ตร. แจงสาเหตุ ภาพตั้งด่านตรวจกลางทุ่งนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฏภาพตำรวจตั้งด่านตรวจบนถนนกลางทุ่งนา ที่ จ.สกลนคร
  • คนเห็นภาพก็สงสัย และอยากทราบถึงเจตนารมณ์
  • ผู้การฯ จึงออกมาชี้แจงว่าเป็นนโยบาย เพราะถนนเส้นรองมักเกิดอุบัติเหตุมีคนตายบ่อยครั้ง
  • ยืนยันไม่มีการเรียกค่าปรับ แค่ตักเตือนเมื่อพบทำผิดกฎจราจร

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสม หลังปรากฏภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งตั้งด่านตรวจอยู่บนถนนสายรองกลางทุ่งนา

ก่อนจะทราบต่อมาว่า ตำรวจกลุ่มดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สภ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร โดยอ้างว่า ถนนเส้นรองบริเวณบ้านบอน-บ้านเมืองเก่า ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ มีอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง ด้วยความห่วงใยจึงลงพื้นที่เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนปฏกิบัติตามกฎระเบียบจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหมวกนิรภัย และคาดเข็มขัดนิรภัยขึ้น

ซึ่งทาง พลตำรวจตรีนิพนธ์ พิชเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ได้ยอมรับว่า การตั้งด่านดังกล่าวเป็นคำสั่งของตน เพราะเห็นว่าถนนสายรองมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวนมาก

จึงสั่งให้มีการตั้งด่านเพื่อกวดขันและเข้มงวดในการป้องกันอุบัติเหตุให้มากขึ้น จนเกิดเป็นภาพออกมาให้เห็นดังกล่าว ทั้งนี้ยืนยันว่า การตั้งด่านที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการออกใบสั่งเป็นเพียงการว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น

ทั้งนี้จึงอยากชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบด้วยว่า ไม่ใช่ตำรวจจะจ้องจะเอาค่าปรับอย่างเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งทางไปหมู่บ้านตามที่ชาวโซเชียลได้ติติง เราเป็นห่วงประชาชนมากกว่าไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งใดๆ หรือหากว่าวันดังกล่าวมีใครโดนเรียกตรวจและมีการออกใบสั่ง สามารถแจ้งกลับมาที่ตนได้ เพราะข้อเท็จจริงคือไม่ได้มีการจับปรับแต่อย่างใด

ปู่ชาวอเมริกัน เลือกดื่มเบียร์กับครอบครัว ในวันสุดท้ายของชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปู่ชาวอเมริกันป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ขอดื่มเบียร์ร่วมกับลูกหลานเพื่อสั่งลา
  • แพทย์ชี้ทำได้ เพราะการรักษาอาการป่วยผู้สูงวัยบางครั้งก็ไม่สามารถยืดอายุได้
  • การทำให้ผู้ป่วยเกิดความสุขทั้งกายและใจ จึงเป็นวิธีรักษาอีกทางหนึ่ง

ที่สหรัฐ อเมริกา ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้น เมื่อมีคุณปู่มะเร็งลำไส้รายหนึ่ง ได้ขอดื่มเบียร์สังสรรค์บนเตียงนอนในโรงพยาบาลร่วมกับบุตร-หลาน เพื่อเป็นการสั่งลาก่อนจะจากโลกนี้ไปในเวลาต่อมา ทราบชื่อคุณปู่รายดังกล่าว คือ นอร์เบิร์ต เชมม์

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ หมอเวร ที่เผยว่า สาเหตุที่นำเรื่องราวดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ก็เพื่อต้องการให้เห็นว่า การรักษาอาการป่วยของผู้ป่วยสูงอายุ บางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้มีชีวิตต่อไปได้ แถมอาจทำให้อาการทรุดหนักขึ้นกว่าเดิมจนจากไปเร็วกว่าที่ควร หรือไม่ก็มีชีวิตนอนเป็นผักไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นการจะรักษาคนไข้สูงวัย ญาติของคนไข้ต้องเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย

ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณปู่นอร์เบิร์ต เชมม์ แม้ในสายตาของหลายๆ คน หรือบางครอบครัวอาจจะไม่เหมาะสม แต่ก็ทำให้เห็นว่านี่คือความสุขครั้งสุดท้ายของชีวิตที่เขาได้ทำก่อนจะจากไป

ด้านเพจดังอย่าง Drama-addict ก็ได้ส่งต่อข้อความพร้อมเข้าไปแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า เวลาผู้ป่วย ป่วยระยะสุดท้าย เหลือแต่รักษาแบบประคับประคอง อะไรที่ที่ทำให้ผู้ป่วยสบายใจได้ ก็ควรทำ เพราะนั่นคือช่วงสุดท้ายของชีวิตของเขาแล้วนั่นเอง

ในรูปที่เห็นนี่คือคุณปู่ นอร์เบิร์ต เชมม์ ชาวอเมริกัน เดิมทีแกเป็นคนแข็งแรงเชียวล่ะ จนกระทั่งวันหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ระยะที่สี่แล้ว ลูกหลานแกก็เลยมารวมตัว ได้พูดคุยกัน และในช่วงเวลาสุดท้ายของคุณปู่ แกขอดื่มเบียร์ร่วมกับลูกๆเพื่อเป็นการสั่งลา

คือถ้าเป็นบางบ้านเค้าก็คงห้ามกันใหญ่โตไปแล้วล่ะ คนป่วยขนาดนี้ยังจะมาจิบเบียร์ชิวๆได้ยังไง แต่ลูกๆ ของคุณปู่กลับไม่ขัดศรัทธาคุณพ่อ ก็เลยจัดกันไปหนึ่งยกบนเตียงกลางโรงพยาบาล ลูกชายของท่านถ่ายภาพนี้เอาไว้ก่อนท่านจะสิ้นลมหายใจในวันถัดไป ก็เลยเป็นที่มาของภาพอันแสนอบอุ่นนี้นี่เอง

ถ้าถามหมอว่าเรื่องแบบนี้มันสมควรมั้ย หมออยากตอบแบบนี้ว่าบางโรคเนี่ย ถ้าลงมือรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่หรือให้ยาชนิดรุนแรง บางครั้งก็อาจทำให้คนแก่ทรมานมากกว่าเดิมเหมือนกันนะ

ยกตัวอย่างเช่นคนไข้สูงอายุเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก บางทีถ้าผ่าไปแล้วอาการแกอาจทรุดหนัก หรือแย่ลงกว่าเดิมไปอีก หมอเค้าก็อาจตัดสินใจไม่ผ่าให้ ซึ่งมันก็จะเสี่ยงที่จะทำให้แกเสียชีวิตทันทีได้เลย ซึ่งปัจจัยที่จะลงมือรักษาหรือไม่นั้นก็ต้องประเมินกันตามความแข็งแรงของคนไข้ด้วยหน่ะนะ

เช่นถ้าแก่มาก แต่ยังแข็งแรงและคาดว่าจะอยู่ไปได้อีกยาว ลูกหลานอยากให้รักษา แพทย์ก็ต้องทำหน้าที่รักษาไปให้ถึงที่สุด

แต่ถ้าแก่หง่อม มีโรคที่รุมเร้าแบบอาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน แพทย์ก็อาจจะให้การรักษาแบบประคับประคอง หรือไม่ทำอะไรเลย เพราะคนไข้อาจเสียชีวิตก่อนมะเร็งจะลุกลามด้วยซ้ำ ยิ่งรักษาจะกลายเป็นว่าคนไข้ยิ่งทรมานเปล่าๆ ซึ่งอันนี้แพทย์ก็ต้องอธิบายให้ญาติเข้าใจแนวทางการรักษาด้วยหน่ะนะ

มีตัวอย่างอันนึงของอาจารย์ของอาจารย์หมอเวรเองแกเคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงมีคนไข้ที่ลูกพาพ่อวัยคุณปู่มาหาอาจารย์แกเป็นประจำเลย แล้วเค้าก็มากระซิบบอกอาจารย์ ให้ช่วยบอกพ่อแกว่าให้แกเลิกสูบบุหรี่ได้แล้ว เดี๋ยวจะตายไปเสียก่อน เพราะแกไม่เชื่อใครเลยนอกจากหมอคนเดียว

สิ่งที่อาจารย์หมอทำเป็นสิ่งที่สอนหมอเวรเรื่องแนวทางปฏิบัติกับคนไข้เสมอมาเลย อาจารย์แกทำไงรู้มั้ย ? แกถามลูกคนไข้กลับไปว่า

“ปีนี้อาแป๊ะแกอายุเท่าไรแล้ว”
ลูกแกตอบ “80 ครับ”
“คิดว่าแกจะอยู่ได้ถึง 5 ปีมั้ย ?”
ลูกชายแกคิดในใจอยู่พักนึง ก่อนจะตอบออกมา
“ไม่น่าจะถึงนะครับ”
อาจารย์เลยบอกว่า
“พิษบุหรี่เนี่ยมันใช้เวลากำจัดออกจากร่างกายราวๆ 10 ปี หมอว่าน่าจะให้แกมีความสุขกับสิ่งที่แกรักก่อนจากไปนะ…หรืออยากให้หมอลองพูดให้มั้ย”

ลูกคนไข้ได้ยิน แกก็เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์บอก ก็เลยไม่ขอให้อาจารย์พูดอะไรต่อ

คือเรื่องการแจ้งข่าวร้าย หรือบอกอะไรกับคนไข้และญาติเนี่ย หมอเค้าเรียนกันมาแล้วทั้งนั้นแหละ ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนก็อยู่ที่ความถนัด และประสบการณ์ของแต่ละคน ว่าจะประณีประนอมถนอมน้ำใจหรือประคับประคองจิตใจได้ดีแค่ไหน

อย่างวันนั้นถ้าลูกแกยังคะยั้นคะยอให้อาจารย์ช่วยบอก อาจารย์แกก็คงพูดตามสไตล์ประมาณว่า “ลูกอยากให้อาแป๊ะเลิกบุหรี่ เพราะเค้าอาแป๊ะมากนะ อยากให้แป๊ะอยู่กับลูกไปนานๆ” คือด้วยสไตล์อาจารย์ที่เป็นคนถนอมน้ำใจคนไข้อยู่แล้ว ท่านต้องพูดอะไรแบบนั้นแน่ๆหมอมั่นใจ

แพทย์ทุกคนนั้นต้องตัดสินใจเลือกว่า Prolonged life or Prolonged dead ไม่ใช่จะยื้อให้อยู่ต่อให้ได้เพียงอย่างเดียว บางรายแพทย์ยื้อเอาไว้ได้ แต่คุณภาพชีวิตไม่เหลือแล้ว นอนเป็นผักเลย แต่ลูกหลานสั่งให้ทำ แพทย์เราก็ตัดสินใจแทนไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ญาติๆ หรือคนไข้ควรเข้าใจด้วยนะ ♥

แจ้งร้านค้าเตรียมตัว 9 ธ.ค. เป็นต้นไป ห้ามวางขายบุหรี่ซองแบบเก่า ฝ่าฝืนเจอปรับหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

  • 9 ธ.ค. 2562 เริ่มใช้ซองบุหรี่แบบเรียบห้ามมีตราสัญลักษณ์
  • เหตุต้องการลดแรงจูงใจในการอยากสูบบุหรี่
  • หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค มอบหมายให้ นายแพทย์ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ (กคส.) กรมควบคุมโรค นำทีมพนักงานเจ้าหน้าที่ กคส. เข้าตรวจสอบคลังสินค้าบุหรี่ของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

และการยาสูบแห่งประเทศไทย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบความพร้อมการกระจายสินค้าบุหรี่ซองรูปแบบใหม่ หรือซองบุหรี่แบบเรียบไปขายยังร้านค้าปลีก ทั่วประเทศ

โดยตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป บุหรี่ซิกาแรตที่วางขายในประเทศไทยได้ ต้องเป็นซองบุหรี่ซิกาแรตรูปแบบใหม่เท่านั้น

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค และพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ จะลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีทันทีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายรายใดที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากได้ประกาศให้ผู้ประกอบการรับทราบล่วงหน้าแล้วถึง 1 ปี เพื่อเตรียมการและปรับตัว

ซึ่งหากพบการขายบุหรี่ซองรูปแบบเก่า ร้านค้าจะมีความผิดฐานขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มิได้จัดให้มีหีบห่อตามที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ตามมาตรา 38 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560

กรมควบคุมโรค จึงขอแจ้งเตือนไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ยกเลิกการจำหน่ายบุหรี่ซองรูปแบบเก่าตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 ในกรณีร้านค้าใดมีบุหรี่ซองรูปแบบเก่าคงค้าง หรือไม่สามารถขายได้ทันตามกำหนดเวลา ขอให้ติดต่อประสานไปยังบริษัทผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือตัวแทนค้าส่ง เพื่อเยียวยาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เนื่องจากขณะนี้ผู้ผลิต และผู้นำเข้ามีสินค้าบุหรี่ซองรูปแบบใหม่ หรือซองบุหรี่แบบเรียบ เพียงพอในการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศแล้ว

สำหรับการปรับเปลี่ยนซองบุหรี่ใหม่ให้เป็นแบบเรียบนั้น เพื่อต้องการลดสีสัน และยี่ห้อของบุหรี่ เพื่อทำให้คนอยากสูบบุหรี่ ซึ่งมาตรการนี้ทางออสเตรเลียได้มีการบังคับใช้จนได้ผลมาแล้วนั่นเอง