กรมการค้าภายใน แนะปชช. เตรียมรับมือของแพง !

ประเด็นน่าสนใจ

  • สินค้าที่ปรับขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าภาคเกษตรกรรม
  • ส่วนสาเหตุของการปรับขึ้นราคามาจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้
  • ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น คาดเกิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากสถานการณ์สหรัฐ – อิหร่าน คลี่คลายก็จะปรับตัวลง

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าทางการเกษตร ว่า คาดว่าสถานการณ์ในปี 2563 ภัยแล้งจะรุนแรงมากขึ้น จนกระทบต่อปริมาณผลผลิตที่จะออกมาสู่ท้องตลาด

โดยในภาพรวมสินค้าเกษตรจะมีราคาสูงขึ้น เพราะปริมาณผลผลิตลดลง เช่น ข้าว เนื้อสุกร และผักที่ต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกมาก ซึ่งในส่วนของข้าวเปลือกนาปรังปีนี้จะลดลงจาก 8 ล้านตัน เหลือเพียง 3.5-4 ล้านตัน หรือลดลงกว่า 50%

ตามการประเมินของกรมการข้าว จนทำให้คาดว่าราคาข้าวเปลือกเจ้าจะอยู่ที่ตันละ 9,000-10,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 14,000-15,000 บาท

ขณะเดียวกันจากสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้หมูโตช้าและมีการส่งออกจำนวนมาก เนื่องจากราคาต่างประเทศสูงกว่าราคาในประเทศ โดยกรมจะจับตาเป็นพิเศษ ให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม หน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 75-80 บาท และราคาหน้าเขียงอยู่ที่ 150-160 บาท หากสูงเกินจะหารือกับสมาคม เพื่อจำกัดปริมาณการส่งออก เพื่อช่วยให้ราคาเนื้อหมูในประเทศไม่สูงจนเกินไป

ส่วนผักสดที่ใช้น้ำมากอาจได้รับผลกระทบ ปริมาณผลผลิตลดลง จะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มีการปลูกผักอายุสั้นทดแทน รวมถึงมะนาว คาดว่าปริมาณจะลดลงแต่ไม่ถึงขั้นขาดแคลน โดยช่วงนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารมีการปรับตัว โดยการซื้อมะนาวล่วงหน้าแช่แข็งไว้รอใช้งานในช่วงที่มะนาวมีราคาสูง

นอกจากนี้ น้ำมันปาล์มขวด มีแนวโน้มราคาปรับสูงขึ้น จากการที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งปีที่ผ่านมา ทำให้มีการเร่งรัดตัดผลปาล์มสุกเร็วขึ้น รวมทั้งการเข้มงวดปราบปรามน้ำมันปาล์มเถื่อนทำให้ราคาผลปาล์มสดเพิ่มจาก ราคา 2.50-3 บาทต่อก.ก. เป็น 6-7 บาทต่อก.ก.

ซึ่งจะทำให้ปาล์มขวด 1 ลิตร ราคาเพิ่มจาก 38 บาทเป็น 42-43 บาทต่อขวด 1 ลิตร ซึ่งได้ขอความร่วมมือห้างให้ช่วยดูแล และให้ขายตามปกติ และผู้ซื้อไม่ต้องไปกักตุนเพราะมีสต๊อกกว่า 3 แสนตัน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นก็ขอให้มองอีกมุมว่าเป็นช่วงที่เกษตรกรจะพอลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพราะในบางช่วงเกษตรกรก็ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ หรือจากผลผลิตล้นตลาดจนทำให้ราคาตกต่ำ

ทั้งนี้ กรมฯ จะดูแลราคาสินค้าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เช่น การดูแลลดค่าครองชีพผ่านร้านธงฟ้าและการจัดงานธงฟ้ากระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศช่วยเหลือประชาชน

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ จากเหตุตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านนั้น เชื่อว่าจะเป็นผลเพียงชั่วคราวและราคาน้ำมันตลาดโลกได้มีการปรับตัวลดลงแล้ว เพราะเชื่อจะไม่เกิดผลบานปลายกลายเป็นสงคราม ทางผู้ประกอบการจะใช้เหตุผลของราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ได้

เตือนระวัง หลังพบปลากระเบนไฟฟ้า ที่สิมิลัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบปลากระเบนไฟฟ้า ที่หมู่เกาะสิมิลัน
  • แนะประชาชนห้ามเข้าใกล้ เพราะถือเป็นสัตว์อันตราย ปล่อยกระแสไฟได้มากกว่า 200 โวลต์
  • หากถูกจู่โจมอาจทำให้ผู้ที่สัมผสหมดสติ และจมน้ำเสียชีวิตได้

แฟนเพจอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้นักท่องเที่ยวระมัดระวัง หลังจากพบว่าขณะนี้มีสัตว์ทะเลหายากอย่าง ปลากระเบนไฟฟ้า (Torpedo fuscomaculata) ปรากกในน่านน้ำของไทย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบมาก่อน

โดยทางอุทยานฯ ได้ระบุข้อความว่า ได้รับแจ้งจากกลุ่มนักดำน้ำว่า พบปลากระเบนไฟฟ้าบริเวณจุดดำน้ำ Deep six ที่ความลึก 27 เมตร ของเกาะปายู (เกาะ7) ซึ่งถือเป็นการค้นพบสัตว์ทะเลชนิดใหม่อีกครั้งที่สิมิลัน

ปลากระเบนไฟฟ้า จัดอยู่ในอันดับ Torpediniformes มีรูปร่างกลม ตามีขนาดเล็กมาก ส่วนหางแข็งแรง ไม่มีเงี่ยงหางแหลมคมเหมือนปลากระเบนในอันดับอื่น มีลำตัวหนาและอ่อนนุ่ม มีครีบหลัง 2 ตอน

และมีอวัยวะคู่หนึ่งที่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ อยู่ทางด้านข้างของตาถัดไปถึงครีบอก ภายในมีสารเป็นเมือกคล้ายวุ้น ทำหน้าที่ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 200 โวลต์ กระแสไฟฟ้านี้ใช้เพื่อทำให้เหยื่อสลบหรือฆ่าเหยื่อ มักหมกตัวอยู่ใต้พื้นทราย

สามารถทำอันตรายต่อมนุษย์ได้หากเหยียบเข้า ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชา หรือหมดสติ และอาจทำให้จมน้ำเสียชีวิตได้ หากทราบว่าในบริเวณใดมีปลากระเบนไฟฟ้าอาศัยอยู่ ควรหลีกเลี่ยงในการลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าว

เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาได้มากถึง 30 แอมป์ ซึ่งมากเกินพอให้เสียชีวิตได้ในทันที แต่หากพบว่ามีนักดำน้ำถูกกระเบนไฟฟ้าจนหมดสติให้รีบนำผู้ป่วยขึ้นสู้ผิวน้ำทันทีและช่วยปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยหายใจ (CPR) แล้วนำส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ กระเบนไฟฟ้าชนิดดังกล่าวยังไม่มีรายงานการถูกพบได้ทั่วไปในประเทศไทย แต่ก็มีโอกาสพบได้ในทะเลอันดามัน เนื่องจากรายงานการแพร่กระจายของกระเบนชนิดนี้อยู่บริเวณมหาสมุทรอินเดีย ไปจนถึงทะเลทางแถบแอฟริกาใต้ รวมถึงทะเลในแถบมัลดีฟส์ เหตุที่พบได้ที่สิมิลันช่วงนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ IOD (Indian Ocean Dipole)

ซึ่งปรากฏการณ์ IOD (Indian Ocean Dipole) คือปรากฏการณ์ที่ทำให้น้ำทะเลทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย (อันดามันประเทศไทย) เกิดชั้นเทอร์โมไคลน์ (thermocline) หมายถึง การที่น้ำทะเลแยกชั้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำมีความแตกต่างกัน ปกติชั้นเทอร์โมไคลน์จะอยู่ลึก

แต่เมื่อเกิด positive IOD ชั้นเทอร์โมไคลน์จะขยับขึ้นมาใกล้ผิวน้ำมากขึ้น ทำให้อาจมีน้ำเย็นเฉียบจากใต้มหาสมุทร พัดเข้ามาในเขตเกาะในอันดามัน ชั้นน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำ ถือเป็นเขตที่สมบูรณ์ที่อุดมด้วยธาตุอาหารต่างๆ จึงทำให้สัตว์ที่ไม่ค่อยพบเจอในภาวะปรกติแวะเข้าเกาะบริเวณอันดามันในช่วงนี้

ที่มา : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน – Mu Ko Similan National park

ในหลวง ทรงห่วงปชช. ขบวนเสด็จไม่ให้ปิดถนน ให้แบ่งช่องการจราจรแทน

ประเด็นน่าสนใจ

  • การแบ่งช่องจราจรให้ใช้กรวย หรือ ป้ายไฟตั้งให้สัญญาณ
  • เส้นทางตรงข้ามเสด็จให้เปิดรถวิ่งได้
  • การอารักขาเส้นทางเสด็จของ จนท. เป็นไปเพื่อดูแลความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อให้สมกับพระเกียรติ

เพจ โบราณนานมา ได้มีการเผยแพร่ข้อปฏิบัติในการจราจรระหว่างมีขบวนเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวง

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชน เกรงว่าการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ และพรบรมวงศานุวงจะกระทบกับการเดินทางของประชาชน จึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดังนี้

๑. ไม่ให้ปิดการจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ

๒. ในเส้นทางเสด็จ ให้จัดช่องทางเสด็จและช่องทางประชาชน โดยใช้อุปกรณ์ เช่น กรวยยาง ป้ายไฟ เพื่อความสะดวก

๓. เส้นทางฝั่งตรงข้ามทางเสด็จ กรณีที่มีเกาะกลางถนนเส้นทางฝั่งตรงข้ามสามารถใช้ได้ตามปกติ กรณีไม่มีเกาะกลางถนนให้ใช้อุปกรณ์ เช่น กรวยยางวาง โดยประชาชนสามารถวิ่งตามเส้นทางที่จัดไว้ได้ตามปกติ

๔. กรณีทางร่วมทางแยกให้ประชาชนใช้เส้นทางได้ตามปกติ โดยใช้วิธีการควบคุมรถ เช่น ใช้กรวยยางวางควบคุมกระแสรถ

๕. สำหรับสะพานกลับรถหรือสะพานข้ามใช้ให้ประชาชนใช้ได้ตามปกติ

๖. กรณีทางพิเศษที่มีด่านเก็บเงินให้วางแนวกรวยยางด้านซ้ายให้ประชาชนเดินรถได้ โดยให้เหล่ือช่องทางสำหรับขบวนเสด็จอย่างน้อย ๒ ช่องทาง

๗. กรณีเส้นทางร่วมทางแยก ไม่ให้บังคับให้ประชาชนเปลี่ยนเส้นทางให้คำนึงถึงความตั้งใจของประชาชนเป็นหลัก

๘. เน้นย้ำในการวางอุปกรณ์ให้พิจารณาตามความเหมาะสม ให้คำนึงถึงเวลา ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด

๙. ใช้มาตรการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดกับทั้งประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่

๑๐. ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ต้องลงไปกำกับดูแลด้วยตนเอง สำหรับผู้ปฏิบัติให้ใช้วาจา กิริยาท่าทางด้วยความสุภาพ ไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกบังคับ

การดำเนินการปรับรูปแบบการถวายการอารักขาระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลัก

เพื่อถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงในระดับสูงสุด เพื่อให้สมกับพระเกียรติ และเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ข้อมูลข่าวจาก เพจ โบราณนานมา

<blockquote class=”twitter-tweet”><p lang=”th” dir=”ltr”>กฎใหม่ว่าด้วยการเดินทางของขบวนเสด็จ🚘<br>-จะไม่มีการปิดถนน ใช้กรวยกั้นเอา วิ่งคู่ขนานไปได้เลย ไม่ต้องหยุดรถ<br>-เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเป็นคนประชาสัมพันธ์ อธิบายเส้นทางให้ประชาชนเข้าใจ ห้ามบังคับ<br> <a href=”https://twitter.com/hashtag/%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88?src=hash&ref_src=twsrc%5Etfw”>#ขบวนเสด็จ</a> <a href=”https://t.co/PLmMjomOnQ”>pic.twitter.com/PLmMjomOnQ</a></p>— คุณป้าหวัง 王 (@aum_harry) <a href=”https://twitter.com/aum_harry/status/1216305005814091776?ref_src=twsrc%5Etfw”>January 12, 2020</a></blockquote> <script async src=”https://platform.twitter.com/widgets.js” charset=”utf-8″></script>