คลิปนาที นักโทษคดียาเสพติดทำร้ายตร. ก่อนหลบหนี

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุนักโทษทำร้ายตร. ระหว่างคุมตัวขึ้นศาลพัทยา
  • ตร. เร่งระดมกำลังล่าตัว เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์
  • แนะญาติเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว หรือมีเบาะแสแจ้ง 1599

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ นักโทษคดียาเสพติด 3 ราย ได้ก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างคุมตัวขึ้นศาลจังหวัดพัทยา ด้วยการใช้อาวุธมีดปักไปที่หน้าอกของเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเปิดทาง เพื่อไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่หลบหนีไป

ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึกดังกล่าว โดยเผยให้เห็นว่าขณะเกิดเหตุนักโทษ 3 รายได้เดินออกมาจากห้องคุมขัง ซึ่ง 1 ในนั้นได้ใช้ปืนมาขู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการอยู่บริเวณดังกล่าว ได้เข้าสกัดกั้น ทำให้นักโทษอีกรายปรี่เข้าทำร้ายนายตำรวจจนล้มลง ก่อนที่ทั้งหมดจะหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ประสาน สถานีตำรวจพื้นที่ข้างเคียงในการบูรณาการสกัดจับ ตลอดจน เร่งระดม ปูพรม ตรวจค้น สืบสวนหาข่าวตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ใช้กบดาน

เพื่อติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์

ผู้ต้องหามีอาวุธปืนทำร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยกำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ใกล้เคียง ควบคุมบัญชาการ การทำงานและกำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนี หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขัง เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว

และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองพัทยา โทร. 038-420-804 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายประกอบด้วย นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ ในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง ได้แก่ ยาบ้า 229.800 เม็ด ยาอี 100 เม็ด ยาไอซ์ จาก สภ.บ่อวิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุแทงและใช้อาวุธปืนยิง

และ นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน พร้อมด้วย น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ คดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 ก.ก.และ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ไทยต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
  • ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน

หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพในประเทศไทยกล่าวขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างมิตรภาพ และกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยจีน ทั้งคาดหวังว่าการมาเยือนครั้งนี้จะเป็นการนำพาโอกาสแห่งการพัฒนามาสู่ไทยในด้านต่างๆ

ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมหามิตรกับจีน ทั้งเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการพัฒนาตามข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของ ฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับผู้นำฝ่ายไทยในด้านความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคี รวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลทั้งสองและลงนามในเอกสารความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านอีคอมเมิร์ซ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยกล่าวว่า จีนได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีระดับสูง ด้านอีคอมเมิร์ซ ด้านอินเทอร์เน็ตและอื่น ๆ อีกทั้งจีนมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด และยังเป็นประเทศที่มีจำนวนการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ในอันดับที่หนึ่งของโลกอีกด้วย ทั้งนี้ฝ่ายไทยคาดหวังว่าจะมีความร่วมมือเชิงปฏิบัติการทางด้านเทคโนโลยีระดับสูงบนพื้นฐานความร่วมมือที่มีอยู่แล้วระหว่างทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทยและนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน กล่าวว่า ประเทศจีนเป็นผู้มีส่วนร่วมและบทบาทสำคัญในกิจการระดับภูมิภาคและระดับโลก เชื่อว่าการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง จะส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติการในด้านต่าง ๆ ระหว่างประเทศไทยและจีน ผลักดันความสัมพันธ์ไทย – จีน อาเซียน – จีนและยกระดับความร่วมมือในเอเชียตะวันออกให้สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นาย ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมตรีและที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติไทยกล่าวว่า ประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดในหลาย ๆ ด้าน ฝ่ายไทยคาดหวังว่าการมาเยือนอย่างเป็นทางการของท่านนายกหลี่ เค่อเฉียง จะส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศเช่น ด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือระดับSME เพื่อผลักดันและยกระดับคุณภาพความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์รอบด้านของทั้งสองประเทศ

นายวิชัย ( Wichai Kinchong Choi ) ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า เป็นเวลาหกปีหลังจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เมื่อครั้งล่าสุด การมาเยือนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระดับภูมิภาคและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลก เป็นที่เชื่อกันว่าฝ่ายไทยและจีนจะใช้โอกาสนี้ในการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการความร่วมมือและส่งเสริมการเชื่อมโยงกันระหว่างข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กับแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดออนไลน์บริษัทลาซาด้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า ในตอนนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นความร่วมมือที่สำคัญของไทยและจีน รอคอยการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในครั้งนี้ว่าจะนำพาเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีนเข้ามาในไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งคาดหวังความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นของทั้งสองประเทศในอนาคตอันใกล้ จะมีส่วนช่วยให้สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นของไทยส่งออกไปสู่ประเทศจีนและทั่วโลก

นายฟู่ เจิงโหย่ว ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันขงจื้อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่ครบรอบ 45 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีน ในตอนนี้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือเชิงลึกในทุกๆด้าน การมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง มีส่วนช่วยในการส่งเสริมขอบเขตความร่วมมือต่างๆ อาทิ การส่งเสริมการพัฒนาตามข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบเส้นทาง” การกระชับงความร่วมมือด้านการค้าการและการลงทุน ผลักดันและยกระดับการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีนให้สูงยิ่งขึ้น

หลี่ เค่อเฉียง: ผลักดันการปรึกษาหารือ COC ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาประเทศไทย นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนระบุว่าระหว่างการประชุมสุดยอดจีน-อาเซียน (10+1) ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเรื่องสถานการณ์ทะเลจีนใต้โดยรวมรักษาไว้ซึ่งความสงบด้วยความพยายามร่วมกันของจีนและกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เสนอเจตนารมณ์ให้บรรลุซึ่งแนวปฏิบัติใทะเลจีนใต้(COC)ภายในเวลา 3 ปี

ทว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งปี ทุกฝ่ายได้บรรลุการพิจารณาตรวจสอบวาระที่หนึ่งก่อนเวลากำหนดและได้เริ่มการพิจารณาตรวจสอบวาระที่สอง แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea – COC) คือการยกระดับของปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้(Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea – DOC)

จีนหวังว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามหลักการแต่ละประการของปฏิญญาฯ ขจัดอุปสรรคและก้าวไปข้างหน้า ผลักดันการหารือตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้บรรลุการพิจารณาตรวจสอบวาระที่สองภายในปี 2020 เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับ “วิสัยทัศน์สามปี” ทำให้ทะเลจีนใต้มีความสงบสุข เป็นทะเลแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ ปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพอันมั่นคงยาวนานในภูมิภาค

ปุ๊กกี้-สามี ให้การรับสารภาพคดีค้ายา ศาลนัดสืบพยาน 8 ก.ย.63

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ศาลอาญา รัชดาฯ นัดตรวจพยานหลักฐานคดียาเสพติด กับ ปุ๊กกี้และสามี พร้อมพวก
  • เบื้องต้น ปุ๊กกี้และสามีให้การรับสารภาพ
  • ศาลนัดสืบพยานนัดแรก 8 ก.ย.63

ศาลอาญา รัชดาฯ นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวปริศนา กับพวก รวม 5 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันค้ายาเสพติด ประเภทเคตามีน โดยยึดของกลางกว่า 4 กิโลกรัม

สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกันค้าเคตามีนน้ำหนักร่วมกว่า 4.9 กิโลกรัม และถูกจับดำเนินคดีในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินฯ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปุ๊กกี้ ปริศนา และสามี ให้การรับสารภาพ

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้ง 5 ทราบ จำเลยที่ 1-3 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 4-5 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

ขณะที่ อัยการโจทก์ มีพยานเอกสารที่จะนำสืบจำนวน 54 ฉบับ กับพยานบุคคล 12 ปาก ส่วนจำเลยไม่มีพยานวัตถุและเอกสารที่จะนำสืบ ขณะที่ จำเลยที่ 2-3 คือนายชลวิทย์ กับ น.ส.ปริศนา ขอนำสืบพยานจำนวน 4 ปาก ซึ่งรวมทั้งตัวจำเลยในประเด็นคำให้การชั้นสอบสวนที่มีการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจำเลยที่ 4-5 ขอนำสืบพยาน 5 ปาก รวมตัวจำเลยด้วย

ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้อัยการโจทก์นำสืบพยานบุคคล 12 ปากใช้เวลา 5 นัด ส่วนนายชลวิทย์ กับ น.ส.ปริศนา นำสืบพยาน 4 ปาก ใช้เวลา 1 นัด ขณะที่นายกันต์ธร และน.ส.ธาริณี สืบพยาน 5 ปาก ใช้เวลา 2 นัด กำหนดนัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ 8 กันยายน 2563 และกำหนดสืบพยานนัดสุดท้าย วันที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.