ชัชชาติ จี้รัฐจริงจังแก้ฝุ่นพิษ บอกพวกเราหยุดหายใจไม่ได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • แนะตั้งชุดทำงานขึ้นมาเฉพาะเพื่อแก้ปัญหา ลดการทำงานซ้ำซ้อน
  • บอก ผู้ว่าฯ กทม. ควรเป็นประธานดำเนินการ สั่งการทุกมิติ
  • จนท.ต้องเข้าถึงปชช. ในการช่วยเหลือ รวมถึงแจกหน้ากากป้องกันทันที

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และว่าที่ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เขาคาดว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และน่าจะเป็นปัญหาในระยะยาวที่เราต้องเผชิญไปอีกนาน โดยระบุว่า

ตอนนี้เรื่องที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของ คน กทม. ก็คือเรื่องฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นและน่าจะเป็นปัญหาในระยะยาวที่เราต้องเผชิญไปอีกนาน

ผมคิดว่าปัญหาเรื่องฝุ่น มันสะท้อนปัญหาของระบบราชการไทยในสองเรื่องด้านหลักๆ

  1. มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน พอมีหลายหน่วยงาน ทางแก้คือการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เช่น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการควบคุมมลพิษ คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

    โดยแต่ละคณะจะมีประธานกรรมการเป็นข้าราชการระดับสูง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ซึ่งทุกคนก็มีภาระหนักในหน้าที่ประจำอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ได้เชี่ยวชาญเฉพาะในสาขานั้น ทำให้การขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ช้า ไม่คล่องตัว

  2. มีแผนจำนวนมาก แต่ขาดการนำไปปฎิบัติ ปัญหาสำคัญต่าง ๆ ผมเชื่อเรามีแผนรองรับไว้เกือบหมด แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติ (เขาถึงเรียกว่า วางแผน- ทำแผนแล้ววางไว้ หรือ แพลนนิ่ง Planning แพลนแล้วนิ่งๆ)

อย่างเรื่องกรณีฝุ่น PM2.5 เท่าที่ผมหาเจอ ทางกรมควบคุมมลพิษได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 จำนวน 52 หน้า โดยมีทั้งแผนระยะสั้น กลาง ยาว แต่ไม่แน่ใจว่าในทางปฏิบัติได้ดำเนินการไปแค่ไหนแล้ว (ถ้ามาเล่าให้พวกเราฟังบ้างก็ดีนะครับ)

หนึ่งในข้อเสนอในแผนนี้ที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์และทำได้ทันที อย่างน้อยสำหรับการแก้ปัญหาในระยะสั้นคือ การกำหนดให้ปัญหาฝุ่นพิษเป็น สาธารณภัย และใช้กลไกของระบบศูนย์สั่งการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) ภายใต้พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในการเข้าควบคุมสถานการณ์อํานวยการ สั่งการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

เมื่อเกิดภัยเรื่องฝุ่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเข้าไปช่วยดูแลประชาชน มีการแจ้งเหตุ เตือนภัย แจกหน้ากาก ให้ข้อมูล ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่น เด็ก คนชรา ผู้ป่วย อย่างทันท่วงที

เป็นกำลังใจให้ภาครัฐในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นนะครับ ขออย่าทำแค่ วาง-แผน หรือ แพลน-นิ่ง พวกเราหยุดหายใจไม่ได้

ฝนฟ้าคะนอง หลายพื้นที่ แจ้งวัฒนะ-เมืองทอง น้ำท่วม – อุบัติเหตุหลายจุด

จากสภาพอากาศที่ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้าปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก ทำให้วันนี้ ( 13 ม.ค. 63 ) ตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา มีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี

โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บางเขน บางซื่อ จตุจักร บึงกุ่ม คันนายาว คลองสามวา มีนบุรี ลาดพร้าว สะพานสูง บางกะปิ โดยเฉพาะเขตสายไหม มีปริมาณฝนวัดได้ 73.5 มม.

แจ้งวัฒนะ เมืองทอง น้ำท่วมขัง

หลังจากที่มีฝนฟ้าคะนองตกลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่เมืองทองธานีหลายจุด เกิดน้ำท่วมขัง ตลอดจนภายในอุโมงค์บริเวณห้าแยกปากเกร็ด ก็มีน้ำท่วมขังในช่องทางซ้าย เนื่องจากปัญหาเครื่องสูบน้ำขัดข้อง ส่งผลให้ การจราจรติดขัด

เช่นเดียวกับบริเวณหน้าศาลปกครองแจ้งวัฒนะ มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจร

อุบัติเหตุ หลายจุด

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอุบัติเหตุ เนื่องจากฝนตกถนนลื่นเข้ามาอีกหลายจุด เช่น บริเวณถนนติวานนท์ ขาออก เลยวัดโพธิ์ทองบน รถบรรทุกพลิกคว่ำอยู่บริเวณเลนกลาง

บรถนนราชพฤกษ์ เลยโรงเรียนเด่นหล้า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน เช่นเดียวกับบิรเวณสะพานข้ามแยกรัชดาลาดพร้าว, บริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกแคราย, สะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้ามุ่งหน้าห้าแยกปากเกร็ด

นาทีภูเขาไฟตาอัลระเบิด! ทำกลุ่มควันลอยขึ้นท้องฟ้ากว่า 15 กม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดทางตอนใต้ของฟิลิปินส์
  • สาเหตุของการระเบิดมาจากแผ่นดินไหว
  • ทางการประกาศเตือนภัยระดับ 5 พร้อมเร่งอพยพประชาชน
  • เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

สำนักข่าวต่างประเทศได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะเกิดเหตุภูเขาไฟตาอัล (Taal) ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ห่างจากทางใต้ของกรุงมะนิลาไปประมาณ 70 กม. เป็นเหตุทำให้กลุ่มควันขนาดมหึมาลอยขึ้นฟ้ากว่า 15 กม.

ก่อนที่จะเกิดมีสายฟ้าฟาดอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันเถ้าถ่านของภูเขาไฟได้ลอยไกลปกคลุมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงด้วย

ซึ่งการระเบิดของภูเขาไฟลูกนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีแผ่นดินไหว ขนาด 5.0 ลึก 10 กม. ศูนย์กลางเมือง มินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 12 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา

ขณะที่ สถาบันวิทยาภูเขาไฟและวิทยาแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์ ได้ยกระดับการเตือนภัยเหตุภูเขาไฟระเบิดจากเป็น 4 จาก 5 แล้ว โดยได้สั่งอพยพประชาชนประมาณ 8,000 คนออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งมีการยกเลิกเที่ยวบิน และเตือนภัยการระเบิดของภูเขาไฟและสึนามิที่อาจเกิดขึ้นตามมา

สำหรับภูเขาไฟตาอัล เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดของฟิลิปปินส์ ก่อนที่แผ่นดินไหวจะจุดชนวนให้ภูเขาไฟลูกนี้ประทุออกมาดังกล่าวในที่สุด