DSI บุกค้น 6 จุด เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดี แชร์ FOREX 3D

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับคดี แชร์ FOREX 3D
  • พร้อมทำการอายัดทรัพย์สิน และคอมพิวเตอร์กว่า 20 เครื่อง
  • และอายัดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 แปลง มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท

วานนี้ (22 พ.ศ.62) พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 153/2562 (กรณีประชาชนถูกหลอกให้ลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX 3D) นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีพิเศษดังกล่าว ตามหมายค้นของศาลอาญาที่ 434 – 439/2562 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เพื่อตรวจค้นและยึดสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป จำนวนรวม 6 จุด ดังนี้

จุดตรวจค้นที่ 1 เป็นอาคารรอย์ช ไพรเวท เรสซิเดนซ์ส ห้องชุดเลขที่ 61/125 ชั้น 38 อาคารเอ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้นพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทางคดี ตรวจยึดเครื่องประดับมีค่า นาฬิกาหรู อายัดรถยนต์ จำนวน 1 คัน

จุดตรวจค้นที่ 2 เป็นอาคารรอย์ช ไพรเวท เรสซิเดนซ์ส ห้องชุดเลขที่ 61/155 ชั้น 20 อาคารบี ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้นพบว่าเป็นห้องสูทเช่า การตรวจค้นไม่มีสิ่งของที่ตรวจยึดที่มีราคา ภายในห้องส่วนใหญ่เป็นของเฟอร์นิเจอร์ทั่ว ๆ ไป

จุดตรวจค้นที่ 3 บริษัท มี ดี เพย์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 168/58 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้น พบว่าเป็นสำนักงานที่มีเฟอร์นิเจอร์แต่ไม่มีการใช้งาน สอบถามผู้ให้เช่าสถานที่แล้วพบว่า หลังจากทำการเช่าไม่มีพนักงานของบริษัทฯ มาทำงาน แสดงให้เห็นว่าเป็นบริษัทที่ตั้งมาหลอกลวงผู้ลงทุนโดยไม่มีการดำเนินกิจการจริง

จุดตรวจค้นที่ 4 โครงการ Life@Ratchada Huaykwang ชั้น 5 ห้องเลขที่ 189/24 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญแขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้น มีลักษณะเป็นห้องชุด ขนาด 41 ตารางเมตร สภาพห้องอยู่ระหว่างการรีโนเวท ตกแต่งภายใน เบื้องต้นได้ตรวจยึดอายัดรถยนต์ Honda civic หมายเลขทะเบียน 6 กฐ 8626 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อเจ้าของห้องชุดเลขที่ดังกล่าวเป็นผู้ครอบครอง

จุดตรวจค้นที่ 5 บ้านเลขที่ 1 ถนนสตรีวิทยา 2 ซอยสตรีวิทยา 12 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้น ได้ยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ รวมทั้งรถยนต์จำนวน 1 คัน

จุดตรวจค้นที่ 6 บริษัท อาร์ เอ็ม เอส แฟมิเลี่ย จำกัด อยู่ภายในบริเวณภายในพื้นที่สำนักงานให้เช่าของ บริษัท รีจัส รัชดา เซ็นเตอร์ จำกัด ชั้น 20 ตั้งอยู่เลขที่ 89 ตึกเอไอเอ แคปปิตอล ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จากการตรวจค้น เบื้องต้นมีสภาพเป็นสำนักงานให้เช่าในชั้น 20 ของตึกเอไอเอ

โดยมีพื้นที่ในการเช่ากินพื้นที่ 1 ใน 3 ของชั้น 20 เนื่องจากตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า​ได้เช่าพื้นที่ขยายมากกว่าการสืบสวน ผลการตรวจค้นได้ทำการยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวนประมาณ 20 ตัว ฮาร์ดดิสจากเครื่องถ่ายเอกสาร จำนวน ​1​ ชุด​ และทรัพย์สินที่มีค่าจำนวนหนึ่ง​ตามที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ​(ปปง.) ร้องขอให้ยึดไว้ เช่น​ โทรทัศน์ขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตัว​ จอคอมพิวเตอร์ราคาสูง จำนวน 14 ตัว

นอกจากนี้ ยังได้อายัดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 แปลง มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท และอายัดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง มูลค่าประมาณ 76 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอยู่ระหว่างตรวจสอบบ้านพัก ห้องชุด ที่ดิน และรถยนต์ เพื่อขยายผลในทางคดีต่อไป

การดำเนินการดังกล่าวข้างตัน เป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการปฏิรูปการทำงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และเป็นการบูรณาการทรัพยากรในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมสำคัญ เป็นไปตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทุกท่านสามารถลงทะเบียนข้อมูลผ่านระบบคิวอาร์โค้ดที่หน้าเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อจะได้มีข้อมูลสอบทานจำนวนผู้เสียหายและความเสียหาย และกรมสอบสวนคดีพิเศษขอย้ำเตือนไปยังผู้เสียหายและพยาน ขอให้ร่วมมือให้ข้อเท็จจริงแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้เสียหาย ขอให้ดำเนินการตามคำแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ขอให้มาแจ้งความร้องทุกข์โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ได้รับการเฉลี่ยทรัพย์

อีกทั้งการดำเนินคดีอาญาภายหลังจากที่มีการสอบสวนคดีนี้เสร็จสิ้นไปแล้วอาจมีปัญหาในข้อกฎหมาย ทั้งนี้ หากท่านมีเบาะแสในเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือโทรสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

‘กรุงเทพโพลล์’ เผยปชช. 40.7% มองเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เกิดจากความโลภ

ประเด็นน่าสนใจ

  • “กรุงเทพโพลล์” สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ถอดบทเรียน แชร์ลูกโซ่ คนไทยได้รับบทเรียนอะไร”
  • ร้อยละ 95.9 รู้จัก และทราบรูปแบบแชร์ลูกโซ่ ที่แฝงมากับการลงทุนต่างๆ
  • ร้อยละ 40.7 มองว่ากรณีแชร์ลูกโซ่นั้น เกิดจากคนหวังผลตอบแทนที่สูง

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ถอดบทเรียน แชร์ลูกโซ่ คนไทยได้รับบทเรียนอะไร” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,197 คน ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 95.9 รู้จัก และทราบรูปแบบแชร์ลูกโซ่ ที่แฝงมากับการลงทุน น้ำมัน ทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ

ขณะร้อยละ 52.9 รู้จักแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับธุรกิจขายตรง และร้อยละ 50.0 รู้จักแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ โดย ร้อยละ 47.7 มองว่า ความโลภ คือปัจจัยที่ทำให้แชร์ลูกโซ่สามารถจูงใจคนให้หลงเชื่อ, ร้อยละ 28.6 ได้รับผลตอบแทนสูงมากกว่าปกติ สูงกว่าทำธุรกิจอื่นๆ และร้อยละ 10.3 คนอยากหารายได้เพิ่มที่รวดเร็ว เห็นผลเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 40.7 ระบุ จากกรณีแชร์ลูกโซ่สะท้อน หรือให้บทเรียนอะไรกับสังคมไทย คือคนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะอยากได้รับผลตอบแทนสูง, รองลงมาร้อยละ 21.0 สังคมขาดการให้ความรู้ เท่าทัน ต่อกระบวนการลงทุน และร้อยละ 17.1 รายได้ในปัจจุบันไม่เพียงพอ ต้องการอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ร้อยละ 5.1 ทำให้จำนวนคนเป็นหนี้มากขึ้นเพราะกู้เงินมาลงทุน ส่งผลให้เงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศหายไป

ส่วนวิธีป้องกันตัวเองเพื่อให้ปลอดภัยไม่ตกเป็นเหยื่อในวงจรธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ร้อยละ 39.8 ให้ปฏิเสธทันทีเมื่อมีคนเข้ามาคุยและเชิญชวนร่วมทำธุรกิจประเภทนี้,ร้อยละ 33.5 ให้คิดไว้เสมอว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ และร้อยละ 14.9 ต้องหาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาคนรอบข้าง ก่อนตัดสินใจ

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ชวนชมฟักไข้เต่ามะเฟือง ผ่าน LIVE ทางเว็บไซต์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ขึ้นวางไข่ที่หาดท้ายเหมือง จ.พังงา
  • จนท.จึงนำไข่ไปไว้ในที่ปลอดภัย ป้องกันการถูกทำลาย พร้อมติดตั้ง CCTV ดูแลใกล้ชิด
  • คาดกลาง ม.ค.ปีหน้า ฝักออกมาเป็นตัว

หลังจาก เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 62 พบเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่เกือบ 2 เมตร ขึ้นมาวางไข่จำนวน 104 ฟอง เป็นไข่ดี 85 ฟอง ไข่ลม 19 ฟอง ที่บริเวณหาดท้ายเหมือง ภายนอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และเจ้าหน้าที่ได้ย้ายไข่เต่าไปฟักบริเวณชายหาดในเขตอุทยานฯ เรียบร้อยแล้ว

พร้อมกันนี้ได้ทำคอกกั้นและติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิในหลุมไข่ ติดตามการเติบโต เพื่อเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในหลุม ซึ่งการติดตามการฟักของลูกเต่าในปีที่ผ่านมา สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ

โดยตามปกติไข่ที่มีการพัฒนาจะมีอุณหภูมิในหลุมไข่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันฟักเป็นตัว ของเหลวในไข่จะแตกออกมาพร้อมตัวลูกเต่า ซึ่งจะทำให้ค่าอุณหภูมิลดต่ำลง และเมื่อไข่แตกพร้อมๆ กัน ทรายด้านบนหลุมจะยุบตัวลง คาดว่าไข่เต่ามะเฟืองจะฟักในอีกประมาณ 55-60 วัน ซึ่งเป็นช่วงกลางเดือนมกราคมปีหน้า

ล่าสุด กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ติดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ถ่ายทอดภาพสดจากหลุมไข่เต่ามะเฟืองขึ้นออนไลน์ ผ่านกล้อง CCTV รวม 6 ตัว เชื่อมโยงผ่านเว็บไซต์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

เต่ามะเฟือง ถือเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นสัตว์ทะเลหายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่สุด ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทยจำนวนประชากรพ่อแม่พันธุ์เต่ามะเฟืองที่มาผสมพันธุ์และวางไข่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงปีละไม่ถึง 10 ตัว จึงได้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการคุ้มครอง ให้เป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 18 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535