิบัติการได้เลย มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 3-4 ปีนี้

แผนงานดังกล่าวที่กระทรวงมหาดไทย จึงได้กำหนดระยะทางดำเนินการ 20.5 กิโลเมตร วงเงินการลงทุน 3,673 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศ 2,500 ล้านบาท และเงินรายได้จากการไฟฟ้านครหลวง 1,173 ล้านบาท พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตดำเนินการ ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงถนนรัตนาธิเบศร์ 4.4 กิโลเมตร เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงถนนกรุงเทพฯนนทบุรี- ถนนติวานนท์ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ระหว่างซอยสุขุมวิท 81 – ซอยแบริ่งระยะทาง 5.5 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2566

แถลงจับกุม “ขบวนการค้ายาเสพติดหลายราย” ยาบ้ารวมเกือบ 1 ล้านเม็ด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และกอ.รมน. ร่วมกันแถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดหลายราย
  • ยาบ้ารวมเกือบ 1 ล้านเม็ด, ไอซ์ 30 กิโลกรัมและโคเคนอีก 1 กิโลกรัม

พลตำรวจโท วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวร่วมกับ พลตำรวจโท ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และกอ.รมน.ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 

คดีที่1 จับกุมนายณภัทร ภัทรกาญจน์ พร้อมของกลางยาบ้า 300,000 เม็ด จับได้บริเวณด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เป็นผู้รับงานและขนมาจากนายทุนยาเสพติดทางภาคเหนือเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ไปส่งมอบกับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยซุกยาบ้าในยางอะไหล่รถยนต์

คดีที่ 2 จับกุมนาย ไพฑูรย์ เงินเหลือ และนาย นที แสงอ่อน พร้อมยาบ้า 680,000 เม็ด ได้ที่บริเวณริมถนน พหลโยธิน ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โดยได้รับการว่าจ้างจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ใน จ.ราชบุรี ให้ขนยาบ้าจากผู้ค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาทางในเส้นทาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยซุกซ่อนมาในรถตู้ห้องเย็น และมีรถเก๋งซึ่งมีนาย นที ขับนำสำรวจเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

คดีที่ 3 จับกุมนาย วรรณ พรหมปัญญา พร้อมยาไอซ์ 30 กิโลกรัม ได้ที่บริเวณลานจอดรถบ่อน้ำพุร้อนแม่กระจาน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ขณะส่งมอบยาเสพติด ให้เครือข่ายโดยซุกซ่อนไอซ์ไว้ในช่องลับพิเศษ ที่เจาะเป็นช่องเปิด-ปิด บริเวณพื้นรถยนต์ใต้เบาะที่นั่งซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด

คดีที่ 4 เป็นการจับกุมนางสาว ซัวมู เอ็นคีลี ( Mis.Suamu Nkele)  ชาวแองโกลา โดยสารเครื่องบินมาจากเอธิโอเปียมายังกรุงเทพฯ ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบโคคาอีน หรือโคเคน ซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้า กางเกงชั้นใน 42 ก้อน และกลืนลงช่องท้อง 38 ก้อน รวม 80 ก้อน หนัก 1 กิโลกรัม จึงนำตัวส่งำนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป