ฐนภัทร อดีต ส.ส. อนาคตใหม่ เปิดตัวร่วมหลังคาพลังประชารัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พ.ต.ท.ฐนภัทร เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ
  • พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา คือ ส.ส.เขต 1 จันทบุรี ถูกพรรคอนาคตใหม่ ขับออกจากพรรค

พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส. และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล

ได้ร่วมกันเปิดตัว พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.เขต 1 จันทบุรี ที่ถูกพรรคอนาคตใหม่ ขับออกจากพรรค และ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

โดยนายอนุชา ระบุว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ พ.ต.ท.ฐนภัทร ได้มาร่วมงานกับพรรค เพราะต้องการนำพาบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง ส่วนหากมี ส.ส.ถูกขับออกจากพรรค จากนี้จะยินต้อนรับใช่หรือไม่

นายอนุชา บอกว่า มี ส.ส.ย้ายไปอยู่แต่ละพรรคตามอุดมการณ์ ซึ่งหากมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ยินดีต้อนรับ

ส่วนข้อครหาว่า พรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างรอ ดูด ส.ส. ปฎิเสธว่า ไม่ใช่การดูด เพราะอุดมการณ์อาจจะตรงหรือไม่ตรงก็ได้

พร้อมยืนยันว่า ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แต่เป็นพรรคที่ต้องการเป็นสถานบันการเมืองที่เข้มแข็งดูแลชาติ ให้สู่ความมั่นคง และเจริญรุ่งเรือง ซึ่งการทำงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ขณะที่ พ.ต.ท.ฐนภัทร เปิดใจว่า ขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ให้เป็น ส.ส. แต่เมื่อถูกขับออกจากพรรค จึงต้องหาพรรคใหม่

“และเมื่อได้สอบถามประชาชนในพื้นที่แล้ว ก็พบว่า ศรัทธาต่อการบริหารประเทศ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี “

ส่วนข้อกล่าวหาว่าเป็น ส.ส.งูเห่า พ.ต.ท.ฐนภัทร บอกว่า การเมืองเหมือนเหรียญสองด้าน ที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้าเป็นงูเห่าในความหมายเหมือนนิทานอีสป ที่ดูแลชาวนา กตัญญูรู้คุณกับชาวนา ดูแลความปลอดภัยต่างๆ ให้ชาวนา ก็ยอมรับว่า ส่วนตัวเป็นงูเห่าประเภทนั้น นอกจากนี้ ยืนยันว่า ตัดสินใจไม่ผิด เพราะถามประชาชนแล้ว

ส่วนความกังวลกับการทำงานในพื้นที่หรือไม่นั้น พ.ต.ท.ฐนภัทร บอกว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ รวมถึงผลงานจะเป็นคำตอบและตัวชี้วัด

ส่วนสาเหตุที่ย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐทั้งที่อุดมการณ์ตรงข้ามกัน เจ้าตัวบอกว่า พรรคอนาคตใหม่หลายกิจกรรมเป็นเรื่องที่ดี แต่บางนโยบายฝืนความรู้สึกตนเอง

นายสุชาติ ยอมรับว่า ได้ชวน พ.ต.ท.ฐนภัทร มาเข้าพรรค เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบดูแล ส.ส.อยู่

ไม่ออกเหมือนกัน! ทหารออสซี่ตั้งมั่นในอิรักต่อ ไม่สนมติรัฐสภา

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลอิรักลงมติขับไล่กองทหารสหรัฐฯ หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
  • ลินดา เรย์โนล์ดส์ (Linda Reynolds) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลีย “เป็นกังวลอย่างยิ่ง” ต่อความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง
  • กองทัพออสเตรเลีย (ADF) ประกาศระงับการฝึกอบรมทั้งหมดในอิรัก

เมื่อวันอังคาร (7 ม.ค.) กองทัพออสเตรเลีย (ADF) ประกาศระงับการฝึกอบรมทั้งหมดในอิรัก หลังรัฐบาลอิรักลงมติขับไล่กองทหารสหรัฐฯ และพันธมิตรออกจากภูมิภาค

การตัดสินใจดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) โดยสหรัฐฯ ได้สังหารคาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และ อาบู มาห์ดี อัล-มูฮานดีส์ รองผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหาร ฮาชด์ชาบี (Hashd Shaabi) บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติแบกแดด

อย่างไรก็ตาม เรย์โนล์ดส์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไนน์เอนเตอร์เทนเมนต์ (Nine Entertainment) ว่า “กองทหารออสเตรเลียจะยังคงประจำการในอิรักต่อไป เพื่อต่อสู้กับกลุ่มไอเอส (IS)”

“ออสเตรเลียยังคงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเสถียรภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอิรัก พร้อมรับรองว่าจะลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์” เรย์โนล์ดส์กล่าวพร้อมเสริมว่า “สิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับเรายังคงเป็นความปลอดภัยและความมั่นคงของชาวออสเตรเลียทั่วภูมิภาค รวมถึงเจ้าหน้าที่ในสถานเอกอัครราชทูต และเจ้าหน้าที่ของกองทัพออสเตรเลีย”

อนึ่ง ทหารออสเตรเลียกว่า 300 นายประจำการอยู่ในอิรัก และอีก 2,000 นายประจำการอยู่ทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 ม.ค.) สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่ได้รับข่าวสารล่วงหน้าเกี่ยวกับเหตุโดรนสหรัฐฯ สังหารโซเลมานีแต่อย่างใด

“สหรัฐฯ ดำเนินการตามข้อมูลของตนเอง โดยไม่ได้หารือกับพันธมิตรก่อนลงมือ” มอร์ริสันกล่าว

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

‘ปิยบุตร’ เผยจัดขุนพลอนาคตใหม่ ลุยอภิปราย พ.ร.บ.งบปี 63

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประชุมสภาฯ วันที่ 8-9 ม.ค. ถก พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 วาระ 2-3
  • ทางพรรคอนาคตใหม่เตรียม ส.ส. ขึ้นพูดอภิปรายไว้แล้ว
  • พร้อมเน้นอภิปราย พ.ร.บ.งบฯ – พุ่งเป้า ก.กลาโหมฯ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระที่ 2 – 3 ว่า พรรคอนาคตใหม่ส่งตัวแทนทั้งในสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและฐานะของชุดคณะกรรมาธิการวิสามัญ หากจะสรุปเป็นประเด็นสำคัญ ก็จะพุ่งเป้าไปที่กระทรวงกลาโหม

โดยเราจะมี ส.ส. ที่จะอภิปรายหลายท่าน อาทิ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่จะพูดถึงเรื่องงบประมาณที่ใช้ไปในการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเปรียบเทียบกันแล้วหากยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปแล้วอาจใช้งบประมาณที่น้อยกว่า และได้กองทัพที่มีคุณภาพมากขึ้น คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่จะอภิปรายงบประมาณในการซื้ออาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องของเรือดำน้ำ คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ที่จะอภิปรายงบประมาณที่ซ้ำซ้อน การโอนงบฯไป-มา การตั้งงบบุคลากรที่เกินจริง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่จะมุ่งไปที่การกระจายอำนาจ ที่จะมีคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้อภิปราย

“ในส่วนของผมเอง แม้จะไม่ได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการชุดนี้ แต่ผมได้ไปแปลญัตติเอาไว้ในเรื่องของงบประมาณสำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่างๆ โดยประเด็นที่ผมจะอภิปรายนั่งก็คือ บรรดางบประมาณต่างๆที่ใช้ไปในการจัดหลักสูตรโครงการอบรมต่างๆ ซึ่งใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ทั้งๆที่มิใช่ภาระกิจของศาล ทั้งนี้ผมตั้งข้อสังเกตว่า หลักสูตรอบรมเหล่านี้ เปิดขึ้นมาเพื่อสร้างคอนเน็คชั่นกันใช่หรือไม่” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ จะแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบ ซึ่งรูปแบบในการทำงบประมาณของรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ส่งผลในการแก้ปัญหา และยังทำให้รัฐส่วนกลางมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีกด้วย จากการอภิปรายในวาระที่ 1 พรรคอนาคตใหม่ทำให้เห็นแล้วว่า หากเราได้เป็นรัฐบาลจะทำงบประมาณแบบไหน วันนี้ทำได้เพียงแค่ตรวจสอบ หากวันหน้าได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่จะแสดงให้เห็นว่า การจัดทำงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ แล้วเอาอำนาจในการจัดสรรงบประมาณไปไว้ที่ท้องถิ่นนั้นต้องทำอย่างไร

ในส่วนของคดีอิลูมินาติที่มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่มองว่าตนและคุณธนาธร ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและขอให้ยุบพรรค ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นไม่สามารถเป็นเหตุในการยุบพรรคได้ ซึ่งขณะนี้ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ส่งเอกสารปิดคดี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติแล้วเวลาแถลงปิดคดีนั้นจะไม่สามารถเพิ่มประเด็นหรือเพิ่มพยานหลักฐานใหม่ได้ แต่ว่าการแถลงปิดคดีของผู้ร้องนั้น เพิ่มเติมประเด็นและหลักฐานอื่นเข้ามา ที่ไม่ได้อยู่ในการต่อสู้ในชั้นแรกหลายประเด็น

“คนมักจะคาดการณ์กันว่าพรรคอนาคตใหม่โดนยุบแน่ บางคนมาพูดกับผมเลยว่ายุบช้าไปด้วยซ้ำ ความเห็นต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แต่ละท่านที่คิดว่าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบแน่ มีความคิดที่ตั้งฐานที่ว่า การยุบพรรคการเมืองในประเทศไทย ไม่ได้พิจารณาจากบริบทของกฎหมายอย่างเดียว แต่พิจารณาจากเหตุผลทางการเมืองประกอบ หากเป็นแบบนี้จริงแสดงว่าการยุบพรรคในประเทศไทย มิใช่เป็นการยุบพรรคในเรื่องของพรรคการเมืองนั้นมีพฤติกรรมที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญ ผิดต่อกฎหมาย

แต่ไปคิดในมิติในเชิงการเมืองมากกว่า แต่ในท้ายที่สุดพลังของเหตุผลจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร พลังของเหตุผลนั้นจะเป็นคำตอบ ไม่ใช่เรื่องของอำนาจที่ตัดสินแล้วจะมีผลทางกฎหมาย สังคมจะเชื่อมั่นได้หรือไม่อยู่ที่เหตุผลประกอบของคำวินิจฉัย” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญตอนนี้ถูกตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา เพราะ 5 ใน 9 ท่าน หมดวาระไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 แต่ทางคณะคสช. ในขณะนั้นออกคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น

จนกระทั่งมีสมาชิกวุฒิสภา มี พ.ร.ป.เรียบร้อย คณะกรรมการสรรหาก็ได้เสนอชื่อไปที่วุฒิสภา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 แต่วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ พฤติกรรม ของว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ท่าน ซึ่งตามหลักการนั้น ใช้เวลาตรวจสอบ 45 วัน แต่ได้มีการขยายเวลา 30 วัน ถึง 3 ครั้ง ซึ่งจะครบในวันที่ 15 มกราคม ที่จะถึงนี้ และในวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา วุฒิสภาได้มีมติขอขยายเวลาอีก 15 วัน ซึ่งจะหมดเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติในสิ้นเดือนมกราคม

“ผมอดคิดไม่ได้ว่า เหตุใดจึงต้องต่อเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยาวนานขนาดนี้ หากมองปฏิทินคดีของพรรคอนาคตคตใหม่ ที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ คือวันที่ 21 มกราคม และหากคดีเงินกู้เร่งตัดสินอีก ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะตัดสินภายในสิ้นเดือนมกราคม พฤติการณ์แวดล้อมแบบนี้ผมอดคิดไม่ได้หรอกครับว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ท่านนี้ จะมีภาระกิจทิ้งทวนคือ ตัดสินคดีพรรคอนาคตใหม่เป็น 2 คดีสุดท้าย” นายปิยบุตร กล่าว