[อัปเดต] ทหารอเมริกัน เสียชีวิต 1 เครื่องบิน ในเหตุกลุ่มอัลชาบับถล่มฐาน เมื่อวานนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • จากการบุกโจมตีฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯ-เคนยา ของกลุ่มอัล-ชาบับวานนี้ มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 1 นาย ทหารเคนยา 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย
  • กลุ่มอัล-ชาบับ ออกแถลงการ ว่าสามารถทำลายเครื่องบินได้ 7 ลำ รถยนต์ 5 คัน สังหารทหารอเมริกันอีก 17 ราย
  • รายงานอย่างไม่เป็นทางการ ยืนยันเครื่องบินเสียหาย 1 ลำคือ เครื่องบินรุ่น DHC-8/200 ISR

จากเหตุการณ์ที่กลุ่มอัล-ชาบับ ก่อเหตุบุกถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯ และเคนยา เมื่อเช้าวานนี้ ( 5 ม.ค. 63) และมีรายงานกลุ่มผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตจำนวน 4 รายด้วยกัน

ล่าสุด U.S. Africa Command ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในรายงานได้ระบุถึงการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน จำนวนหนึ่งราย และมีกองกำลังป้องกันตนเองของเคนยา อีกจำนวน 2 ราย

นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 รายด้วยกัน เป็นทหารเคนยา 2 ราย และทหารอเมริกัน 2 ราย สำหรับทหารชาวอเมริกันที่เสียชีวิตนั้น ทราบชื่อภายหลังว่า Mitch MayField จากซิคาโก โดยในขณะนี้ กำลังอยู่ในระหว่างการนำส่งร่างสู่บ้านเกิด

โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 5 ม.ค. 2563 นั้น ฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ และกองกำลังป้องกันตนเอง เคนยา ที่ Manda Bay ประเทศเคนยา ได้ถูกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า อัล-ชาบับ เข้าโจมตี

ทั้งสหรัฐฯ และเคนยาได้ร่วมกันป้องกันอย่างเต็มที่ ซึ่งกลุ่มอัล-ชาบับ ได้ออกแถลงการและปล่อยข่าวจำนวนมาก ซึ่งบริเวณแคมป์ซิมบา ใน Manda Bay นั้นไม่ได้เข้มงวดมากนัก จึงทำให้กลุ่มอัล-ชาบับ สามารถเข้ามาโจมตีได้ง่าย

ส่วนความเสียหายของตัวฐานทัพและอื่นๆ ยังอยู่ในระหว่างการสำรวจ

รายงานอย่างไม่เป็นทางการ เครื่องบินพัง 1 ลำ กลุ่มผู้ก่อการร้ายอวด ทำลายได้ 7 ลำ

สำหรับรายงานอย่างไม่เป็นทางการนั้น ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า เครื่องบินรุ่น DHC-8/200 ISR ซึ่งเป็นเครื่องบินสอดแนมของกองทัพสหรัฐฯ พังเสียหาย 1 ลำ ซึ่งเครื่องบินลำนี้ เข้าประจำการตั้งแต่เมื่อปี 1997 โดยได้รับการดัดแปลงสำหรับการปฏิบัติภารกิจนอกแบบ

ซึ่งทางกลุ่มอัล-ชาบับ ได้ออกแถลงการโดยระบุว่า สามารถทำลายเครื่องบิน 7 ลำด้วยกัน และรถยนต์อีก 5 คัน นอกจากนี้ ยังสังหารทหารอเมริกันได้ 17 คน ทหารเคนยาอีก 9 คน

อย่างไรก็ตาม สำหรับความเสียหายนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง จากทางกองทัพสหรัฐฯ ว่า แท้จริงแล้ว มีจำนวนเครื่องบินและยานพาหนะเสียหายจำนวนเท่าใดกันแน่

กองกำลังป้องกันตนเอง เคนยา ระบุ สังหารได้ 5 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 6 ม.ค.) กองกำลังป้องกันตนเองของเคนยา ได้ออกแถลงการณ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรายงานว่า หลังจากการปะทะกัน และกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ถอยกลับออกไปนั้น พบร่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต จำนวน 5 คนด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังสามารถยึดปืนกล PKM ได้ 1 กระบอก, ปืนอาร์ก้า 4 กระบอก, เครื่องยิง PRG อีก 4 กระบอก ระเบิดมือและเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

จีนยืนยันโรคปอดอักเสบลึกลับไม่ใช่ ‘โรคซาร์ส’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางการจีนยืนยัน การแพร่ระบาดของ “โรคปอดอักเสบลึกลับ” ในเมืองอู่ฮั่น ไม่ใช่ “โรคซาร์ส”
  • โรคนี้มีผู้ติดเชื้อเกือบ 60 คนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

คณะกรรมการด้านสาธารณสุขเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนกลางของจีน แถลงเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบ จนทำให้มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 59 คน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้วไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก เชื้อไวรัสอะดีโน โรคซาร์ส หรือโรคเมอร์ส

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบแกะรอยเส้นทางของโรคดังกล่าว เบื้องต้นพบว่า อาจมาจากตลาดจำหน่ายอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น แต่มีการปิดกั้นพื้นที่เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคแล้ว

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักสาธารณสุข หลายคนหายจากโรคแล้ว ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไข้ ส่วนอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน และจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสของการแพร่ระบาดจากมนุษย์สู่มนุษย์ และยังไม่มีใครเสียชีวิตจากโรคนี้

ส่วนทางด้าน หน่วยงานสาธารณสุขฮ่องกง แถลงว่า ผู้มีอาการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 15 คนนับตั้งแต่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยทุกคนมีประวัติเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นมาก่อน และยกระดับการเฝ้าระวังโรคระบาดขึ้นมาอยู่ในขั้น “รุนแรง”

ที่มา bbc.com

ชลประทาน ตั้งศูนย์เฉพาะกิจฯ เครื่องจักรกล สู้ภัยแล้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมชลประทาน ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจสำนักเครื่องจักรกล
  • เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต่างๆ
  • มีศูนย์ส่วนกลางอยู่ที่ จ.นนทบุรี และอีก 7 ศูนย์สาขาในทุกภูมิภาค

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจสำนักเครื่องจักรกล แก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/2563 กรมชลประทาน โดยมี นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพียงกัน ณ พิพิธภัณฑ์สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ปากเกร็ด

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฤดูแล้งในปีนี้ มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อยจึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างจำกัด และให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ ซึ่งมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และสนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยบางพื้นที่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต่างๆ สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน

จึงจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจสำนักเครื่องจักรกล แก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/2563 กรมชลประทาน” ขึ้น ภาคใต้ศูนย์ฯ ใหญ่ของกรมชลประทาน เพื่อเตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติภัยแล้งทั่วประเทศ

ด้าน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานเตรียมความพร้อมในเรื่องเครื่องจักร-เครื่องมือ เพื่อส่งไปประจำการที่ศูนย์ฯทั่วประเทศ

โดยมีศูนย์ส่วนกลางอยู่ที่ จ.นนทบุรี และอีก 7 ศูนย์สาขาในทุกภูมิภาค ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.พระนครศรีอยุธยา จ.นนทบุรี และ จ.สงขลา

ซึ่งจะกระจายส่งเครื่องจักร-เครื่องมือ จำนวน 4,316 ชิ้น แยกเป็น เครื่องสูบน้ำ จำนวน 1,935 เครื่อง รถสูบน้ำ จำนวน 258 คัน รถขุด จำนวน 499 คัน เรือขุด จำนวน 69 ลำ รถบรรทุก จำนวน 511 คัน รถบรรทุกน้ำ จำนวน 106 คัน รถแทร็กเตอร์ จำนวน 565 คัน และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆจำนวน 373 เครื่อง

พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่ หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่โครงการชลประทานในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1460 หรือ เฟ:บุ๊ก เรารักชลประทาน และรอบรั้วชลประทาน

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนวางใจว่ากรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มที่