จากบทรอง สู่บทพระเอก ก้าวที่น่าจับตาของมาสุ จรรยางค์ดีกุล

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาสุ จรรยางค์ดีกุล กำลังได้รับการผลักดันเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกอีกคนของช่อง 3 หลังจากสะสมฝีมือทางการแสดงในหลายบทบาทมาแล้วกับผู้จัดและผู้กำกับหลายคนในละครหลายเรื่อง

จุดเริ่มต้นก้าวเล็กๆ

จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงของมาสุ เกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มต้นงานในวงการด้วยการเป็นดีเจในคลื่น Pynk98 ร่วมกับดีเจมะตูม และแสดงซิทคอมเรื่อง คลื่นใสวัยปิ๊งค์ รับบทเป็น มาวิน ทางช่อง 5 และได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 ในเวลาต่อมา โดยบทบาทแรกภายใต้หน้าจอช่อง 3 ของเขา คือการรับบท อาสุง (วัยหนุ่ม) ในละครซีรีส์ เลือดมังกร ซึ่งเป็นละครฟอร์มใหญ่ของช่อง 3 และแน่นอนว่าแม้เพียงบทบาทเล็กๆ แค่เพียงไม่กี่ฉาก ก็ทำให้รูปร่างหน้าตาของมาสุ เป็นที่พูดถึงในตอนที่ละครเรื่องนี้ออกฉายเลยทีเดียว

พระเอกละครเย็นเรตติ้งดี

หลังจากรับบทเล็กๆในละครซีรีส์ชุดเลือดมังกร และรับบท เจ้าสัววรรณ วรรณดำรง (วัยหนุ่ม) ในละครเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ มาสุก็ได้รับบทพระเอกละครเย็นเรื่อง บุรำปรัมปรา ในบท แสนสมุทร โดยมีนางเอกอย่างมิว ลักษณ์นารา โดยในเรื่องนี้กลายเป็นละครเย็นเรตติ้งดี เนื่องจากเรื่องราวที่นำวรรณคดีของไทยมาผสมผสานกับความโรแมนติก – แฟนตาซี ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แน่นอนว่าด้วยเรื่องราวของละครที่สนุก และบรรดาตัวละครพร้อมนักแสดงนำที่เข้าถึงทุกเพศทุกวัย ทำให้ชื่อของมาสุ กลายเป็นชื่อที่เริ่มได้รับการจับตามองจากแฟนละคร

บทรอง – พระเอก – ตัวร้าย

หลังจากได้รับบทพระเอกละครเย็นเรตติ้งดีกระแสเยี่ยมจากละครเรื่อง บุรำปรัมปรา ผลงานหลังจากนั้น ก็ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการทางการแสดงของมาสุ มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการรับบทพระรองในละครดราม่าเข้มข้นอย่าง คลื่นชีวิต ซึ่งพระเอกคือ หมาก ปริญ และนางเอก คือ ญาญ่า ส่วนตัวละครที่มาสุได้รับ คือ บทเจตต์ ซึ่งคู่กับสาวณิชา หลังจากผ่านละครดราม่าเข้มข้นอย่าง คลื่นชีวิต ไป ผลงานเรื่องต่อมาของมาสุ ก็เป็นผลงานที่ทางช่อง 3 เริ่มดันให้เขารับบทพระเอก ในละครแฟนตาซี -โรแมนติก – คอมมาดี้ อย่างเรื่อง ชั่วโมงต้องมนต์ แต่ในละครเรื่องนั้น ดูเหมือนคนดูจะให้น้ำหนักไปที่บทบาทของ บอม ธนิน ที่พลิกบทบาทมาในตัวละครที่ชอบเพศเดียวกัน แต่ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวและฝีมือการแสดงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มาสุเองยังโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำ หากแต่หลังจากชั่วโมงต้องมนต์ ละครที่ทำให้ฝีมือการแสดงของมาสุได้รับการยอมรับอย่างมากสำหรับคอละคร คือ ละครเรื่อง ลับลวงใจ ในบท โจ้ ซึ่งเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบร้ายๆ คาริสม่าของหนุ่มเจ้าชู้ และเจ้าคิดเจ้าแค้น โดยมาสุ ตีบทแตกกระจุย จนได้รับคำชมไปเต็มๆจากพัฒนาการทางการแสดงที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากละครเรื่องแรกๆที่เคยได้รับ และแน่นอนว่า จากบุคลิกที่ดูเป็นวัยรุ่นๆ มาในเรื่องนี้ เราจะได้เห็นเสน่ห์แบบชายหนุ่มที่โตเต็มวัยจากมาสุ

และในปัจจุบัน ผลงานของมาสุที่กำลังออนแอร์อยู่ เขาก็มาในบทพระเอกในเรื่อง ดาวหลงฟ้า ละครรีเมกเรื่องดังในอดีต และผลงานในปี 2020 กับละครลี้ลับเหนือธรรมชาติอย่างละครเรื่อง ผมอาถรรพ์ งานนี้ก็ต้องบอกว่าชื่อของ มาสุ ในอนาคตอันใกล้ จะกลายเป็นพระเอกอีกคนของช่อง 3 ที่น่าจับตามอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.ch3thailand.com , www.thaitv3.com
และ IG : masu_ms

‘โป๊ปฟรานซิส’ เสด็จเยือนทำเนียบฯ นายกฯให้การต้อนรับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ สมเด็จพระสันตะปาปา
  • โดยช่วงเย็น สมเด็จพระสันตะปาปา เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
  • ประกอบพิธีมิสซาร่วมกับคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก ที่สนามศุภชลาศัย

ที่ หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ สมเด็จพระสันตะปาปาในการเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. 62 ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สัมผัสพระหัตถ์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส แล้วกราบทูลเชิญเสด็จตามพรมแดง ไปยังแท่นรับความเคารพ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีวงดุริยางค์บรรเลงเพลงชาตินครรัฐวาติกัน และเพลงชาติไทย ตามลำดับ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จไปยังแถวผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธี

โดยอธิบดีกรมพิธีการทูต ขอประทานพระอนุญาตเบิกผู้มีเกียรติที่มารับเสด็จ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่หัวหน้าฝ่ายพิธีการทูตนครรัฐวาติกัน ได้แนะนำคณะผู้ติดตามทางการฝ่ายวาติกันต่อนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จไปยังตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ฉายพระรูปร่วมกัน ณ บันไดโถง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนกราบทูลเชิญเสด็จไปยังห้องสีงาช้าง โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม และทอดพระเนตรของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้างด้านนอก

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในห้องสีงาช้างด้านใน และกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอก โดยมีคณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี แขกผู้มีเกียรติ และคณะสื่อมวลชน เข้าเฝ้ารับเสด็จ ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวถวายการต้อนรับ และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะประทานสุนทรพจน์ ก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะเสด็จออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และเสด็จไปโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

ช่วงเย็นมีหมายกำหนดการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน แล้วเสด็จประกอบพิธีมิสซาร่วมกับคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิก ที่สนามศุภชลาศัย ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมพิธีไม่น้อยกว่า 70,000 คน วันที่ 22 พ.ย. สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปยังวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร อ.สามพราน จ.นครปฐม แล้วเสด็จไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเสด็จไปทำพิธีมิสซา ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ภายหลังเสร็จสิ้นการเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะเสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่นต่อไป

บอร์ดค่าจ้าง เลื่อนเคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 6 ธ.ค.62

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลชี้แจงเศรษฐกิจยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง เงินลงทุนทะลุกว่า 4.3 แสนล้านบาท
  • ตัวเลขกิจการพบเปิดมากกว่าปิด 2 เท่า
  • เลื่อนเคาะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นวันที่ 6 ธันวาคมนี้ หวั่นสินค้าขึ้นราคาล่วงหน้า

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยว่าคณะกรรมการค่าจ้าง หรือบอร์ดไตรภาคีมีมติเลื่อนเคาะค่าจ้าง เป็นวันที่ 6 ธันวาคม เนื่องจากต้องพิจารณาข้อมูลสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน และประเมินผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการขึ้นค่าจ้าง

สำหรับข้อเสนอของกลุ่มลูกจ้าง ที่ต้องการให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเท่ากัน 400 บาท ไม่สามารถเป็นไปได้ยังคงพิจารณาตามรายจังหวัดเช่นเดิม โดยได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเข้าไปสำรวจ รายจ่ายของลูกจ้างแต่ละจังหวัดอย่างละเอียด พบว่ามีรายจ่ายไม่เท่ากัน

หากขึ้นปรับขึ้นค่าแรงตอนนี้ อาจกระทบราคาสินค้า

ส่วนบรรยากาศการพูดคุยกัน 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ มีบรรยากาศที่สมานฉันท์มีตัวเลขอยู่ในใจแล้วแต่ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องขอเลื่อนการพิจารณาออกไป เนื่องจากเกรงว่าหากเคาะตัวเลขขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในเวลานี้จะทำให้สินค้าขึ้นราคา ไปล่วงหน้า

ขณะที่ สถานการณ์ปิดกิจการเลิกจ้างก็มีความเป็นห่วงว่า การขึ้นค่าแรงจะไปกระทบหรือซ้ำเติมปัญหาหรือไม่ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในที่ประชุม ได้นำไปพิจารณาให้รอบครอบ โดยกระทรวงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีแพ็คเกจหาตำแหน่งงาน ให้กับลูกจ้างที่ตกงานเนื่องจากข้อมูลกรมโรงงาน มีโรงงานเปิดมากกว่าปิด

ส่วนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและไม่ได้ค่าชดเชยตามกฎหมายก็พร้อมที่จะเข้าไปเจรจากับนายจ้าง ซึ่งสถิติตัวเลขในการไกล่เกลี่ยระหว่างปีนี้กับปีที่แล้วไม่ต่างกันมากนัก ไม่มีความหมายในเชิงสถิติใดๆ ว่าปีนี้แย่กว่า ส่วนสถานการณ์ในปีหน้าเชื่อว่ายังคงเป็นบวก อย่างแน่นอน เมื่อเป็นคนไทย อยู่ประเทศไทยก็ยังคงจะต้องมีความหวังว่าจะต้องดีขึ้น

โฆษกรัฐบาล แจงสถานการณ์เศรษฐกิจ

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการขอยื่นเปิดกิจการโรงงานใหม่ สูงถึง 2,889 โรงงาน มีการจ้างสูงถึง 84,033 คน และมีการจ้างงานเพิ่มจากการขยายโรงงานอีกจำนวน 84,704 คน

ขณะที่การยื่นขอปิดกิจการโรงงานจำนวน 1,391 โรงงาน มีการเลิกจ้างงานจำนวน 35,533 คน กล่าวคือมีโรงงานเปิดใหม่สูงขึ้นกว่าปิดกิจการกว่า 2 เท่าตัวและพบว่าปีนี้มีเงินลงทุนเพิ่มสูงถึง 4.31 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 36.6% สอดคล้องกับข้อมูลกระทรวงแรงงานที่รายงานว่ายังมีตำแหน่งว่างถึง79,000 อัตรา

ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือตามนโยบาลรัฐบาล ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์และแขนกล ท่องเที่ยวสุขภาพ และยานยนต์ตามลำดับ