เตือน!! ห้ามนำสติกเกอร์แปะป้ายในเขตทางหลวง ฝ่าฝืนคุกไม่เกิน 6 เดือน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ นักท่องเที่ยวมือบอนนำสติกเกอร์ แปะบนป้ายทางหลวง
  • ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 เผย หากฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
  • ชี้การกระทำดังกล่าว กระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่สามารถมองเห็นป้ายได้ชัดเจน

วันที่ 3 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 กรมทางหลวง กล่าวว่า จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวมือบอนนำสติ๊กเกอร์ต่างๆ แปะบนป้ายใช้เกียร์ต่ำ , ป้ายหยุด และ ที่เสาไฟฟ้าข้างจนเต็มพรืด

จนทำให้เป็นข่าวทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค และ มีการพาดหัวข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ เรื่องป้ายสัญญาณจราจรริมถนนทางหลวงสาย 2331 ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และ ปากทางเข้าบ้านทับเบิก ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า ซึ่งมีบุคคลนำสติกเกอร์ต่าง ๆ ไปแปะบนป้ายที่เตือนนักเดินทางให้ขับรถใช้เกียร์ต่ำ ป้ายหยุด และ ที่เสาไฟฟ้าข้างทาง บดบังอักษรบนป้ายเกือบทั้งหมด

ล่าสุด ได้สั่งการให้หมวดทางหลวงหล่มเก่า ดำเนินการทำความสะอาดแล้วทุกจุด เพื่ออำนวยความปลอดภัยให้กับผู้ใช้เส้นทาง การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ทางหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือ ทำให้ไร้ซึ่งประโยชน์ต่อเครื่องหมายจราจร ป้ายจราจร เครื่องหมายสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัย รั่ว หลักสำรวจ หลักเขต หรือ ระยะ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งหรือทำให้ปรากฏในเขตทางหลวง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะนอกจากจะทำให้ไม่สวยงามยังอาจจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนไม่สามารถมองเห็นป้ายได้ชัดเจนโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน หรือ วิสัยทัศน์ไม่ดี จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้เส้นทางได้

ดังนั้น เพื่อช่วยกันสอดส่งดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน จึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว โปรดแจ้งแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 โทร.056-711443 สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (ได้ตลอด 24 ชม.)

อิตาลีเริ่มเก็บภาษีบริษัทดิจิทัลร้อยละ 3

ประเด็นน่าสนใจ

  • อิตาลีเริ่มใช้กฎหมายเรียกเก็บภาษีบริษัทดิจิทัลขนาดใหญ่ร้อยละ 3
  • รัฐบาลหวังหารายได้เข้าประเทศโดยที่ไม่ต้องขึ้นภาษีการขาย
  • เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา

อิตาลีเริ่มใช้กฎหมายเรียกเก็บภาษีบริษัทดิจิทัลขนาดใหญ่ร้อยละ 3 ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อบริษัทหลายแห่งที่มาเปิดในประเทศ หนึ่งในนั้นรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจสร้างความไม่พอใจแก่สหรัฐฯ

เนื้อหากฎหมายใหม่ระบุไว้ว่า บริษัทที่มีรายได้ทั่วโลกในแต่ละปีมากกว่า 750 ล้านยูโร ประมาณ 25,300 ล้านบาท หรือ บริษัทให้บริการด้านดิจิทัลในอิตาลีที่มีรายได้มากกว่า 5.5 ล้านยูโร หรือราว 185 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ อเมซอน เฟซบุ๊ก และกูเกิ้ล จะต้องจ่ายภาษีร้อยละ 3 เป็นค่าทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต

คาดว่ารัฐบาลอิตาลีจะมีรายได้จากการเรียกเก็บภาษีนี้ปีละราว 600 ล้านยูโร หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อิตาลีพยายามหารายได้เข้าประเทศโดยที่ไม่ต้องขึ้นภาษีการขาย

แผนการเรียกเก็บภาษีบริษัทด้านดิจิทัลของอิตาลี มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ปัญหาด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศในยุโรปแย่ลงกว่าเดิม และยังเป็นเหมือนกับการตอบโต้มาตรการทางการค้าจากฝั่งสหรัฐฯ อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศส เคยประกาศใช้กฎหมายเรียกเก็บภาษีดิจิทัลร้อยละ 3 ซึ่งก็กระทบกับสหรัฐฯ โดยตรง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีบริษัทด้านดิจิทัลขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก ส่งผลให้สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีไวน์ ชีส และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ส่งออกจากฝรั่งเศสไปยังสหรัฐฯ สูงสุดอีกเท่าตัว

‘เอกชัย’ ร้อง​ สลค. แก้ไขคำนำหน้าชื่อของ ‘ธรรมนัส’

ประเด็นน่าสนใจ

  • เอกชัย​ ยื่นหนังสือร้อง​ สลค.ขอให้แก้ไขคำนำหน้าชื่อของ ธรรมนัส พรหมเผ่า
  • ในราชกิจจานุเบกษาจาก “ร้อยเอก” เป็น “นาย”
  • ชี้ ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ ถูกถอดยศ “ร้อยโท” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยไม่มีราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งยศทางทหาร

วันนี้เวลา 10.00 น.​ นายเอกชัย​ หงส์​กังวาน​ นัก​เคลื่อนไหว​ทาง​การเมือง​ เดินทางมาที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี​ ทำเนียบรัฐบาล​ เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขคำนำหน้าชื่อของ ธรรมนัส พรหมเผ่า จาก “ร้อยเอก” เป็น “นาย” ตามข้อมูลยศทางทหารล่าสุดของ​ธรรมนัส​ ในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้นายเอกชัย​ ได้กล่าวว่า​ หนังสือตอบข้อหารือจากกระทรวงกลาโหมกรณีที่ผมถามยศทางทหารของ ธรรมนัส พรหมเผ่า​ ล่าสุดคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการแจ้งให้ยึดตามราชกิจจานุเบกษาเป็นหลัก เมื่อราชกิจจานุเบกษาระบุ ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกถอดยศ “ร้อยโท” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยไม่มีราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งยศทางทหารของเขาเพิ่มเติม ดังนั้นเขาจึงไม่มียศทางทหารอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานการได้รับยศเป็น “ร้อยเอก​” ของธรรมนัส​ พรหมเผ่า ​แต่อย่างใด​ เขาอ้างตนเองได้รับยศ​ “ร้อยเอก​” ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่​ 360/2541 เรื่องการเลื่อนยศทหารสัญญาบัตร​ เมื่อวันที่​ 1​ มิถุนายน​ 2541​ ซึ่งระบุถึงการเลื่อนยศของเขาเป็น​”ว่าที่ร้อยเอก” โดยทางเจ้าหน้าที่ขอเวลา​ 15​ วัน​ เพื่อตรวจสอบ​และจะดำเนินการต่อไป