ธนาธร “ขอบคุณทุกกำลังแรงใจ ขอเดินหน้าต่อไปด้วยกัน”

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย กรณี ‘ธนาธร’ ถือหุ้นสื่อ ’ธนาธร’ ยืนยันโอนหุ้นถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการโอนก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
  • นายธนาธร ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า ยืนยันว่ามีการเซ็นโอนหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น ให้กับนางสมพร มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 62

ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 13:00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา เดินทางร่วมนัดฟังคำวินิจฉัย ในกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ จากเหตุถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้

โดยบรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าประจำตามจุดต่าง ๆ ทั่วอาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และบริเวณโดยรอบ มีบรรดาผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่เดินทางมาให้กำลัง

สำหรับคดีนี้กกต. ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 16 พ.ค. โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยและสั่งให้นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ซึ่งในกระบวนการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ศาลได้เรียกพยานเข้าไต่สวนจำนวน 10 ปาก ทั้งนายธนาธร ผู้ถูกฟ้องคดี นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา

โดยนายธนาธร ยืนยันว่ามีการเซ็นโอนหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น ให้กับนางสมพร มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 62 ดังนั้นขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 6 ก.พ. 62 จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้มีมติว่านายธนาธร มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งก็จะมีผลให้นายธนาธร ต้องพ้นจากการเป็นส.ส.ทันที และหลังจากนั้นทางกกต.ก็จะมีการดำเนินการในคดีอาญาตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กรณีที่นายธนาธร รู้อยู่แล้วว่าตนเองเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่ยังคงใช้สิทธิลงสมัครซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น -2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

จีนประณาม ‘วุฒิสภาสหรัฐฯ’ หลังผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนฮ่องกง

ประเด็นน่าสนใจ

  • จีนออกโรงแถลงประณามกรณีวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง 2019
  • จีนระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงกิจการฮ่องกงและจีน

เกิ่งส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนว่าจีนขอประณามอย่างรุนแรงและคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ กรณีผ่านร่างกฎหมายที่ใช้ชื่อว่ากฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง 2019 (Hong Kong Human Rights and Democracy Act of 2019)

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกงเมื่อวันที่ 19 พ.ย. การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงและความจริง ใช้สองมาตรฐาน แทรกแซงกิจการฮ่องกงและกิจการภายในอื่นๆ ของจีนอย่างโจ่งแจ้ง การกระทำดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและธรรมเนียมปฏิบัติพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจีนขอประณามและคัดค้านอย่างหนักแน่น

ตลอดช่วงเวลาราว 5 เดือนที่ผ่านมา ความสุดโต่ง ความรุนแรง และอาชญากรรมต่างๆ คุกคามความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรุนแรง ทำลายหลักนิติธรรมและความเป็นระเบียบในสังคม สั่นคลอนความรุ่งเรืองและเสถียรภาพของฮ่องกง รวมทั้งท้าทายขีดจำกัดของหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”

ปัญหาที่ฮ่องกงเผชิญไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนหรือประชาธิปไตย แต่เกี่ยวข้องกับการยุติความรุนแรงและความวุ่นวาย ยึดมั่นต่อหลักนิติธรรมและฟื้นฟูความเป็นระเบียบให้กลับคืนดังเดิมโดยเร็วที่สุด รัฐบาลกลางจะสนับสนุนรัฐบาลเขตบริหารพิเศษในการบริหารฮ่องกงอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไปอย่างหนักแน่น สนับสนุนตำรวจให้บังคับใช้กฎหมาย และสนับสนุนองค์กรตุลาการให้ลงโทษอาชญากรที่ใช้ความรุนแรง ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปกป้องความรุ่งเรืองและเสถียรภาพของฮ่องกง

นับตั้งแต่ฮ่องกงกลับคืนสู่มาตุภูมิ หลักปฏิบัติ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับโดยสากล ปัจจุบันพลเมืองมีสิทธิที่เป็นประชาธิปไตยในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนและสามารถใช้เสรีภาพของพวกเขาได้ตามกฎหมาย ร่างกฎหมายที่ผ่านโดยวุฒิสภาสหรัฐฯ นั้นยังคงมืดบอดต่อข้อเท็จจริงหลายประการและมืดบอดต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนฮ่องกง

แม้ตัดวาระแอบแฝงทางการเมืองออกไป ร่างกฎหมายนี้ยังวาดภาพพฤติการณ์ที่เป็นอาชญากรรมให้เป็นการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในขณะที่ความเป็นจริงคือเหล่าอาชญากรที่ใช้ความรุนแรงทุบทำลายสิ่งก่อสร้างอย่างป่าเถื่อน จุดไฟเผา รังแกและโจมตีพลเมืองที่บริสุทธิ์ ใช้กำลังเข้ายึดพื้นที่มหาวิทยาลัย ปลุกระดมเด็กนักเรียนนักศึกษาที่เป็นเยาวชน และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยวิธีการที่ไตร่ตรองมาแล้วล่วงหน้า วัตถุประสงค์คือการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านจีน กลุ่มหัวรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสุดโต่งที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งพยายามจะโค่นล้มฮ่องกง ทำลายความรุ่งเรืองและเสถียรภาพของฮ่องกง เพื่อที่พวกเขาจะสามารถควบคุมประเทศจีนได้โดยการสร้างความโกลาหลจากประเด็นฮ่องกง ซึ่งเป็นเจตนามุ่งร้ายของบุคคลบางคนอย่างชัดเจน การกระทำเช่นนี้จะไม่เพียงสั่นคลอนผลประโยชน์ของจีน แต่ยังสั่นคลอนผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในฮ่องกงด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความพยายามจะแทรกแซงหรือกีดขวางการพัฒนาของจีนทั้งหมดนั้นจะสูญเปล่า

จีนขอย้ำอีกครั้งว่าฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน และกิจการฮ่องกงคือกิจการภายในของจีน เราขอให้สหรัฐฯ ทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ถ่องแท้ ยุติการกระทำที่ผิดก่อนจะสายไป และขอให้มีมาตรการโดยทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกฎหมายนี้เปลี่ยนสถานะเป็นกฎหมาย สหรัฐฯ จะต้องยุติการแทรกแซงกิจการฮ่องกงและกิจการภายในอื่นๆ ของจีนโดยทันที หรือมิเช่นนั้นผลกระทบเชิงลบที่ตามมาจะย้อนกลับเข้าตัวสหรัฐฯ เอง จีนจะต้องใช้มาตรการตอบโต้ที่รุนแรงเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์การพัฒนาประเทศของจีน หากสหรัฐฯ ยืนยันที่จะเดินหน้าการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้

ที่มา xinhuathai

เปิดหมายกำหนดการ ‘โป๊ปฟรานซิส’ เสด็จเยือนประเทศไทย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จเยือนประเทศไทย ในรอบ 35 ปี
  • ’โป๊ปฟรานซิส’ เสด็จถึงไทยแล้วเมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562
  • ก่อนหน้าที่จะเสด็จมายังประเทศไทย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส มีพระดำรัสว่า ทรงมีความยินดีที่ได้เสด็จมาเยือนประเทศไทย ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีอันน่าชื่นชม

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. 2562 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เสด็จเยือนประเทศไทย ในรอบ 35 ปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 350 ปี แห่งการสถาปนามิสซังสยาม และฉลอง 50 ปี แห่งสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย และนครรัฐวาติกัน โดยมีกำหนดการพบปะบุคคลสำคัญ และคริสตศาสนิกชนไทย ที่คนไทยร่วมเข้าเฝ้าพระองค์ได้ ดังนี้

สำหรับกำหนดการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปามีดังนี้

  • 21 พฤศจิกายน 2562

จะได้เสด็จไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อประทานพระดำรัสแก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทูตานุทูต จากนั้น เสด็จไปเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้น ทรงพบกับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์คาทอลิก กับทั้งทรงเยี่ยมประทานพระพรแก่ผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ต่อมา เสด็จไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเสด็จมาทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (พิธีมิสซา) สำหรับประชาสัตบุรุษ ในโอกาสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย ณ สนามศุภชลาศัย

  • 22 พฤศจิกายน 2562

จะประทานพระวโรกาสให้คณะบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต สามเณร ผู้ฝึกหัด ครูคำสอน เข้าเฝ้ารับประทานพระโอวาท ณ วัดนักบุญเปโตร และสักการสถานบุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้นทรงพบกับคณะบิชอปของประเทศไทย และคณะบิชอปจากสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย

ก่อนเสด็จกลับทรงพบกับคณะนักบวชเยสุอิตที่สังกัดในประเทศไทย แล้วเสด็จไปทรงพบกับผู้นำคริสตศาสนานิกายต่างๆ รวมถึงผู้นำศาสนาในประเทศไทย พร้อมทั้งคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) สำหรับเยาวชน ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ

  • 23 พฤศจิกายน 2562

เสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น

การเสด็จเยือนเพื่ออภิบาลประเทศไทยและญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน 2562 นับเป็นการเสด็จเยือนประเทศในทวีปเอเชีย ครั้งที่ 4 ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส หลังจากเสด็จเยือนประเทศเกาหลี เมื่อเดือนสิงหาคม 2557  ประเทศศรีลังกาและฟิลิปปินส์ ในเดือนมกราคม 2558 ประเทศเมียนมาและบังคลาเทศ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2560 และเป็นครั้งที่ 32 ที่ทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อเสด็จเยี่ยมอภิบาลนอกประเทศอิตาลี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงเป็นพระประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิกพระองค์ที่่ 2 ที่เสด็จเยือนประเทศไทย ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งได้เสด็จเยือนประเทศไทย ระหว่างวันทีี่่ 10 – 11 พฤษภาคม 2527 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน ต่อมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ถวายพระเกียรติสถาปนาสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เป็นนักบุญ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน