จับได้แล้ว เสือโหย ก่อเหตุอุกอาจฉุดผู้หญิงไปข่มขืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวบ้านในพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ฯ ผวาผู้ต้องขังเพิ่งพ้นโทษ ฉายา เสือโหย ก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวไม่เว้นญาติ
  • นายอำเภอจึงประกาศเตือน ปชช.ให้ระวัง พร้อมประสานตร. ล่าตัว
  • ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว หลังหนีกบดานบนเทือกเขาในพื้นที่

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดว่า นายอำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศล่าตัว นายอนุสรณ์ หรือเสือโหย สมบุญ หรือ “เสือโหย” ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุข่มขืนผู้หญิงต่อเนื่องไม่เว้นญาติสาวนามสกุลเดียวกัน จนสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะหญิงสาว

ก่อนที่เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คีรีรัฐนิคม ได้ขออนุมัติศาล จว.สุราษฎร์ธานี ออกหมายจับ นายอนุสรณ์ หรือเสือโหย ในข้อหา “พยายามข่มขืนกระทำชำเราฯ, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ”

จากนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ทำงานร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่หาเบาะแส สืบสวน ติดตามจับกุม ผู้ต้องรายนี้ มาดำเนินคดี หลังจากผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์นั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม นายอนุสรณ์ ได้แล้วที่บริเวณ เทือกเขาราหู ในพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม หลังจากผู้ต้องสงสัยได้หนีไปกบดานยังพื้นที่ดังกล่าว

เบื้องต้นจากการสอบสวน เสือโหยให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ไม่ได้ข่มขืน เพียงทะเลาะกันและถูกใส่ร้าย และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่ต้องหนีเพราะเห็นเรื่องของตัวเองในโลกโซเชียลจึงหลบหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีพยานและหลักฐานชัดเจน ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับนายอนุสรณ์ เคยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืน ข่มขืนและอนาจารในพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม จนถูกจับเข้าออกเรือนจำ 4-5 ครั้ง ครั้งละ 9 เดือนถึง 2 ปี ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก

เปิดภาพ บิ๊กโจ๊ก เข้าพิธีอุปสมบทที่อินเดีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • การบวชของ บิ๊กโจ๊ก เกิดขึ้น ณ วัดไทยในพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
  • มีฉายาว่า “สุรเชฏฺฐโพธิ” แปลว่า “ผู้มีปัญญาเครื่องตรัสรู้ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ”
  • บิ๊กโจ๊ก มีกำหนดบวชทดแทนคุณบิดา-มารดา รวมระยะเวลา 9 วัน

จากกรณีที่มีข่าวว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นหนังสือลางานเพื่อขอบวชที่ประเทศอินเดีย หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่งปรามให้ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ห้ามกระทำการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และห้ามทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตนนั้น

ล่าสุดได้ปรากฏภาพ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่ประเทศอินเดีย เพื่อทดแทนบุญคุณบิดา มารดา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ได้รับการปลงผมนาคจากพระภิกษุ ที่วัดไทยในพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย พร้อมกับพ่อนาครูปอื่น ๆ จำนวน 3 ท่านรวม

จากนั้นได้เข้าประกอบพิธีอุปสมบทภายในพระอุโบสถ ได้ฉายาว่า “สุรเชฏฺฐโพธิ” แปลว่า “ผู้มีปัญญาเครื่องตรัสรู้ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ” สำหรับกำหนดการบวชครั้งนี้ของ บิ๊กโจ๊ก มีระยะเวลารวมทั้งสิ้น 9 วันด้วยกัน

การบินไทย ออกมาตรการป้องกันไวรัสโคโรนา เพิ่มความมั่นใจ นทท.

ประเด็นน่าสนใจ

  • เน้นการทำความสะอาดขั้นสูงสุด ทั้งบนเครื่องบิน และภาคพื้นดิน
  • โดยเฉพาะเครื่องบิน พนง.ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย และสวมถุงมือ เป็นต้น

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จัดบรรยายสรุปการออกมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งทางด้านอากาศยาน การบริการบนเครื่องบิน รวมถึงฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ

โดยนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มาตรการหลักของการบินไทยจะคำนึงถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการผู้โดยสารและการดำเนินการด้านสุขลักษณะ เพื่อให้มีการรักษาความสะอาดสูงสุด ในการให้บริการทั้งบนเครื่องบิน และการบริการภาคพื้น ได้แก่

มาตรการในการคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก และมาตรการการรักษาความสะอาดในห้องผู้โดยสารบนเครื่องบิน ทั้งด้านอุปกรณ์ เครื่องใช้ในการบริการและพนักงานที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น

– สังเกตอาการผู้โดยสาร ณ จุดบริการ หากพบว่ามีอาการบ่งชี้ ให้รายงานต่อแพทย์ประจำสนามบินเพื่อตรวจดูอาการ และยืนยันความปลอดภัยก่อนเดินทาง

2. มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน

– พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือในการบริการบนเที่ยวบินที่มีความเสี่ยง
– ให้บริการโดยไม่ให้ผู้โดยสารจับต้องเครื่องมืออุปกรณ์บริการอาหาร
– เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดภายในห้องน้ำระหว่างเที่ยวบิน
– จัดเตรียมหน้ากากอนามัยสำหรับผู้โดยสารที่มีอาการสวมใส่บนเครื่อง
– สังเกตอาการผู้โดยสารระหว่างเดินทาง หากมีอาการต้องสงสัยให้แยกผู้โดยสาร และแจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องลง

3. มาตรการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค

– การอบพ่นสเปรย์ Calla 1452 ฆ่าเชื้อโรคในอากาศยาน ทั้งในบริเวณห้องผู้โดยสาร และห้องนักบินในทุกเที่ยวบินที่ทำการบินกลับมาจากประเทศจีนทั้งหมด และพื้นที่ที่มีความเสี่ยง – ระยะเวลาในการพ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน โดยเริ่มจากลูกเรือคนสุดท้ายลงจากเครื่อง ใช้เวลาทั้งหมด 45 นาที โดยเป็นการพ่นยา 15 นาที และอีก 30 นาที เป็นการปิดเครื่องบินเพื่อทำการอบฆ่าเชื้อ
– การกรองอากาศด้วย HEPA FILTER

4. มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยานมามาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน

– ทำความสะอาด Deep Cleaning และทำความสะอาด 36 จุดสัมผัสร่วม แบ่งตามพื้นที่เป็น 5 ส่วน ได้แก่ 
กระเป๋าหน้าที่นั่งผู้โดยสาร (Passenger Seat Pocket) บริเวณภายในเครื่องบิน, ทั่วไป (Aircraft Interior Cabin) , ที่นั่งผู้โดยสาร (Passenger Seat) , ครัว (Galley) 
และห้องน้ำ (Toilet) 

โดยมีวิธีดำเนินการ ดังนี้

  • พนักงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน (หน้ากาก/ถุงมือ) อย่างเคร่งครัด
  • มัดปากถุงให้แน่นหนา ก่อนนำขยะลงจากเครื่องและทิ้งในจุดที่กำหนด
  • หลังจากปฏิบัติงานต้องล้างมือด้วยสบู่/เจลล้างมือ ทุกครั้ง

5. มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน

– เผยแพร่ความรู้ให้พนักงานเรื่องลักษณะของโรค และการป้องกันตัวเอง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
– จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้พนักงาน
– ให้ทำการตรวจสุขภาพหากพบพนักงานมีอาการต้องสงสัย ตามความเห็นแพทย์ และให้หยุดพักจนกว่าจะหายเป็นปกติ

6. มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์

– ตรวจสอบหีบห่อสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน
– หลีกเลี่ยงการส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง
– จัดการคลังสินค้าให้ถูกสุขลักษณะปลอดจากการเป็นแหล่งเชื้อโรค

7. มาตรการด้านโภชนาการ

– จัดซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP
– ดำเนินการผลิตภายใต้ระบบประกันคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร HACCP, GMP, HALAL
– เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตและบริการทุกชิ้นผ่านการทำความสะอาดและพาสเจอไรซ์ – ผ้าที่ให้บริการในเที่ยวบินผ่านการซักอบรีด อย่างถูกสุขลักษณะ

ทั้งนี้ การบินไทยและไทยสมายล์ ได้ติดตามประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป