ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อิหร่านชักธงแดงเหนือยอดสุเหร่าศักสิทธิ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • อิหร่านชักธงแดงขึ้นเหนือสุเหร่าศักสิทธิ์จามคาราน ในเมืองกูม
  • เป็นสัญลักษณ์ของการแก้แค้นแทนผู้เสียชีวิต

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่อแววเดือดมากยิ่งขึ้น หลังจากเกิดเหตุสังหารนายพลสุไลชานี ทำให้อิหร่านส่งสัญญาณการตอบโต้ต่อสหรัฐฯ หลังชักธงแดงขึ้นเหนือสุเหร่าศักสิทธิ์ Holy Dome of Jamkaran Mosque ทางตะวันออกของเมืองกูม (Qom) แสดงสัญญานว่า อิหร่านจะตอบโต้ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

สัญลักษณ์การชักธงแดงขึ้นสู่ยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์จามคาราน ( Jamkaran Mosque ) ถือเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่า จะมีการแก้แค้นให้กับผู้ที่เสียชีวิต หรืออาจจะเรียกได้ว่า นี่เป็นการแสดงออกได้ว่า อิหร่านกำลังประกาศสงครามต่อสหรัฐฯนั่นเอง

สำหรับสุเหร่าศักสิทธิ์จามคารานนั้นถูกสร้างตามคำสั่งของฮาดรัท โฮจัด ในปี 393 ฮิดเราะห์ศักราชหรือปีที่ 17 แห่งรามาดอน หรือในราวปี ค.ศ.974 ซึ่งมีความสวยงามและกลายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมถึงไทยด้วย ที่มักจะแวะไปเยี่ยมชม

พยากรณ์อากาศ 5 ม.ค. 63 – เหนือระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง / อ่าวไทย คลื่นลมแรง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือตอนบน มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง
  • ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า
  • ภาคใต้ ฝนลดลง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 บริเวณสุราษฏร์ฯ นครศรีฯ ยะลา นราธิวาส
  • กทม. ปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังปานกลาง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่างมีกำลังแรง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรงในระยะนี้

บริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับประเทศไทยตอนบนมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนบริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นอุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-15 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย

สำหรับอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 ม.ค. 63

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย

อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ตร. แจง หลังสาวโวยเจอใบสั่งส่งถึงบ้าน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เดินทาง

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาวเมืองชลฯ โดนใบสั่งส่งมาถึงบ้าน 2 ครั้ง ทั้ง ๆที่รถจอดอยู่บ้านไม่ได้ออกเดินทาง
  • ตร. ทราบเรื่องแล้วเร่งตรวจสอบถึงสาเหตุ
  • ไม่ชัดเป็นการสวมทะเบียนหรือไม่
  • เข้มสั่ง จนท. ต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนออกใบสั่ง ป้องกระทบสิทธิปชช.

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดถึงกรณีที่ น.ส.สุวรี รัตน์ประดิษฐ์ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีใบสั่งค่าปรับจราจรส่งมาถึงบ้าน 2 ใบ ทั้ง ๆที่เจ้าตัวขับรถไม่เป็น และไม่ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงปีใหม่นั้น ว่า

โดยหลักการแล้วการส่งใบสั่ง จะส่งไปยังชื่อผู้ครอบครองทะเบียนรถตามฐานข้อมูลจากขนส่ง ซึ่งจากเนื้อข่าวที่ปรากฎ พบว่ารถที่ถูกออกใบสั่งเป็นรถที่มีเลขทะเบียนเดียวกันกับผู้เสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายในลักษณะนี้เป็นการสวมทะเบียนรถยนต์หรือไม่นั้น ก็คงจะมีการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อไป

แนะหากเจอเหตุลักษณะนี้ ควรแจ้งความเพื่อให้ตรวจสอบ

โดยขั้นตอนการปฏิบัติของประชาชนเมื่อได้รับใบสั่ง หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถไม่ได้กระทำผิดจริงตามข้อมูลในใบสั่ง หรือมีประเด็นสงสัยว่าอาจจะถูกสวมทะเบียนรถยนต์ ขอแนะนำให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เข้าแจ้งความกับตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อสามารถดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรวดเร็ว

หรือหากไม่สะดวกก็สามารถร้องทุกข์ในพื้นที่ใกล้บ้านของท่านได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการจะส่งเรื่องไปยังท้องที่เกิดเหตุเพื่อให้พนักงานสอบผู้รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อีกทั้งสามารถนำหลักฐานไปยืนยัน ชี้แจงกับหน่วยงานต้นเรื่องที่ออกใบสั่งได้ ว่าวันและเวลาดังกล่าวผู้เสียหายไม่ได้ขับรถไปตามสถานที่ ที่ได้รับใบสั่ง จากนั้นตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการกฏหมาย

ยันหากพบว่าไม่ได้เดินทางจริง ก็ไม่ต้องเสียค่าปรับ

โดยหากตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายไม่ได้ขับรถไปบริเวณดังกล่าวจริง ผู้เสียหายรายดังกล่าวก็ไม่ต้องชำระค่าปรับตามใบสั่ง ซึ่งที่ผ่านมาการกระทำความผิดในลักษณะนี้ เคยดำเนินคดีกับผู้ที่นำทะเบียนรถผู้อื่นมาสวมทะเบียน ในข้อหา ปลอมแปลงเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม และใช้รถยนต์ไม่จดทะเบียน เป็นต้น

ทั้งนี้ขอฝากเตือนไปยังผู้ที่กระทำการลักษณะดังกล่าว การทำหมายเลขทะเบียนรถขึ้นเองโดยไม่มีสิทธิใช้หมายเลขทะเบียนนั้น เจ้าของรถและผู้ที่ทำแผ่นป้ายนั้นขึ้นย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี

โทษปลอมแปลงทะเบียนรถ คุก 6 เดือน ถึง 5 ปี

และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท ตามมาตรา 265 ประกอบมาตรา 268 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกรณีที่มีการนำหมายเลขทะเบียนที่ทางราชการออกให้ไปใช้กับรถคันอื่น ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

อีกทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวปรากฎอยู่บ่อยครั้ง โดยในหลายครั้งมีการกระทำเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำรถไปใช้ในการ
กระทำความผิดต่าง ๆ จึงฝากไปยังผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง

ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดทุกครั้งก่อนออกใบสั่ง เพื่อจะได้ไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชนที่ไม่ได้กระทำผิด และให้เร่งรัดจับกุมผู้ที่กระทำผิดรายดังกล่าวมาให้ได้โดยเร็ว และให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป