ม็อบฮ่องกงบุกทำลายอาคารสำนักข่าวซินหัวในฮ่องกง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ประท้วงในฮ่องกง บุกทุบทำลายอาคารสำนักข่าว
  • ซินหัว สื่อกระบอกเสียงของจีนที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง
  • ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสลายม็อบการชุมนุม จนนำมาสู่การปะทะกับผู้ประท้วง
  • นอกจากนี้ผู้ประท้วงในฮ่องกง มุ่งเป้าธุรกิจที่เชื่อมโยงกับทางการจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์การประท้วงในฮ่องกง ที่ล่าสุดกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงได้เข้าไปทุบทำลายอาคารสำนักข่าวซินหัว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านหว่านไจ๋ โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนที่กลุ่มผู้ประท้วงทำลายทรัพย์สินสำนักข่าวใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่

 อาคารสำนักข่าวซินหัว

นอกจากนี้มีภาพที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นสภาพด้านหน้าอาคารสำนักข่าวซินหัวที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงทุบกระจกแตกกระจาย มีการใช้สเปรย์พ่นสีสร้างความเสียหายหลายจุด มีการบุกเข้าไปสร้างความเสียหายด้านใน และมีการจุดไฟเผาด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้กลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงเริ่ม กำหนดเป้าหมายเพื่อโจมตีสำนักงานกิจการต่าง ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกงมาระยะใหญ่แล้ว ทั้งธนาคารของจีน ไปจนถึงบริษัทห้างร้านที่มีความเชื่อมโยงกับจีน ซึ่งทางจีนก็เคยแถลงการณ์จะดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดรัดกุมมากขึ้น

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พยายามสลายการกระท้วงด้านหน้าอาคารสำนักข่าวซินหัว แต่ผู้ประท้วงก็ตอบโต้ด้วยการขว้างขวดน้ำมันเชื้อเพลิงที่จุดไฟ

นอกจากนี้มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสลายม็อบอีกหลายที่ ทั้งในย่านคอสเวย์เบย์ ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง รวมไปถึงวิกตอเรียปาร์ก ที่มีคนมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ประท้วงหลายคนก็ถูกควบคุมตัวไป

อย่างไรก็ตาม การประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกงเริ่มขึ้นเมื่อต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลฮ่องกงยกเลิกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ และนำมาสู่การเรียกร้องอื่น ๆ รวมถึงการเลือกตั้งผู้นำของฮ่องกงโดยตรงโดยปราศจากการแทรกแซงของจีนแผ่นดินใหญ่

ที่มา www.theguardian.com

‘ปารีณา’ จวก ‘แม่ธนาธร’ ปมที่ดิน ฉะอย่าโกหกต่อหน้าสื่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • “ปารีณา”จวก”แม่ธนาธร”ปมที่ดิน ชี้อย่าโกหกต่อหน้าสื่อ
  • เจ้าตัวย้ำทำเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน
  • เจ้าตัวระบุว่า อีกฝ่ายรู้ความจริงอยู่แก่ใจ ให้หยุดคิดว่าถูกกลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 3 ..เวลา11.00 ...ปารีณาไกรคุปต์..ราชบุรีพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงกรณีขอที่ดิน 500 ไร่คืนจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจมารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เนื่องจากเอกสารสิทธิที่ถือครองไม่ใช่นส.3 หรือ นส.3 ว่าตนอยากถามนางสมพรว่าสิ่งที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่เพราะการที่บอกว่าได้ซื้อที่ดินที่มีปัญหามาจากโรงงานมิตรผลตรงนี้ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเนื่องจากที่ดินประเภทภบฏ5 และ นส.3 ไม่สามารถซื้อขายได้ไม่สามารถครอบครองได้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่หลวงที่ป่าไม้จะซื้อขายได้อย่างไร

..ปารีณากล่าวต่อว่า นางสมพรไม่ควรเอาใครไปเฝ้าหรือดูแลที่ดินที่เป็นของหลวงตนอยากตั้งคำถามไปยังนางสมพรว่าพยายามทำอะไรอยู่กันแน่ซึ่งบุคคลที่ถูกว่าจ้างไปเฝ้าที่ดินอาจมีความผิดทางกฏหมายด้วย 

ทั้งนี้หากนางสมพรยืนยันว่าถูกกล่าวหาไม่เป็นธรรมตนขอแนะนำให้ไปไตร่ตรองข้อเท็จจริงที่นางสมพรรู้ดีอยู่แก่ใจน่าจะเหมาะสมกว่าคิดว่าถูกคนอื่นกลั่นแกล้งตลอดเวลา

เรื่องที่เกิดขึ้นมีผู้มาร้องเรียนและตนในฐานะผู้แทนประชาชนมีหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความทุกข์ร้อนและไม่เป็นธรรมหากตนเพิกเฉยก็ไม่เหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่กินเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทผสการที่นางสมพรส่งทีมทนายความไปในพื้นที่ปัญหามาถึง3 ครั้งแต่ตกลงกับชาวบ้านไม่ได้ ทั้งๆที่นางสมพรก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่หน้าที่ของชาวบ้านที่จะไปพิสูจน์พื้นที่ป่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งในครั้งที่สามที่นางอรสาตัวแทนนางสมพรพูดว่าจะคืนที่ดินให้แต่ต้องให้ชาวบ้านพิสูจน์พื้นที่ให้ได้จึงจะคืนทำให้ชาวบ้านไม่พอใจมากจึงนำมาสู่การร้องเรียนมาที่ตน..ปารีณากล่าว

..ปารีณากล่าวต่อว่าการที่นางสมพรกล่าวว่าให้หยุดดำเนินการไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีนั้นตนให้ความเคารพนางสมพรในฐานะผู้อาวุโสแต่เรื่องนี้เป็นประเด็นจากชาวบ้านมีเจ้าทุกข์ชัดเจนเพราะฉะนั้นหากนางสมพรจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนตนก็ไม่ขัดข้องเพราะถือว่าทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านในพื้นที่

กรมที่ดิน ลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง คอนโด-ที่ดิน-อสังหาริมทรัพย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เริ่มแล้วมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ลดค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
  • มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี2562 ระยะที่2
  • มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในเรื่องอสังหาริมทรัพย์ของ พล..อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดกรณีห้องชุดตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดและเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ดินพร้อมอาคารตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ..2562 ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 ระยะที่ 2  เพื่อลดค่าธรรมเนียมสำหรับสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยกำหนดหลักเกณฑ์การลดค่าธรรมเนียมดังนี้

ค่าธรรมเนียมการโอนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือห้องชุดราคาซื้อขายไม่เกิน3 ล้านบาทต่อหน่วยได้รับลดค่าธรรมเนียมจากร้อยละ2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์เหลือร้อยละ0.01 ของราคาประเมินทุนทรัพย์หากราคาซื้อขายเกินกว่า3 ล้านบาทไม่ได้รับลดค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจำนองอันเนื่องมาจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือห้องชุดซึ่งได้รับลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการนี้และต้องจดทะเบียนจำนองพร้อมกับการโอนในคราวเดียวกันเท่านั้นวงเงินจำนองไม่เกิน3 ล้านบาทต่อหน่วยได้รับลดค่าธรรมเนียมจากร้อยละ1 ของวงเงินจำนองเหลือร้อยละ0.01 ของวงเงินจำนองหากวงเงินจำนองเกินกว่า3 ล้านบาทไม่ได้รับลดค่าธรรมเนียม

โดยที่ผู้ขายต้องเป็นผู้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินหรือที่ดำเนินการจัดสรรที่ดินโดยทางราชการหรือองค์การของรัฐบาลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายหรือผู้ประกอบการที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดและผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ประกาศดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่2 ..2562 ถึงวันที่24 ..2563