พบปลาหมึกยัดไส้ เพื่อเพิ่มน้ำหนัก

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาวโพสต์เตือนภัย เจอแม่ค้าหลอกขาย ‘ปลาหมึกยัดไส้ปลา’
  • ปลา 19 ตัว อยู่ในปลาหมึก 11 ตัว
  • คาดทำเพื่อเพิ่มน้ำหนัก

ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดหลายจังหวัดคงได้ค้าขายกันคึกคัก เพราะหลายครอบครัวคงหาซื้ออาหารไปเลี้ยงฉลองกัน ในส่วนของลูกค้าคงต้องดูให้ดีหน่อย เพราะล่าสุดพบปลาหมึกยัดไส้เพื่อเพิ่มน้ำหนัก

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yungying Pawaran โพสต์ภาพและข้อความ ระบุ “เตือนภัย กลโกง ซื้อปลาหมึกมา 1 กก.ราคา 160 บาท โดนยัดไส้ด้วยปลามาทุกตัว #แม่ค้าใน อ.ตะกั่วป่า #ระวัง ๆ กันด้วย” พร้อมภาพ ปลาหมึกที่โดนผ่าหลัง ด้านในยัดด้วยปลาจำนวน 3 ตัว

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เป็นเรื่องปกติที่ปลาหมึกจะกินปลาเข้าไป แต่ผู้โพสต์ก็ยืนยันว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญเพราะพบปลา 19 ตัว อยู่ในปลาหมึก 11 ตัว ที่ซื้อมา

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยัง นางสาวภวรัญชน์ ภู่สกุล เจ้าของเฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า ตนเองและญาติ ได้แวะซื้ออาหารทะเลสด บริเวณแถวบ้าน เพื่อมาทำอาหารเลี้ยงในช่วงหยุดยาวปีใหม่

ระหว่างเลือกซื้อก็พบว่า ปลาหมึก สด เนื้อแน่น นำหนักดี ทั้งที่ตัวใหญ่ประมาณ 2 นิ้ว จึงได้เลือกซื้อมา 1 กิโลกรัม เมื่อมาถึงที่บ้านก็ล้างทำความสะอาด ก่อนจะผ่าหลัง จึงพบว่ามีปลาเรียงอยู่ในปลาหมึกอีกที แต่ก็คิดว่าคงเป็นปลาที่ปลาหมึกกินเข้าไป แต่เมื่อนำตัวอื่นๆ มาผ่าก็พบมีเหมือนกันทั้ง 11 ตัว น้ำหนัก 150 กรัม ซึ่งตนเองถือว่าเป็นการไม่ซื้อสัตย์ต่อลูกค้า จึงได้มีการโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเตือนภัย

ต่อมามีผู้เข้ามาแปะโพสต์จากเฟซบุ๊กของพ่อค้าคนหนึ่ง ซึ่งเข้าไปโพสต์ในกลุ่มตะกั่วป่าบ้านเรา ยอมรับว่า ปลากหมึกดังกล่าวผู้โพสต์ซื้อมาจากร้านของตนเอง และขอยอมรับผิด แต่ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ยัดไส้ปลาหมึกแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นหากมาบอกกับตนเองก็ยืนดีจะคืนเงินให้

เตือนภัย กลโกง!!!ไม่คิดว่าจะได้เจอ แม่ค้าสารเลว 2019 และน่าจะต่อไปจนถึง 2020 👿ซื้อปลาหมึกมา 1 กก.ราคา 160 บาท…

โพสต์โดย Yungying Pawaran เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2019

ประท้วงฮ่องกงร้าวลึกสู่วิกฤตการเมือง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตลอดปี2562 ประเด็นการเมืองโลกที่ร้อนแรงที่สุดหนีไม่พ้นการประท้วงในฮ่องกง การประท้วงในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมานานถึง6 เดือนสร้างบาดแผลใหญ่ในสังคม
  • นับเป็นวิกฤตทางการเมืองครั้งร้ายแรงที่สุดของฮ่องกง

การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกงเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง6 เดือนมีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและตำรวจหลายต่อหลายครั้งและได้ทวีความรุนแรงกลายเป็นวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในยุคสมัยใหม่

จุดเริ่มต้นของการประท้วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจีนอาจใช้อำนาจจากร่างกฎหมายนี้ลงโทษพลเมืองฮ่องกงที่เห็นต่างทางการเมืองภายใต้ระบบกฎหมายที่คลุมเครือ

ต่อมาการประท้วงได้ยกระดับเป็นการต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงลุกลามกลายเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยแบบสากลและไม่ต้องการจำนนอยู่ภายใต้การปกครองแบบ1 ประเทศ2 ระบบซึ่งจีนกำลังคุกคามฮ่องกงมากขึ้นในปัจจุบัน

ข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงฮ่องกง5 ข้อได้แก่

1.ถอนร่างกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ

2.จัดตั้งการสืบสวนอิสระต่อการใช้ความรุนแรงของตำรวจ

3.ถอนการใช้คำจำกัดความการประท้วงว่าเป็นการก่อจลาจล

4.ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมในระหว่างเกิดการประท้วง

และ5. ให้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งแบบสากลให้แก่ประชาชนฮ่องกง

โดยในเวลาต่อมาแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศถอนร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่อาจทำให้สถานการณ์ความรุนแรงจากการประท้วงผ่อนคลายลงได้ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงบอกว่ารัฐบาลถอนร่างกฎหมายนี้ในเวลาที่สายเกินไป

สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงถึงขีดสุดของปีที่แล้วคือช่วงที่กลุ่มผู้ประท้วงยึดมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคเป็นสถานที่ปักหลักชุมนุมติดต่อกันหลายสัปดาห์ด้านตำรวจได้นำกำลังปิดล้อมมหาวิทยาลัยโดยรอบเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงโดยตำรวจกล่าวหาว่าผู้ประท้วงใช้เขตมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนแหล่งเก็บอาวุธ

ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่และอาจารย์มหาวิทยาลัยยืนยันเข้าไปเกลี่ยกล่อมนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยให้ออกมาเนื่องจากพวกเขาไม่มีเสบียงที่มากเพียงพอและอ่อนล้าจากการปะทะกับตำรวจเป็นระยะเวลานาน

ในที่สุดตำรวจก็ใช้กำลังกดดันจนผู้ประท้วงกลุ่มสุดท้ายยอมออกจากพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

ถัดจากความรุนแรงครั้งสำคัญของการประท้วงที่จบลงได้ไม่นาน

ปลายเดือนพฤศจิกายนฮ่องกงจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายกวาดที่นั่งในสภาเกือบร้อยละ90 จากจำนวนที่นั่งในสภาทั้งหมด452 ที่นั่ง

ไม่ว่าจะด้วยการเรียกร้องบนถนนหรือการแสดงออกผ่านการโหวตชาวฮ่องกงได้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนและแน่นอนว่าจนกระทั่งถึงสิ้นปีนี้ความขัดแย้งที่หยั่งรากลึกระหว่างพลเมืองฮ่องกงกับรัฐบาลก็ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายได้เลย

เสียงสะท้อนอาชีพ ไม่ได้หยุดปีใหม่

เมื่อวานนี้ (30 ธ.ค.62) ทีมข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจอาชีพที่ ไม่ได้หยุดในช่วงเทศกาล ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พบว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องทำงาน

โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องให้บริการกับประชาชน อย่างเช่น งานระบบขนส่งสาธารณะ งานรักษาความสะอาดและความปลอดภัย เป็นต้น

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ลึก ๆ แล้วก็อยากจะได้มีวันหยุดกลับบ้านไปหาครอบครัวเหมือนคนอื่น ๆ แต่ช่วงนี้เป็นเทศกาลที่สำคัญของคนไทย ซึ่งก็มีความสำคัญของหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยเช่นกัน ที่ต้องดูแลประชาชน จึงมีกำลังใจในการทำงานช่วงวันหยุด เพราะมีความตั้งใจที่จะได้ช่วยดูแลชีวิต และทรัพย์สินให้กับผู้อื่น และยังฝากถึงประชาชนที่ต้องเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ให้ระมัดระวังตัวให้ดี โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน

และอีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ได้หยุดและมีความสำคัญต่อบ้านเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของความสะอาดเรียบร้อยตามถนน ตรอก ซอก ซอย ที่คนเหล่านี้คอยดูแลอยู่ตลอด นั่นก็คือพนักงานกวาดถนน กทม. ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวันหยุดปีใหม่

นางทัศนีย์ สอนภักดี บอกว่า ปกติแล้วทางหน่วยงานมีวันหยุดให้ตามสวัสดิการอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงเทศกาลก็ต้องให้ความร่วมมือ อีกทั้งก็คือมีความเป็นห่วงในความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมืองด้วย

อีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ได้หยุดและมีความจำเป็นสำหรับการเดินทางเป็นอย่างมาก นั่นก็คือพนักงานขับรถสาธารณะ

อย่างคุณพเยาว์ วัฒแก้ว พนักงานขับรถเมล์ สาย 522 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – ตลาดรังสิต ที่วันนี้ยังคงทำงานตามปกติ บอกว่า ข้อดีของการทำงานวันหยุดก็คือขับรถได้อย่างสบาย ถนนโล่ง การจราจรไม่ติดขัดเหมือนวันปกติ และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้ประชาชนไปส่งยังที่หมายต่าง ๆ และสำหรับใครที่เดินทางไปท่องเที่ยวกลับภูมิลำเนาก็ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกเส้นทาง

ซึ่งคนอีกอาชีพที่ไม่ได้หยุดในเทศกาลปีใหม่ทั้งตำรวจ พยายาล กู้ภัย รวมทั้งสื่อมวลชนที่เรานำเสนอข่าวสารให้ท่านผู้ชมอย่างต่อเนื่อง