ดีเจแมน-ใบเตย เข้าพบดีเอสไอ ให้ข้อมูลคดี ‘แชร์ Forex 3D’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางดีเอสไอ ได้มีการเชิญ ‘ดีเจแมน และ ใบเตย’ เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับ แชร์ Forex 3D
  • ยืนยันไม่ได้เป็นหุ้นส่วน มีการลงทุนไปประมาณ 1 ล้านบาท
  • เผยข้อมูลตอนนี้มีผู้เสียหายกว่า 8 พันราย เงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท

นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย เดินทางเข้าพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ตามหมายเรียกเพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน คดีแชร์ FOREX 3D ว่าคดีดังกล่าวมีประชาชนถูกหลอกให้ร่วมลงทุนโดยมีได้รับผู้เสียหายกว่า 8 พันกว่าราย ตรวจสอบพบมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท

โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ดีเอสไอได้เชิญคุณแมนและคุณใบเตยมาให้ข้อมูล และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งเกี่ยวกับประเด็น FOREX 3D โดยจากการตรวจสอบของดีเอสไอทราบว่ามีผู้คนเข้าไปเกี่ยวข้อง 8,800 คน ในวงเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้าน และในการดำเนินการตรงนี้ ทางดีเอสไอได้ขอความร่วมมือไปกับสถาบันทางการเงินให้ดูเส้นทางการใช้จ่ายหรือเดินเงินทั้งหมด และให้ ปปง. ช่วย ซึ่งทาง ปปง. ก็รับช่วยทั้ง 2 เรื่อง คือ FOREX 3D และ แชร์แม่มณี

ทั้งนี้การที่ได้เชิญดีเจแมนและใบเตยมาให้ข้อมูลเราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ในส่วนของประเด็นที่เกี่ยวกับภาพและความเกี่ยวข้องของทั้งสองท่านนี้ หลังมีภาพไปปรากฎอยู่กับกลุ่มหรือญาติของผู้บริหารของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการที่มีดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นบุคคลสาธารณะได้มีรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว หากได้เข้ามาช่วยกันให้ข้อมูล บุคคลทั้งหลายเขาก็จะได้ไม่ต้องอึดอัดหรือต้องเกรงกลัวกับสิ่งต่างๆ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากความสุทธิ์ใจ

ความเกี่ยวข้องที่ว่ามานั้นมีหลายระดับที่บุคคลสาธารณะเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างเช่นกรณีที่หนักที่สุดคือการเข้าไปถือหุ้น หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เป็นแชร์ หรือไปยุ่งเกี่ยวไปใกล้ชิดกับท้าวแชร์ ผู้บริหารแชร์ ไปจนถึงถือหุ้นในบริษัทนั้นๆ ซึ่งในประเด็นที่สอง คือการใช้จ่ายเงินของแชร์ในบัญชีที่เกี่ยวข้องของแชร์นั้นๆ หรือในประเด็นที่ห่างที่สุดก็คือ อาจจะมีรูปภาพที่ไปเกี่ยวข้องกับผู้คนหรือญาติพี่น้อง อย่างเช่น ลูกของท้าวแชร์ที่ทำธุรกิจอื่นๆ

ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน มีการลงทุนไปประมาณ 1 ล้านบาท

ทางด้านดีเจแมน และ ใบเตย เปิดเผยว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วน โดยวันนี้ได้นำ Statement เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ ทั้งนี้เป็นการทยอยลงทุน เป็นเงินรวมแล้วประมาณ 1 ล้านบาท

ซึ่งปัจจุบันได้เงินทุนคืนมาแล้ว และได้กำไรประมาณเดือนละ 7 – 9 หมื่นบาท ซึ่งพบว่ามีการหยุดชะงักการจ่ายผลตอบแทนในช่วง 5-6 เดือนหลัง โดยไม่ได้รับพร้อมๆกับทุกคนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้สอบถามไปแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

เปิดใจ 5 ปลัดอำเภอ แก้ปัญหาชาวบ้านจากความเข้าใจ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมการปกครอง ถือคติการทำงานในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชน
  • พร้อมกันนี้ได้มีการเชิดชู 5 ปลัดอำเภอตัวอย่าง

สำหรับกรมการปกครอง ที่มุ่งเน้นภารกิจการปฎิบัติงาน ในการมุ่งบำบัดทุกข์ให้กับชาวบ้าน มุ่งปัญหาความเดือดร้อน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีหลากหลายและ วิธีต้องใช้การแก้ที่แตกต่างกัน ซึ่งหน้าที่ของปลัดอำเภอ  คือการแก้ไขปัญหาที่รุนแรงอยู่แล้วให้เบาลง และพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ดั่งคติการทำงานของกรมการปกครอง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”  พร้อมเชิดชู 5 ปลัดอำเภอตัวอย่าง ได้แก่

  • ปลัดดอกไม้เหล็กแห่งดอยเต่า ความทุ่มเทให้พื้นที่ 25 ชั่วโมง

นางสาววรางคนา พยอมยงค์ ที่บรรจุเป็นปลัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 และเพราะใจรัก ทำให้เธอไม่ลังเลใจที่จะทำงานฝ่ายความมั่นคงทันที ซึ่งเธอออกตัวมาว่า เป็นงานที่ “บู๊” มาก โดยเฉพาะกรณีปราบปรามยาเสพติด แต่หลัก ๆ เธออยู่ฝ่ายวางแผนและคุมกำลังในการลงพื้นที่มากกว่า

  • ยุติสงครามลักลอบค้าไม้เถื่อนด้วยการสร้างอาชีพ

นายสรศิริ จันดีบุตร ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่ต้องช่วยเหลือดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และพิทักษ์ผืนป่าอันเป็นทรัพยากรของคนไทยทั้งประเทศ โดยปลัดอำเภอดีเด่นคนนี้อยากเห็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง ด้วยการส่งเสริมสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และต้องประสานงานชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ครอบคลุมถึงงานปราบปราม ซึ่งเป็นงานที่ต้องเสี่ยงอันตรายไม่ต่างจากการเป็นทหาร ตำรวจ ที่ดูแลความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่

  • ใช้การศึกษาแก้ปัญหาด้ามขวานไทย 

นายธวัช กุลวุฒิพงษ์ศักดิ์  ปลัดอำเภอเมืองปัตตานีที่มีความคิดว่า “พื้นที่สามจังหวัด ยังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา เพราะเมื่อไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ในแต่ละวันที่เขาเติบโตขึ้นไปก็ใช้ชีวิตแบบไม่มีความหมาย อันนี้จึงเป็นปัญหาหนึ่งที่เราต้องร่วมกันให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัว โดยเริ่มจากสนับสนุนเรื่องการศึกษา”

  • ปลัดหมอแคน ใช้เสียงดนตรี “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ประชาชน 

นายสุชาติ จารย์รัตน์  ผู้เป็นทั้งเภสัชกร หมอแคน และปลัดอำเภอ ดูจะเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจมาก ๆ ที่อยู่ในตัวของสุชาติ จารย์รัตน์  แต่ที่สุดหากจะต้องเลือกสักอย่าง สุชาติ จารย์รัตน์ ตอบได้อย่างไม่ลังเลว่า เขาเป็น…ปลัดอำเภอ  อยู่ที่อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ความสามารถหนึ่งที่เป็นเหมือน “สะพาน” เชื่อมระหว่างตัวปลัดสุชาติ และชาวบ้านเอง นั่นคือการเป่าแคน ซึ่งเป็นความชอบของเขาตั้งแต่ยังเด็ก จากนั้นมาสุชาติก็เลยได้รับตำแหน่ง “หมอแคน” ติดตัวมาจนเขาได้เป็นปลัดอำเภอ จึงได้ใช้ทักษะการเป่าแคนนี้ในการทำงานชุมชน

  • เรียนรัฐศาสตร์ เพราะอยากช่วยเหลือผู้คน

ว่าที่ ร.ต.ศิระ บุญแทน  ปลัดหนุ่มที่เผยว่า “ผมเริ่มบรรจุเป็นปลัดอำเภอปี 2558 ที่สุราษฎร์ฯ ต่อมาก็ได้ย้ายมาเป็นปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงที่กำแพงแสน ย้ายมาไม่ถึงอาทิตย์ เคสแรกเลยคือจับยาเสพติด ออกไปล่อซื้อยาเสพติดกับทหาร เจอยาบ้ากว่าสองพันเม็ดฝังดินเอาไว้ คนขายเป็นแม่ลูกอ่อน ขายยาบ้าหาเงินเลี้ยงลูก”  นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลมีนโยบายเรื่องศูนย์ดำรงธรรม ทำให้ในแต่ละวันมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องหนี้นอกระบบ แนวหลักเขตที่ดิน และปัญหาปากท้องข้าวยากหมากแพง

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 7 โจ๋ รุมฆ่าโหดชายพิการขายขนมปัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 59 กลุ่มวัยรุ่น 7 คน บุกทำร้ายใช้มีดแทง และปาอิฐใส่ชายวัย 35 ปี จนเสียชีวิต เหตุเกิดย่านโชคชัย 4
  • คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย ตั้งแต่ 12-19 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย
  • ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีฆ่าชายพิการขายขนมปัง ย่านโชคชัย 4 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ และนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ อายุ 23 ปีเศษ กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ, ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 59 เวลากลางวัน จำเลยทั้งหมดบุกเข้าไปในบ้านพักของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการ อาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ในซอยโชคชัย 4 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. แล้วใช้อาวุธมีดแทงฟันและปาก้อนอิฐใส่นายสมเกียรติจนถึงแก่ความตาย โดยพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยตลอด

คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 60 พิพากษาลงจำคุกจำเลย ตั้งแต่ 12-19 ปี และให้ร่วมกัน ชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดและค่าอุปการะแก่โจทก์ร่วม รวมวงเงิน 5 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี สัดส่วนตามพฤติการณ์ของจำเลยแต่ละคน

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพวกจำเลยอยู่ในวัยหนุ่มสาว กระทำโดยไม่คิดรอบด้าน และทำผิดโดยง่ายนำมาสู่การสูญเสีย แต่จากพฤติการณ์ที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้อื่น ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นทั้งหมด