ภาพความคืบหน้า ซ่อมถนนขึ้นภูทับเบิก พร้อมแนะเลี่ยงใช้เส้นทางเลี่ยง

ประเด็นน่าสนใจ

  • แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์เล็งปิดถนนขึ้นภูทับเบิกกลางเดือน ธ.ค. เร่งซ่อมทางขึ้น
  • แนะใช้เส้นทางสาย 12 – นครไทย – ภูทับเบิก แทนเพื่อำนวยความสะดวก

นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนขึ้นภูทับเบิก สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบรู์ที่ได้รับความเสียหายพังลงไปก่อนหน้านี้ ว่า

แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 กำลังดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมถนนภูทับเบิก “งานฟื้นฟูทางหลวง” ในทางหลวงหมายเลข 2331 ตอนโจ๊ะโหวะ – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (ตอน 1-4) ระหว่าง กม.8+875 – กม.15+550 งบประมาณ 160 ล้านเศษ

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ทางและนักท่องเที่ยว โดยจะขุดรื้อชั้นทางเดิม ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 และจะทำการคืนสภาพผิวทาง และ ปิดพื้นที่ให้บริการอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือน ธันวาคม 2562

ซึ่งอาจทำให้การสัญจรเกิดความไม่สะดวก จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางและนักท่องเที่ยว ใช้เส้นทาง สาย 12 – นครไทย – ภูทับเบิก แทน

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง จึงขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง มีรายละเอียดดังนี้

  1. ถ้ามาจาก กทม. ให้ใช้ถนน สาย 12 (แยกพ่อขุนผาเมือง) ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  2. ถ้ามาจาก อ.ด่านซ้าย ให้ใช้ถนนสาย 2013 ถึงแยกนครไทยให้เลี้ยวซ้าย สาย 2331 และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  3. ถ้ามาจาก จ.พิษณุโลก ให้ใช้ถนน สาย 12 ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และเดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก
  4. ถ้ามาจาก จ.ขอนแก่น ให้ใช้ถนน สาย 12 (แยกพ่อขุนผาเมือง) ถึงแยกบ้านแยงให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง สาย 2013 – ถึงแยกหนองกะท้าวให้เลี้ยวขวาเข้า สาย 2331 และ เดินทางต่อจนถึงภูทับเบิกโดยสะดวก

อย่างไรก็ตาม สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม. ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 5671 1443 กด 2 (เฉพาะวันและเวลาราชการเท่านั้น) มือถือ 08 0348 7635 , 08 6303 6760 และ 08 1764 1912 (ตลอด 24 ชม.) https://www.facebook.com/dohphetchabun1 , สายด่วนกรมทางหลวง 1586.

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชี้แจงปมรับน้องโหด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยืนยันไม่เคยมีรับน้องในลักษณะดังกล่าว
  • ส่วนกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่ได้รับอนุญาตเกิดขึ้นนอกมหาวิทยาลัย
  • โทษสูงสุดถังขั้นไล่ออก
  • ด้านเหยื่อทนไม่ไหวยื่นลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากกภาพมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีรอยพกช้ำทั่วร่างก่อนจะทราบต่อมาว่าถูกรุ่นพี่รับน้องโหด

ด้วยการใช้ผ้าพันกับไม้ทุบตีทำร้ายเพื่อเป็นการทดสอบความอดทนก่อนที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยดังกล่าว จากนั้นเวลาต่อมามีคนออกมาเปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังคือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นั้น

ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่อง คำชี้แจงกรณีข่าวในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้

ตามที่ สื่อต่างๆ ได้มีการเผยแพร่ภาพบทสนทนาซึ่งมีการกล่าวถึง นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถูกทำร้ายร่างกายจากกิจกรรมรับน้อง เบื้องต้นมหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พบว่ามีนักศึกษากลุ่มหนึ่งไปทำกิจกรรมภายนอกมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

อยู่นอกเหนือจากกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งเป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุ และเป็นความผิดที่มหาวิทยาลัยห้ามโดยเด็ดขาดมีโทษทางวินัยนักศึกษา

ยืนยันมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายรับน้องด้วยการทารุณ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอชี้แจงว่า ไม่มีนโยบายให้จัดกิจกรรมรับน้องนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยกำกับดูแล และการจัดกิจกรรมต่างๆ มหาวิทยาลัยกำหนดให้ต้องมีเจ้าหน้าที่ หรืออาจารย์ ควบคุมดูแลในทุกกิจกรรม

หากมีการกระทำนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยกำหนด ถือว่ามีโทษทางวินัยนักศึกษา ผู้กระทำผิดจะถูกตัดคะแนนความประพฤติ พักการศึกษา หรือไล่ออก ซึ่งได้ออกประกาศในมาตรการการควบคุมดูแลการพัฒนานักศึกษา และบทลงโทษที่ชัดเจน

มหาวิทยาลัยขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างสูงกับนักศึกษาและครอบครัวผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยจะเร่งดำเนินการจัดการผู้กระทำความผิดตามมาตรการควบคุมดูแลการพัฒนานักศึกษา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกันได้มีรายงานเพิ่มเติมว่า นศ. ที่ตกเป็นเหยื่อรับน้องโหดครั้งนี้ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวแล้ว เพราะรับไม่ไหวกับการกระทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเหนื่อยขนาดไหนกว่าจะสอบเข้าเรียนได้ แต่ไม่ขอถูกทำร้ายและลาออกดีกว่า ขณะเดียวกันก้ได้เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยเร่งหามาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำอีกได้

ด้านผู้ปกครองของเหยื่อจะไม่ทนได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่แล้ว เพื่อเอาผิดกับรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าว หลังได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเผยว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ เพราะรับไม่ได้กับการกระทำเนื่องจากถือว่ารุนแรงเกินไป แม้ว่าจะเป็นทำเนียมปฏิบัติต่อๆ กันมา แต่ก็ถือว่าต้องกระทบต่อการเรียนและจิตใจของลูกแน่นอน

แม่มณี ลั่นไม่เคยชวนให้ลงทุน แต่ทุกคนมาเพราะโลภ โวหากได้ประกันจะคืนเงินทุกคน

ประเด็นน่าสนใจ

  • แม่มณียันหลังเป็นข่าวไม่ได้หนี แต่เตรียมเรื่องเอกสารพร้อมตั้งทนายมาสู้คดี
  • โบ้ยแม่ข่ายต้องดูแลลูกข่ายไม่ใช่มาดบ้ยความผิดให้

ที่ สภ.เมืองอุดรธานี น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวศ หรือ เดียร์ หนึ่งในผู้ต้องหาในคดี “แชร์แม่มณีลวงโลก” เปิดใจกับสื่อมวลชน ภายหลังเสร็จสิ้นให้ปากคำพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่า

หลังจากนี้ หากประกันตัวได้ จะไปถอนอายัดและเคลียร์เงินกลับให้ทุกคน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้หนี แต่ที่หลบไปเพราะไปเดินเรื่องเอกสาร แต่งตั้งทนายความเพื่อมาต่อสู้คดี ตามข่าวที่ออกไปว่าหนีไปต่างประเทศ ขอยืนยัน ไม่ได้ไปไหน จะทยอยคืนเงินทุกคน แต่แม่ข่ายต้องรับผิดชอบลูกข่ายเอง

น.ส.วันทนีย์ กล่าวอีกว่า ไม่เคยชักชวนแม่ข่ายให้หาลูกข่ายมา แต่ทุกคนมาเพราะความโลภ อยากจะได้เงินเปอร์เซ็นต์ ขอฝากไปถึงไปยังแม่ข่าย คุณเป็นแม่ข่ายคุณต้องดูแลลูกข่ายคุณ ไม่ใช่จะโยนความผิดให้เรา

โดยก่อนหน้านี้ ทั้ง น.ส.วันทนีย์ และนายเมธี ชิณภา หรือ บอส ผู้เป็นสามี กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องขอโทษใคร และไม่ได้ทำอะไรผิด

ขณะที่ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีแม่มณี จำนวน 232 คน ความเสียหายประมาณ 128 ล้านบาท

ส่วนวันพรุ่งนี้ (4 พ.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จะนำตัว น.ส.วันทนีย์ และนายเมธี ไปฝากขังต่อศาล จ.อุดรธานี โดยจะคัดค้านการประกันตัว

และจะไม่ขอนำตัวมาสอบสวนเพิ่ม เพราะผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะไปทำแผน หรือชี้ทรัพย์ของตนเอง และจะเร่งสอบสวนเพื่อส่งมอบสำนวนให้ ดีเอสไอ ประมาณวันที่ 15 พ.ย.ที่จะถึงนี้