ทางหลวง ไฟเขียวใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. บนถนนสายเอเชียได้แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้เป็นไปตามนโยบายของ คมนาคม เพื่อให้จราจรคล่องตัวขึ้น
  • ส่วนเส้นอื่นต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้อีกครั้ง
  • ความเร็ว 120 กม./ชม. วิ่งได้เฉพาะเลนขวาสุดเท่านั้น

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการที่กระทรวงคมนาคม  มีนโยบายปรับเพิ่มเพดานความเร็วรถยนต์สูงสุด 120 กิโลเมตร/ชม. สำหรับถนนที่มี 4 ช่องจราจรขึ้นไป เพื่อระบายการจราจรให้คล่องตัวนั้น ว่า

ขณะนี้กรมทางหลวงได้เลือกถนน ทล.หมายเลข 32 (สายเอเชีย) ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 150 กม. นำร่องในการให้ใช้ความเร็วตามมาตรการดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเป็นถนนที่มีเกาะกลางหลายรูปแบบ

ทั้งแบบร่องกลาง แบบแบริเออร์ตลอดแนวเส้นทาง แบ่งช่องจราจรชัดเจน และรถใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เพราะกว่าร้อยละ 85 ของความเร็วรถเฉลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ 110-125 กม.ต่อชม. โดยเฉพาะช่องจราจรขวาสุด

ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับ คือ ช่องซ้ายสุด ไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. ช่องกลางไม่เกิน 100 กม.ต่อชม. และช่องขวาไม่เกิน 120 กม.ต่อ ชม. เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายสำหรับผู้ขับขี่ เดินรถได้อย่างสมดุลกัน และมีความปลอดภัย 100%

อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการนำร่องใช้ความเร็ว 120 กม. ในถนนเส้นทางนี้ได้สำเร็จ ทำให้อนาคตถนนสายเอเชียจะไม่มีจุดกลับรถระดับพื้นราบ ทำให้มีความปลอดภัยที่ดีมาก และสามารถใช้เป็นต้นแบบปรับจุดกลับรถตามสภาพภูมิประเทศได้

ส่วนการขยายผลไปใช้กับเส้นทางอื่นๆ นั้น ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานสำรวจและออกแบบ, เขตทางหลวง และแขวงทางหลวงที่รับผิดชอบพื้นที่ สำรวจถนน เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผล เพราะบางจุดต้องปรับสภาพถนนก่อน

จนท. ปะทะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ หนองจิก จ.ปัตตานี

ประเด็นน่าสนใจ

  • การข่าวแจ้งมีผู้ก่อความไม่สงบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
  • เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้นำศาสนาเข้าเจราจรพูดคุย
  • คนร้ายไม่ยอมจำนนจึงยิงปืนใส่ จนท. จนนำไปสู่เหตุปะทะ
  • เบื้องต้นคนร้ายดับ 2 ราย ส่วน จนท. ปลอดภัย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนของวันที่ 21 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ บ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปิดล้อมหมู่บ้านดังกล่าว หลังการข่าวได้แจ้งว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้เคลื่อนไหวในพื้นที่

โดย พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า พอได้รับแจ้งว่า พบบุคคลต้องสงสัย เข้ามาพักหลบซ่อนในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังพล​ ร่วม 3 ฝ่าย เข้าตรวจสอบ พร้อมประสานผู้นำศาสนาเข้ามาเพื่อช่วยเจรจา

แต่หลังจากเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง การพูดคุยไม่เป็นผล คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดช่องหลบหนี ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น จนในที่สุดหลังเสียงปืนสงบพบว่ากลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม จะมีการรายงานให้ทราบอีกครั้ง

พยากรณ์อากาศวันนี้ 22 พ.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น ลมแรงในตอนเช้า
  • ยอดดอยมีอาการหนาว-หนาวจัด
  • ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึง กทม. มีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง
  • ภาคใต้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง บริเวณพื้นราบในภาคเหนือตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส สำหรับในตอนกลางวันบริเวณที่โล่งแจ้งมีแดดจัด และอากาศอุ่น ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง

สำหรับภาคใต้ตอนกลางยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

พื้นราบทางตอนบนของภาค มีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส พื้นราบทางตอนล่างของภาค มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอย มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ มีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.