เครื่องบินยูเครนที่มีผู้โดยสาร 180 คนตกในอิหร่าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุเครื่องบินสัญชาติยูเครน ตกในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน
  • สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 176 ราย
  • ยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุไม่คาดฝัน กรณีเครื่องบินพาณิชย์แบบโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ส ซึ่งทะยานพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือราว 180 คน ตกลงสู่พื้นหลังจากออกจากสนามบินอิหม่าม โคไมนี ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านได้ไม่นาน โดยมีจุดหมายปลายที่กรุงเคียฟประเทศยูเครน

ทั้งนี้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก โดยทีมกู้ภัยได้เดินทางเข้าในพื้นที่ประสบอุบัติเหตุแล้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านที่สัมภาษณ์หัวหน้าหน่วยงานด้านภาวะฉุกเฉินของอิหร่านระบุว่าเกิดไฟลุกไหม้ที่เครื่องบินอีกด้วย

ที่มา www.theguardian.com

ก่อน Parasite เปิด 5 ผลงานดังของ ซงคังโฮ นักแสดงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเกาหลีใต้

ประเด็นน่าสนใจ

  • Parasite กลายเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปีนี้ ทั้งในแง่รายได้และผลรางวัล ซงคังโฮ หนึ่งในนักแสดงนำของเรื่องได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าเขาคือนักแสดงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในเกาหลีใต้ มานานหลายปีจนถึงปัจจุบัน

หลังจากชื่อของ Parasite ได้ถูกประกาศว่าเป็นหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีลูกโลกทองคำ 2020 และเป็นตัวเต็งรางวัลสำคัญๆ บนเวทีออสการ์ที่กำลังจะประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงในอนาคตอันใกล้ อีกหนึ่งนักแสดงของเรื่องที่บรรดานักวิจารณ์และสื่อหลายสำนักต่างลุ้นให้มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ คือ ซงคังโฮ

ซงคังโฮ เป็นนักแสดงมากฝีมือและประสบความสำเร็จของเกาหลีใต้ คนเกาหลีทั้งประเทศ รวมทั้งสื่อมวลชน และทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลี ต่างยกให้เขาคือหนึ่งในสามของนักแสดงชายทางด้านภาพยนตร์ที่มีทรงอิทธิพลมากที่สุด ร่วมกับ ชอยมินซิก และซอลคังกู ซึ่งแต่ละคนมีเครดิตเป็นรางวัลจากการแสดงมากมาย และมีผลงานหนังที่กวาดรายได้สูงติดอันดับตลอดกาลหลายเรื่อง

ซงคังโฮ เติบโตในเส้นทางวงการบันเทิงค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น เขาไม่ได้เรียนจบด้านการแสดงโดยตรง แต่การที่เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะนักแสดงของละครเวที ทำให้เขาได้รับการฝึกฝน และแน่นอนว่า เพียงเข้าวงการได้ไม่นาน เขาก็สามารถกวาดรางวัลทางด้านการแสดงได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ และทำให้ย่างก้าวของเขากลายเป็นย่างก้าวที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก

ในโอกาสนี้ เราจึงขอคัดเลือก 5 ผลงานการแสดงภาพยนตร์ของซองคังโฮ มาให้ได้อ่านกัน ว่าก่อนจะโด่งดังไปทั่วโลกในหนังเรื่อง Parasite เขามีผลงานยอดเยี่ยมในหนังเรื่องอะไรบ้าง

No. 3 (1997)

ผลงานทางการแสดงในวงการบันเทิงลำดับที่ 3 ของซงคังโฮ ที่สามารถแจ้งเกิดเขาได้อย่างงดงาม หลังจากเข้ามาสู่อุตสาหกรรมบันเทิงได้เพียงปีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์คอมมาดี้ที่พูดถึงแกงค์อันธพาลซึ่งมีสมาชิกที่ต้องการขึ้นมาเป็นผู้นำของแกงค์ และทำให้เกิดเรื่องราวการทรยศหักหลังภายในแกงค์ ซงคังโฮรับบท โจพิล ซึ่งเป็นเพียงบทสมทบ หากแต่เขาสามารถแสดงได้อย่างน่าสนใจ จนสามารถคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที Grand Bell Awards ซึ่งเป็นรางวัลเก่าแก่ของเกาหลีใต้ และรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากเวที Blue Dragon Film Awards

Memories of Murder (2003)

นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานการทำงานร่วมกันระหว่าง ซงคังโฮ กับบองจุนโฮ ผู้กำกับ Parasite ที่สร้างปรากฏการณ์เป็นอย่างมากในตอนที่เข้าฉาย นี่คือหนังที่ดัดแปลงมาจากเรื่องราวจริงของฆาตรกรต่อเนื่องในเกาหลีระหว่างปี 1986 – 1991 ซึ่งซงคังโฮรับบทนักสืบพัคโดแมน โดยมีบรรยากาศที่ดูสมจริง การเล่าเรื่องที่ค่อยๆตามติดบรรดาฆาตรกรต่อเนื่อง ซึ่งทำให้คนดูต้องขนหัวลุก ทำให้หนังได้รับคำชมเป็นอย่างมาก รวมทั้งการแสดงของซองคังโฮ ที่สามารถกวาดรางวัลไปได้อย่างมากมาย ทั้งรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Grand Bell Awards , Director’s Cut Awards , Korean Film Awards , Chunsa Film Art Awards , Korean Association of Film Critics Awards

Thirst (2009)

นอกจากบองจุนโฮ อีกหนึ่งผู้กำกับที่ซงคังโฮร่วมงานด้วยและมักจะกลายเป็นผลงานภาพยนตร์ที่กวาดรายได้และคำชมอย่างถล่มทลาย คือ ปาร์คชางวุค ซึ่งการร่วมงานของซงคังโฮกับปาร์คชางวุค ในภาพยนตร์เขย่าขวัญสั่นประสาทเหนือธรรมชาติ ที่พูดถึงเรื่องราวลี้ลับในตำนานของการกลายร่างมนุษย์ และใส่ประเด็นรักสามเศร้าไปได้อย่างกลมกล่อมเรื่องนี้ กลายเป็นหนังที่ไม่ใช่แค่เรียกเสียงฮือฮาในเกาหลี แต่ยังโด่งดังในต่างประเทศ ซงคังโฮรับบท ซางฮยอน บาทหลวงที่อุทิศตนอย่างหนักหากแต่ภายในใจมีความทุกข์บางอย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สำหรับเรื่องนี้ ทำให้ซงคังโฮ ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวที KOFRA Film Awards , Chunsa Film Art Awards , Director’s Cut Awards

The Attorney (2013)

เจ้าของสถิติภาพยนตร์ที่สามารถขายตั๋วได้สูงเป็นอันดับ 8 ตลอดกาลของเกาหลี สำหรับภาพยนตร์พีเรียดย้อนยุคที่พูดถึงการว่าความในชั้นศาล ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองของเกาหลีในปี 1981 โดยซงคังโฮ รับบทเป็นทนายความที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่ต้องการผดุงความยุติธรรม ซึ่งทำให้เขาสามารถกวาดรางวัลได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะรางวัลใหญ่อย่างรางวัล Grand Prize (Daesang) บนเวที Baeksang Arts Awards , รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม บนเวที Blue Dragon Film Awards , Director’s Cut Awards , Chunsa Film Art Awards , Max Movie Awards , KOFRA Film Awards , Buil Film Awards

A Taxi Driver (2017)

ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่ส่วนผสมความเป็นดราม่าแอคชั่นเข้าไป หนังว่าด้วยเรื่องของคนขับรถแท็กซี่ที่ต้องพาชายชาวต่างชาติเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ทางการประวัติศาสตร์ในปี 1980 ที่กวางจู ซึ่งซงคังโฮ รับบทคนขับแท็กซี่ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แต่ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ในครั้งนั้นและส่งผลต่อชีวิตเขาไปตลอดกาล หนังเป็นเจ้าของสถิติภาพยนตร์ที่มียอดขายตั๋วมากที่สุดเป็นอันดับ 11 ตลอดกาลของเกาหลีใต้ และส่งให้ซองคังโฮ ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (อีกครั้ง) จากเวที Blue Dragon Film Awards , Buil Film Awards , Fantasia Festival , Korean Film Producers Association Awards

ต้องบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งอันน้อยนิดของบรรดาผลงานทางการแสดงของซงคังโฮ ที่กวาดรายได้และคำชมอย่างมหาศาล เพราะผลงานของเขาอีกหลายเรื่องที่กลายเป็นผลงานระดับตำนานที่หลายต่อหลายคนต่างยกย่อง และถ้ามีโอกาส เราจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก imdb

“อุตตม” แถลงหลักการงบปี 63 ปรับลด 16,231 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • อุตตม แถลงหลักการงบปี 63 ปรับลด 16,231 ล้านบาท
  • อ้างอิงความจำเป็น และตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แถลงชี้แจงสาระสำคัญ ในการพิจารณารายมาตราวาระที่ 2 ว่า

ได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงไปพิจารณาความจำเป็นในการใช้งบประมาณทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และส่งข้อมูลมาให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา

ซึ่งคณะกรรมการมีมติปรับลดงบประมาณจำนวน 16,231 ล้านบาท

โดยพิจารณาถึงความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ตลอดจนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยพิจารณาจากแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2562 ทั้งรายการที่มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ไม่ชัดเจน การปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้เกิดการประหยัด เช่น การประชุมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปราชการต่างประเทศ และโครงการที่ดำเนินการล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ และไม่สามารถใช้จ่ายได้ทัน ในปี 2563

หรือรายการผูกพันงบประมาณเดิมที่รายการจัดซื้อจัดจ้าง ต่ำกว่างบประมาณที่เสนอไว้ และรายการงบประมาณต่างๆ ที่สามารถปรับลดได้เช่น ค่าก่อสร้างตามค่าวัสดุก่อสร้าง ที่มีแนวโน้มลดลง โครงการรายการที่สามารถใช้งบจากแหล่งอื่น ทั้งเงินนอกงบประมาณ หรืองบประมาณที่สามารถจัดเก็บเองได้ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน

โดยเพิ่มงบประมาณให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานประกันสังคม และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

โดยให้หน่วยงานรับงบประมาณเหล่านี้ มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป และมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจำนวน 27 ล้านบาท ไปเป็นงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

ย้ำว่า การปรับลดรายการเพิ่มงบประมาณได้ให้ความสำคัญกับความพร้อม และศักยภาพของหน่วยงานความซ้ำซ้อนของเป้าหมายการดำเนินงานผลการบริหารงานที่ผ่านมารายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงเป็นสำคัญเพื่อให้สามารถดำเนินการตามกรอบงบประมาณรายจ่าย 3.2 ล้านล้านบาท

สำหรับการแปรญัตติ มีการสงวนคำแปรญัตติตั้งแต่มาตรา 1 โดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย

แปรญัตติว่า ควรบัญญัติถ้อยคำว่า (ฉบับออกไม่ทันปีงบประมาณ) ต่อท้ายชื่อร่างกฎหมาย เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไม่ทันปีงบประมาณ 2563

โดยนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการชี้แจงว่า

โดยปกติชื่อว่า พ.ร.บ.จะไม่มีการวงเล็บหรือขยายความต่อท้ายว่า ออกทันหรือไม่ทันตามปีงบประมาณ ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้ได้บัญญัติไว้ในหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายแล้ว

โดยงบประมาณสำรองจ่ายที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมปี 2562 ให้ถือเป็นงบประมาณของปี 2563 แล้ว

จากนั้นที่ประชุมมีมติ 223 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 175 ไม่ออกเสียง 2 เสียงเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก