สัมภาษณ์พิเศษ : ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ เจาะปัญหาและทิศทางการท่องเที่ยวไทย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สัมภาษณ์พิเศษ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย ในปีนี้ ปีหน้า ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
  • รายได้จากการท่องเที่ยว ถือเป็นรายได้ที่สำคัญของประเทศไทย  ซึ่งรายได้ส่วนนี้ ถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และไทย “ยังมีโอกาส” อีกเยอะ
  • ตัวเลขนักท่องเที่ยวปีนี้ น่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ในช่วงไตรมาสสุดท้าย
  • ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PM 2.5 นักท่องเที่ยวถูกทำร้าย รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในแถบสแกนดิเนเวีย
  • มาตรการ 100เดียวเที่ยวทั่วไทย เป็นหนึ่งในฟันเฟืองการกระตุ้นการท่องเที่ยว

เป็นที่ทราบกันดีว่า “การท่องเที่ยว” เป็นธุรกิจที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศได้ แต่ก่อนหน้านี้ การท่องเที่ยวไทยเองก็เคยประสบมรสุมอยู่หลายระลอก

กรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวประเทศไทย ย้อนกลับไปถึงกรณีข่าวใหญ่ กรณีเรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นการท่องเที่ยวไทยได้ซบเซาลง เพราะนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่นิยมมาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1

นอกจากนี้เขยิบมาใกล้ขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรณีมีคนร้ายเป็นชายไทย 2 คน บุกเข้าไปชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด

นอกจากปัญหาเรื่องอาชญากรรมแล้ว สภาพอากาศในประเทศไทยก็ประสบปัญหามลภาวะจาก ‘ฝุ่นพิษ’ ทั้งในจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ก็ประสบปัญหาฝุ่นพิษเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าว ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย และมาตรการ 4 ข้อในการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวไทย ดังนี้

สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยยังเป็นไปตามเป้า

การท่องเที่ยวในประเทศไทยถือว่าเป็นไปตามเป้า แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 จะมีตกเป้าไปบ้างแต่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ค่อนข้างเป็นไปอย่างทะลุเป้าโดยเฉพาะช่วงในวันชาติจีนก็มีชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

ซึ่งในช่วงสามเดือนสุดท้ายประเทศไทยยังต้องการนักท่องเที่ยวอีก 10,000,000 คนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นไปได้ตามเป้า เนื่องจากเป็นในช่วงไฮซีซั่นของประเทศไทยและเป็นช่วงการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศจีนประเทศเกาหลี รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่นและที่สำคัญประชาชนในประเทศทางฝั่งยุโรป มักจะหนีอากาศหนาวมาเที่ยวในประเทศไทย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว คาดว่า จะเป็นไปตามเป้า โดยในช่วงของไตรมาสสุดท้ายนี้ คาดหมายว่า จะมีนักท่องเที่ยว ราว 10 ล้านคน ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ดังนั้น 10 ล้านคน เป็นตัวเลขที่เป็นไปได้

PM 2.5, ข่าวด้านลบต่างๆ ยังเป็นอุปสรรคที่ต้องแก้ไข

ยอมรับว่านักท่องเที่ยวประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนส์ มีผู้มาท่องเที่ยวน้อยลงโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสวีเดน เพราะประชาชนในประเทศแถบสแกนดิเนเวียนั้นให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อนหน้านี้ในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องมลพิษ PM 2.5 จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวในแถบประเทศดังกล่าวเดินทางมาเที่ยวไทยลดน้อยลง นอกจากนี้การท่องเที่ยวไทยยังติดปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ชาวต่างชาติ ท่องเที่ยวในประเทศไทยได้แพงมากยิ่งขึ้น

เมื่อกล่าวถึงปัญหาเรื่องการโกงค่าโดยสารของผู้ขับรถแท็กซี่ และการเกิดอาชญากรรมกรรมต่างๆที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย นายพิพัฒน์ ได้เปิดเผยถึงมาตรการในการแก้ปัญหาดังกล่าว 4 มาตรการในการเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวไทยได้แก่

  1. ความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
  2. ความสะอาด ซึ่งจะเน้นเรื่องของความสะอาดของอาหารเป็นหลัก
  3. ความยั่งยืน เมื่อมีการรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติย่อมได้รับผลกระทบดังนั้นจึงต้องมีการหามาตรการในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  4. การไม่เอารัดเอาเปรียบ โดยจะมีการมอบหมายให้ตำรวจท่องเที่ยวคอยสอดส่องดูแล ไม่ให้มีนักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบและดูแลเรื่องของความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

มุ่งเป้าทำให้ทุกพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ กล่าวถึง ทิศทางการท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคตว่า แต่ละเมืองต้องมีอัตลักษณ์ โดยจะให้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าไปดูในแต่ละพื้นที่ จากนั้นก็ปรับปรุงพัฒนาพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งหลังจากที่ในชุมชน 75,000 ชุมชนมีความพร้อมแล้ว ส่วนไหนที่ดี ก็จะมีการมอบหมายให้ ททท. ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เมื่อมีการการสร้างสิ่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่เคยเห็นแล้ว ก็จะมีการประชาสัมพันธ์ออกไปทั้งในไทย และทั่วโลกให้ได้รับรู้ว่าในไทยสามารถท่องเที่ยวได้ทุกเมือง ทุกตำบล

ซึ่งนอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้ระบุถึงแนวทางในการทำงานเชิงรุกอีกด้วยว่า ในการผลักดันให้ทุกพื้นที่สามารถท่องเที่ยวได้นั้น ก็จะมีการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นอาสาสมัคร เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโก่งราคาสินค้า การกระทำอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากหากเป็นคนในชุมชน ในพื้นที่ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า ใครเป็นคนนอกพื้นที่และกำลังสร้างปัญหาให้กับชุมชน ซึ่งจะช่วยอุดช่องโหว่ในเรื่องของตำรวจท่องเที่ยว ที่มีจำนวนน้อย และไม่เพียงพอได้อีกด้วย

100 เดียวเที่ยวทั่วไทย มาตรการเชิงจิตวิทยา

สำหรับมาตรการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย เป็นลักษณะของการประชาสัมพันธ์ ในแง่ของการสร้างจิตวิทยา โดยยกตัวอย่างกรณีคนที่สามารถกดรับสิทธิดังกล่าวได้ ก็มักจะเดินทางไปเที่ยวกับเป็นกลุ่ม ซึ่งคนที่ได้รับสิทธิค่าเดินทาง หรือค่าที่พัก หรือค่าอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะมีการใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะต้องพยายามให้คนที่ได้รับสิทธิเดินทางไปเที่ยว เป็นการกระตุ้นให้ชาวไทยเที่ยวในเมืองไทยให้มากที่สุด

ทุกวันนี้คนไทยมองว่าเงินมันหายาก ผมเชื่อว่าคนไทยมีเงินออม แต่ไม่กล้าเอาเงินมาใช้ เพราะไม่รู้ว่าไปถึงปีหน้าจะมีเงินเหลือไว้ใช้หรือไม่

ก็พยายามกระตุ้นให้คนไทยเอาเงินออกมาใช้เถอะ ยังไงบัดนี้การเลือกตั้งได้จบไปแล้ว เรามีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้ว ผมเชื่อว่าทุก ๆ อย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น

เพราะมีความมั่นคง มั่นใจจากชาวต่างชาติ ที่มองกลับมาเมืองไทย ที่วันนี้ไม่มีกำแพงอะไรที่จะมาขวางกั้นว่าห้ามมาเที่ยวประเทศไทย คุณสบายใจได้ว่า รัฐบาลไทยมาจากการเลือกตั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

บริหารธุรกิจต้องมีกำไร บริหารกระทรวงฯ ต้องเปิดใจให้กว้าง คิดเรื่องส่วนตัวไม่ได้

การทำธุรกิจ ตนอยู่ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นการทำเพื่อตัวเอง เพราะในการบริหารธุรกิจยังไงก็ต้องให้ได้กำไร เพื่อตัวเองและผู้ถือหุ้น แต่เมื่อมานั่งบริหารงานในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มันเป็นเรื่องของส่วนรวมเป็นเรื่องของประเทศชาติจะมาคิดถึงเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เราจะต้องคิดว่าทำอย่างไรให้รายได้ที่เข้ามา กระจายลงสู่พื้นที่ทุกพื้นที่ และกระจายไปสู่คนไทยทั้งประเทศให้ได้

แต่ที่สำคัญที่สุดในเรื่องการบริหารกระทรวงเราต้องคิดอย่างไรให้มันกว้างเปิดใจให้มากขึ้นไม่ใช่เพื่อตัวเองทำยังไงให้ประเทศชาติให้มากที่สุดซึ่งตอนนี้พวกเราก็คงจะทราบกันดีว่าวันนี้ปัญหาสงครามการค้าก็ดีไปจนถึงเบสิคของอียู ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะต้องทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

การท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่จะเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ดีที่สุดและทำให้ได้ตามเป้าหมาย นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

พยากรณ์อากาศ วันนี้ 5 พ.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

* ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย
* สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลง และมีอากาศเย็น สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน เข้าสู่พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง พายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน)แล้ว เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้ (5 พ.ย. 2562) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออก อย่างช้าๆมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 โดยยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

นายกฯ แถลงปิดประชุม อาเซียน ย้ำใช้ 3Cs สร้างความยั่งยืนอาเซียน

เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 4 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายกฯ ของไทยได้รับุว่า

ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ภายใต้แนวคิดหลักคือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งหวังให้อาเซียนก้าวสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ตลอดจนสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งนี้ ความร่วมมือของอาเซียนจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 4 ประการ

เน้นย้ำความเชื่อใจ เพื่อสร้างเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เติบโต

ประการที่หนึ่ง ประชาชนจะมีความมั่นคงที่ยั่งยืนมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแข่งขันและความไม่แน่นอนสูง อาเซียนได้วางรากฐานความไว้เนื้อเชื่อใจในเชิงยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน เป็นพื้นฐานสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

โดยได้นำหลักการภายใต้สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) มาใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก และจัดตั้งกลไกแก้ไขปัญหาด้านมนุษยธรรมในรัฐยะไข่ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการส่งกลับผู้พลัดถิ่น

อาเซียน จะอำนวยความสะดวกด้านการค้า ลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ

ประการที่สอง ความร่วมมือของอาเซียนในปีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน โดยการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

ตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำเกี่ยวกับอาร์เซ็ป เป็นการผนึกกำลังของกลุ่มประเทศซึ่งมี GDP รวมกันร้อยละ 32 ของโลก มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันสูงถึงร้อยละ 30 ของการค้าโลก

โดยอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเชื่อมโยง ASEAN Single Window ให้ครบทั้ง 10 ประเทศในปีนี้ การริเริ่มการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมง IUU

และการจัดทำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดทุนอาเซียน จะทำให้ผู้ประกอบการในอาเซียนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้ง ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการผลักดันยุทธศาสตร์เชื่อมโยงความเชื่อมโยง

ซึ่งอาเซียนได้ประกาศโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน 19 โครงการ ที่ธนาคารโลกได้พิจารณาเห็นว่ามีศักยภาพที่ภาครัฐและเอกชนน่าจะมีความสนใจร่วมลงทุน

เล็งเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก

ประการที่สาม อาเซียนให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะร่วมมือในประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่ การต่อต้านขยะทะเล, การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ,

การส่งเสริมสิทธิต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน, การเสริมสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียน และการสนับสนุนให้อาเซียนร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี 2577 ทั้งนี้ เพื่อให้ชาวอาเซียนมีความภาคภูมิใจต่อความเป็นอาเซียนร่วมกัน

ภูมิภาคจะยั่งยืนต้องอาศัย 3Cs

ประการที่สี่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและระหว่างภาคีภายนอกของอาเซียน จะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนในภูมิภาค โดยผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันรับรองเอกสารวิสัยทัศน์ ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนสำหรับเป็นแนวทางการสานต่อความยั่งยืนในทุกมิติ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า เวียดนามจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างความยั่งยืนในอาเซียนต่อจากนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมี 3Cs ได้แก่

  1. Continuity
  2. Complementarity
  3. Creativity

ทั้งนี้ เป้าหมายในหลาย ๆ ด้านไม่สามารถบรรลุผลได้ภายในปีเดียว จึงต้องมี C ตัวแรก คือ Continuity กับข้อริเริ่มที่สำคัญจากปีก่อน ๆ เพื่อให้สามารถเกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยอาศัย C ตัวที่สอง คือ Complementarity ความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ภายใต้ข้อริเริ่มที่เกื้อกูลกันในอาเซียน สุดท้ายต้องใช้ C ตัวที่สาม คือ Creativity ในการแก้ปัญหาที่คั่งค้างและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างสร้างสรรค์ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีอวยพรให้เวียดนามและอาเซียนประสบความสำเร็จต่อไปในปีหน้า

ในการแก้ปัญหาที่คั่งค้างและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างสร้างสรรค์ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีอวยพรให้เวียดนามและอาเซียนประสบความสำเร็จต่อไปในปีหน้า